×

เศรษฐกิจซึม-คนไทยใช้รถนานขึ้น ‘ธนชาตประกันภัย’ รุกตลาดประกันรถชั้น 2+ และ 3+ เลือกความคุ้มครองตามไลฟ์สไตล์ ตั้งเป้าเบี้ยโต 1.3 หมื่นล้านบาท

23.06.2026
  • LOADING...
คงศักดิ์ หาญแสวงสิน และ มหพล จินดาขันธ์ ผู้บริหารธนชาตประกันภัย แถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่

หมดยุคประกันรถแบบเหมา เศรษฐกิจซึม คนไทยรัดเข็มขัดค่าใช้จ่าย ธนชาติประกันภัย เดินหน้าแคมเปญ ‘ประกันรถตัวตึง นึกถึงธนชาตประกันภัย’ ตั้งเป้าเป็น Top of mind ผู้บริโภค พลิกโฉมเสนอความคุ้มครองแบบยืดหยุ่น ตั้งแต่ประกันชั้น 1 ถึงชั้น 3 ตอบโจทย์ผู้ใช้รถแต่ละกลุ่มตามความเสี่ยง ลดภาระค่าเบี้ยเกินความจำเป็น

 

 
 

คงศักดิ์ หาญแสวงสิน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการศึกษาอินไซต์ผู้บริโภค พบว่าพฤติกรรมการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ของคนไทยกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยตลาดกำลังเปลี่ยนจากยุค Maximum Coverage จากการมองหาความคุ้มครองที่มากที่สุด ไปสู่ Perfect Fit Protection ไปสู่การมองหาความคุ้มครองที่เหมาะกับชีวิตมากที่สุด

 

“เราเชื่อว่าผู้ใช้รถแต่ละคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน คนที่เพิ่งออกรถใหม่อาจต้องการความคุ้มครองแบบจัดเต็มเพื่อความอุ่นใจ ขณะที่ผู้ใช้รถมาระยะหนึ่งอาจเริ่มมองหาความคุ้มครองที่พอดีและคุ้มค่ามากขึ้น โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคต้องคิดรอบมากขึ้นก่อนใช้จ่าย เราจึงออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีความยืดหยุ่น ตั้งแต่ชั้น 1 ไปจนถึงชั้น 3 เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกความคุ้มครองที่เหมาะกับอายุรถ พฤติกรรมการใช้งาน และงบประมาณของตัวเองได้จริง”

 

ด้านมหพล จินดาขันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานกลยุทธ์การตลาดและบริหารประสบการณ์ลูกค้า บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่ทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการบริหารกระแสเงินสดและการวางแผนค่าใช้จ่ายมากขึ้น

 

ขณะเดียวกัน การเข้ามาของ AI ทำให้ผู้บริโภคสามารถศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบทางเลือก และทำความเข้าใจความคุ้มครองได้ด้วยตนเองมากขึ้น จึงไม่ได้ตัดสินใจจากความคุ้นเคยหรือคำแนะนำเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มมองหาความคุ้มครองที่เหมาะกับรูปแบบการใช้รถและความต้องการของตนเองจริงๆ

 

ประกอบกับพฤติกรรมการใช้รถที่เปลี่ยนไป รถยนต์มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น และการเข้ามาตีตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าที่ทำให้หลายครอบครัวมีรถมากกว่าหนึ่งคันและมีความต้องการความคุ้มครองที่แตกต่างกันในแต่ละคัน นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์บริการหลังการขายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความรวดเร็วในการช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ความสะดวกในการเคลม และคุณภาพของเครือข่ายอู่หรือศูนย์ซ่อม

 

จากอินไซต์ดังกล่าว ธนชาตประกันภัยได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มมากขึ้น โดยเปิดตัว 5 ความคุ้มครองรูปแบบใหม่ ที่ยืดหยุ่นตามอายุการใช้รถ และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

 

  • ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ธนชาต วันเซฟ ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการความคุ้มครองแบบชั้น 1 แต่เริ่มให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในการบริหารค่าใช้จ่ายมากขึ้น ราคาเริ่มต้นเพียง 7,500 บาท เพื่อช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันภัยเกือบหมื่นบาท แต่ยังได้รับความคุ้มครองครบถ้วน เพียงแต่อาจจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก 3,000 บาท หากเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี
  • ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 2+จัดเต็ม สำหรับกลุ่มที่ใช้รถบ่อย และมีรถอายุประมาณ 5 – 10 ปี มีประสบการณ์ขับรถสูง ต้องการความคุ้มค่าและเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น ความกังวลไม่ได้อยู่เพียงเรื่องค่าซ่อมรถ แต่อยู่ที่ผลกระทบต่อการใช้ชีวิตหากเกิดอุบัติเหตุหรือรถต้องเข้าซ่อม เรามีคุ้มครอง ชน หาย ไฟไหม้ แล้ว เรายังเพิ่มความคุ้มครองที่ช่วยดูแลชีวิตประจำวัน เช่น เงินชดเชยค่าเดินทาง เมื่อรถเข้าซ่อม เงินชดเชยรายได้เมื่อนอนโรงพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้ลูกค้าใช้ชีวิตต่อได้อย่างอุ่นใจ
  • ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 2+ฟิต สำหรับกลุ่มลูกค้าที่รู้สึกว่าอุบัติเหตุเป็นเรื่องไกลตัว ไม่ค่อยเคลม และไม่ได้กังวลกับเหตุเล็กๆ น้อยๆ ต้องการเพียงความคุ้มครองที่เมื่อเกิดเหตุไม่ต้องจ่ายหนักให้ความคุ้มครองที่จำเป็นในราคาที่เข้าถึงได้ เริ่มต้นเพียง 5,500 บาท พร้อมขยายอายุรับประกันสูงสุดถึง 30 ปี เพื่อรองรับพฤติกรรมคนไทยที่ใช้รถนานขึ้น แต่ยังคงความอุ่นใจเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด
  • ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 3+ ฟิต สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีรถอายุ 10 ปีขึ้นไป ซึ่งความกังวลหลักคือค่าเสียหายก้อนใหญ่จากอุบัติเหตุ เรามีราคาเริ่มต้นเพียง 5,000 บาท แต่ยังให้ความคุ้มครองสำคัญ เช่น ค่าซ่อมรถเราสูงสุด 50,000 บาท คุ้มครองรถคู่กรณีสูงสุด 20 ล้านบาท
  • ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต ชั้น 1 ซิงเกิ้ล เรท จัดเต็ม EV สำหรับกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีความกังวลเฉพาะด้าน ทั้งแบตเตอรี่และอุปกรณ์ชาร์จไฟ ธนชาตประกันภัยที่ออกแบบความคุ้มครองให้ตอบโจทย์การใช้งานรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ ไม่เพียงคุ้มครองตัวรถ แต่ยังครอบคลุมความเสียหายของแบตเตอรี่ โดยให้ความคุ้มครอง 100% สำหรับรถที่มีอายุแบตเตอรี่ไม่เกิน 5 ปี โดยไม่หักค่าเสื่อมราคา รวมถึงคุ้มครองความเสียหายของ Wall Charger สูงสุด 50,000 บาทต่อครั้ง เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ใช้รถ EV ในทุกการเดินทาง

 

คุมความเสี่ยงประกันรถ EV หนุนกำไรโตพันล้าน

 

สำหรับผลประกอบการปี 2568 มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 11,672 ล้านบาท เติบโตขึ้น 1.55% และมีกำไรสุทธิ 1,077 ล้านบาท สะท้อนความแข็งแกร่งทางสถานะการเงินด้วยอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR Ratio) ที่ 537.7% ซึ่งถือเป็นระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม และสามารถรักษาความเชื่อมั่น โดยมีคะแนนความพึงพอใจลูกค้า (NPS) ที่ 78.6%

 

ด้านราคาเบี้ยประกันอยู่ในระดับกลางเมื่อเทียบกับตลาด ไม่เน้นแข่งขันด้านราคา แต่เน้นนำเสนอบริการเสริม Meet & Care ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า โดยเป็นจุดบริการรับ-ส่งรถเข้าซ่อมที่มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยจัดการและประสานงานให้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินราคาจนถึงส่งมอบรถคืน อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าไม่ต้องหาอู่ซ่อมรถเอง

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา ผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางต่อธุรกิจประกัน ส่งผลให้การจัดหาและนำเข้าอะไหล่เพื่อซ่อมรถยนต์ล่าช้า โดยเฉพาะอะไหล่ของรถยุโรป เมื่อการซ่อมใช้เวลานานขึ้น ทำให้บริษัทประกันมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จากการถูกเรียกร้องค่าชดเชยผลประโยชน์ต่างๆ รวมถึงต้นทุนสีพ่นรถยนต์และค่าซ่อมตัวถังที่สูงขึ้น จากปิโตรเคมีที่ขาดตลาด

 

ตั้งเป้าปี 69 เบี้ยรับโต 1.3 หมื่นล้านบาท

 

สำหรับทิศทางธุรกิจปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับรวมไว้ที่ 13,000 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 11% จากปีก่อนหน้า ขับเคลื่อนภายใต้กลยุทธ์ประกันที่ใช่ ไซส์ที่พอดี พร้อมขยายฐานลูกค้าใหม่ในต่างจังหวัด ผ่านพันธมิตรธุรกิจทั่วประเทศ และตั้งเป้าพอร์ตประกันรถ EV เติบโต 10% เพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันที่ 6-7% ผ่านการบริหารจัดการความเสี่ยง คัดกรองการรับประกันตามพฤติกรรมคนขับรถ EV ที่เปลี่ยนไป การจัดหาช่างซ่อมที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญ เพื่อให้บริการในศูนย์ซ่อม รวมถึงการจัดหาอะไหล่ในราคาที่แข่งขันได้

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories