×

IdeasLabs เผยแบรนด์รัดเข็มขัด Q1 เลิกจ้างดาราสร้างไวรัล หันหา Micro-Nano 20-30 คนที่ปิดการขายได้จริง

20.06.2026
  • LOADING...
ชายหนุ่มถือโทรโข่งกำลังพูด

IdeasLabs ผู้พัฒนาโซลูชันด้าน Influencer และ MarTech สัญชาติไทย เปิดเผยภาพรวมตลาด Influencer Marketing ในไตรมาสแรกของปี 2569 ว่าแบรนด์เริ่มระมัดระวังการใช้งบประมาณตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยหันมาเน้นผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่วัดผลได้ มากกว่าการทุ่มงบเพื่อยอดไลก์หรือยอดวิว

 

 
 

งบประมาณจึงถูกจัดสรรไปยังอินฟลูเอนเซอร์ที่พิสูจน์ได้ว่าคอนเทนต์ขับเคลื่อนยอดขายได้จริง ซึ่งเป็นจังหวะที่เปิดโอกาสให้ Micro และ Nano Influencer เร่งสร้างผลงานในแบบที่วัดผลได้

 

แบรนด์เปลี่ยนจากจ้างดาราสร้างไวรัล สู่ Micro-Nano ที่ปิดการขายได้

 

IdeasLabs ระบุว่า เดิมแบรนด์นิยมทุ่มงบจ้างดาราหรือ Mega Influencer ระดับล้านฟอลโลเวอร์ทำคลิปสนุกเพื่อสร้างไวรัล แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาแบ่งงบไปจ้าง Micro หรือ Nano Influencer จำนวน 20-30 คน เพื่อทำคลิปเจาะลึกวิธีใช้สินค้าจริงในชีวิตประจำวัน พร้อมแนบลิงก์ Affiliate เพื่อวัดว่าใครปิดการขายและสร้างยอดสั่งซื้อกลับมาได้คุ้มที่สุด

 

จากฐานข้อมูลการทำงานกับแบรนด์ของ IdeasLabs พบว่าในไตรมาสแรก มี 4 กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ที่แบรนด์ลงงบมากที่สุด เริ่มจากกลุ่ม Foodie (อาหารและเครื่องดื่ม) ที่ได้งบสูงสุด เพราะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ประจำวันและกระตุ้นการซื้อตามได้ง่าย เช่น แบรนด์ซอสปรุงรสที่ใช้อินฟลูฯ สายทำอาหารแจกสูตรเมนูประหยัดทำเองที่บ้าน ซึ่งกระตุ้นให้ผู้บริโภคเดินไปหยิบสินค้าที่ซูเปอร์มาร์เก็ตตามได้ทันที

 

ตามด้วยกลุ่ม Mom and Kids (แม่และเด็ก) ที่คุณแม่มีอำนาจตัดสินใจซื้อสูงและเน้นความคุ้มค่า เช่น การจ้างคุณแม่ลูกอ่อนรีวิวเปรียบเทียบการซึมซับของผ้าอ้อมผ่านเครือข่ายกลุ่มแม่ๆ ทั้ง Facebook Group และเว็บบอร์ด ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและกดซื้อตามผ่านลิงก์ได้ทันที

 

กลุ่ม Lifestyle (ไลฟ์สไตล์) ช่วยเชื่อมโยงสินค้ากับชีวิตประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น แบรนด์สมาร์ตโฟนจับมือกับแฟนคลับสายคอนเสิร์ตทำคอนเทนต์ถ่ายภาพการแสดงจากที่นั่งไกล เพื่อแสดงว่าไม่ต้องใช้กล้องราคาแพงก็ได้ภาพคมชัด ส่วนกลุ่ม Beauty (ความงาม) แบรนด์สกินแคร์และเครื่องสำอางยังลงทุนต่อเนื่อง โดยเน้นรีวิวผลลัพธ์ก่อน-หลังใช้จริง

 

7 แนวทางที่อินฟลูเอนเซอร์ต้องปรับ จากคนทำคอนเทนต์สู่คนสร้างยอดขาย

 

IdeasLabs แนะนำให้อินฟลูเอนเซอร์ไทยปรับบทบาทจากการเป็นคนทำคอนเทนต์เพื่อยอดวิวไปสู่การเป็นคนสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจให้แบรนด์ (Business Result Driver) ผ่าน 7 แนวทาง

 

  1. ทำคอนเทนต์ที่ขายได้ มากกว่าแค่ไวรัล เช่น เปลี่ยนจากคลิปแต่งหน้าตามเทรนด์ เป็นคลิปแต่งหน้าไปสัมภาษณ์งานด้วยเครื่องสำอางงบ 500 บาท พร้อมบอกพิกัดสินค้าแต่ละชิ้น
  2. วัดผลได้ชัดเจน สรุปงานด้วยยอด Click-through rate (CTR) หรือยอดคอมมิชชั่นจากการปักตะกร้า แทนการรายงานแค่ยอดวิวยอดไลก์
  3. สร้างความน่าเชื่อถือและโปร่งใส ติดแฮชแท็ก #Sponsored หรือ #โฆษณา ให้ชัดเจน และรีวิวตามจริงทั้งข้อดีและข้อด้อยของสินค้า
  4. ใช้ AI และเครื่องมือ MarTech ช่วยคิดหัวข้อคลิป วิเคราะห์จุดที่ควรปรับปรุง หรือตรวจแคปชั่นให้ดูเป็นมืออาชีพ
  5. กระจายแพลตฟอร์ม ไม่พึ่งช่องทางเดียว เช่น นำวิดีโอไปปรับสัดส่วนลงทั้ง YouTube Shorts, Facebook Reels และเขียนบล็อกสั้นใน Lemon8
  6. ปรับแพ็กเกจให้ยืดหยุ่น เช่น จากเดิมคิดค่าจ้างโพสต์ละ 30,000 บาทตายตัว เปลี่ยนเป็นค่าจ้างทำคลิป 10,000 บาท บวกค่าคอมมิชชั่น 10% จากยอดขายผ่านลิงก์ Affiliate หรือทำแพ็กเกจ Bundle ร่วมกับอินฟลูฯ เพื่อนสนิทให้แบรนด์ตัดสินใจง่ายขึ้น
  7. พัฒนาสู่ความเป็นมืออาชีพ ส่งงานตรงเวลา ทำ Media Kit ที่มีข้อมูลผู้ติดตามชัดเจน และส่ง Post-campaign Report ทุกครั้งหลังจบงานโดยไม่ต้องร้องขอ

 

ครึ่งปีหลังแข่งเดือด แบรนด์หันหา Niche และจ้างระยะยาว

 

IdeasLabs คาดการณ์ว่าตลาด Influencer Marketing ครึ่งปีหลังจะแข่งขันเข้มข้นขึ้นทั้งด้านคุณภาพและราคา โดยยังพึ่งพาแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นอย่าง TikTok และ Facebook Reels ในสัดส่วนสูง ขณะที่แบรนด์จะกระจายความเสี่ยงและเฟ้นหาอินฟลูเอนเซอร์ที่ทำคอนเทนต์เจาะลึก (Deep Content) และกลุ่มเฉพาะ (Niche) มากขึ้น

 

ธนดล พิทยานุวัฒน์ กรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง IdeasLabs ระบุว่า ครึ่งปีหลังจะเห็นแบรนด์หันมาทำแคมเปญแบบ Long-term Partnership หรือจ้างอินฟลูเอนเซอร์ระยะยาว 3-6 เดือน แทนการจ้างโพสต์ครั้งเดียวจบ เช่น แบรนด์เครื่องดื่มสุขภาพร่วมกับครีเอเตอร์สายฟิตเนสทำชาเลนจ์เปลี่ยนหุ่นใน 90 วัน ซึ่งกระตุ้นยอดขายแบบ Affiliate ได้ดีกว่าการรีวิวคลิปเดียวจบ

 

พร้อมระบุว่าครีเอเตอร์ที่ปรับตัวและพิสูจน์ยอดขายหรือผลลัพธ์ทางธุรกิจให้แบรนด์เห็นได้ชัด จะเป็นกลุ่มที่ได้เปรียบและได้รับงบประมาณก้อนใหญ่จากแบรนด์ในครึ่งปีหลัง

 

ภาพ : MR.DEEN / Shutterstock

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories