วันนี้ (28 เมษายน) ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวภายหลังที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ของพรรคกล้าธรรม มีมติให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ โดยได้เปิดใจต่อสมาชิกพรรคฯ ถึงการทำหน้าที่ของพรรคกล้าธรรม ในฐานะพรรคฝ่ายค้านว่า การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคฯ ในวันนี้ (28 เมษายน) นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ อดีตหัวหน้าพรรคฯ ได้สอบถามตนเองว่า เมื่อใดจะมาทำหน้าที่หัวหน้าพรรคฯ เพื่อมาขับเคลื่อนพรรคฯ ให้เป็นความหวังคนไทย
ร.อ. ธรรมนัสยืนยันว่า การปรับกรรมการบริหารพรรคฯ ครั้งนี้ไม่ใช่นฤมลทำหน้าที่ไม่ดี แต่คณะกรรมการบริหารพรรคฯ ได้มาจากแต่ละภูมิภาค ผู้ที่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคฯ ก็ถือว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน พรรคกล้าธรรมไม่มีนาย ไม่มีบ่าว มีเพียงพี่กับน้อง ดังนั้นการหารือเรื่องสำคัญ ตนจะเชิญตัวแทนแต่ละคนมาหารือก่อนจะมีการตัดสินใจ ย้ำว่าไม่มีระบบเผด็จการที่ตนตัดสินใจ
ร.อ. ธรรมนัส ยังกล่าวอีกว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่า แม้พรรคกล้าธรรมถูกโจมตีมาโดยตลอด แต่ท้ายที่สุดพรรคกล้าธรรมก็โต ได้ สส.เขตถึง 56 เขตการเลือกตั้ง และหลายเขตไม่ได้เพียงล้มช้าง แต่ล้มวาฬ เช่น จังหวัดสระแก้ว จังหวัดน่าน จังหวัดเชียงราย ซึ่งพิสูจน์ว่าประชาชนยอมรับพรรคฯ เพราะพื้นที่ที่ตนไปปราศรัย แทบจะไม่มีพื้นที่ใดที่แพ้การเลือกตั้ง หรือพื้นที่ที่ตนไม่ได้ไป ก็ยังได้รับชัยชนะ เพราะผู้สมัครมีความแข็งแรง เช่น จังหวัดนราธิวาส และปัตตานี
ร.อ. ธรรมนัส ยังกล่าวถึงผู้สมัครที่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง และอยู่ในลำดับที่ 2 หลายพื้นที่ราว 45 คนว่า แพ้คะแนนเพียงระดับหลักร้อยในหลายพื้นที่ พร้อมเชื่อว่า หากมีเวลาการหาเสียงมากกว่านี้ พรรคกล้าธรรม น่าจะได้ สส.ไม่น้อยกว่า 100 คน และยังไม่นับรวมผู้สมัครที่อยู่ในลำดับที่ 3 อีกว่า 30 เขตการเลือกตั้ง ดังนั้น พรรคกล้าธรรม ถือว่า โตไวจนน่ากลัว แต่การเลือกตั้งได้ผ่านไปแล้ว และมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ตนมีความภาคภูมิใจถึงการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ทั้งช่วงเวลาการหารือ ตั้งกระทู้ หรืออภิปราย ซึ่งพรรคกล้าธรรม มี สส.หน้าใหม่ ที่สามารถเป็นดาวสภาได้ มีเนื้อหา และจังหวะในการอภิปราย
ดังนั้น จึงมั่นใจว่า พรรคกล้าธรรมสามารถทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้ และการเป็นนักการเมืองจะต้องทำหน้าที่ให้ได้ เพียงแต่พรรคกล้าธรรม ทำหน้าที่ฝ่ายบริหารมานานเกินไป จึงไม่ชินกับฝ่ายค้าน แต่พรรคกล้าธรรม มีหลักการในการทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ราชการ และจะนำเสนอคำแนะนำต่อรัฐบาล เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจ ความเดือดร้อนประชาชน สงคราม และหากรัฐบาลไม่ดำเนินการ ก็จะต้องนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ร.อ. ธรรมนัส ยืนยันว่า จะไม่นำเรื่องส่วนตัว หรือความแค้นส่วนตัว ที่ใครเคยรัก หรือไม่รัก หรือไม่มีการเรียกใช้บริการพรรคกล้าธรรม มาเป็นเงื่อนไขการทำหน้าที่ฝ่ายค้านเด็ดขาด เพราะพรรคกล้าธรรม จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ไม่ใช่ฝ่ายแค้น พร้อมขอให้สมาชิกพรรคฯ สามัคคี และเดินไปด้วยกัน ตนจะไม่ทำให้สมาชิกพรรคฯ ผิดหวัง
ส่วนที่มีนักวิชาการมองพรรคกล้าธรรมเป็นฝ่ายคอยนั้น ร.อ. ธรรมนัส ย้ำว่า พรรคกล้าธรรมมีศักดิ์ศรี และทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ซึ่งจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ดังนั้น หากเป็นฝ่ายค้าน โดยไม่ได้มองปัญหาสังคม ไปให้ความสำคัญกับความแค้น เป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด รวมถึงการบริหารประเทศที่ไปผิดทางในเรื่องสำคัญ
ร.อ. ธรรมนัส ยังขอให้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ทำหน้าที่ให้ดี สมกับที่ประชาชนได้เลือก มีเป้าหมายให้ได้ สส. เพิ่มขึ้น และยังกับชับรวมถึงผู้ช่วย และผู้เชี่ยวชาญ ให้รับฟังความทุกข์ร้อนของประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาด้วย



