×

สว. รับประกันไม่มีสอดไส้นิรโทษกรรมคดีฮั้ว สว. ในร่าง พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข ฝากถึงอดีต สว. อย่าทำประชาชนเข้าใจผิด

โดย THE STANDARD TEAM
26.06.2026
  • LOADING...
พล.ต.อ. ฉัตรวรรษ แสงเพชร และ พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. แถลงข่าว

ประเด็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. …. หรือ ‘ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมือง’ ที่ขณะนี้อยู่ในชั้นวุฒิสภา กลายเป็นการโต้เถียงดุเดือดระหว่างสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบัน และอดีต สว. เมื่อปรากฏกระแสข่าวการ ‘สอดไส้’ กฎหมายเพื่อล้างความผิดให้กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวกับการทุจริตหรือฮั้วเลือกตั้ง

 

พล.ต.อ. ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข ของวุฒิสภา ได้ยืนยันในวันนี้ (26 มิถุนายน) ว่า ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการฯ ไม่พบเนื้อหาหรือสาระสำคัญใดที่ระบุถึงการนิรโทษกรรมคดีฮั้ว สว. และในส่วนของบัญชีแนบท้ายก็ไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.

 

พล.ต.อ.ฉัตรวรรษ ชี้แจงถึงกรณีที่มีข้อสังเกตเกี่ยวกับบัญชีแนบท้ายว่า เป็นเพียงการปรับลำดับของร่างกฎหมายให้เรียงตามตัวอักษรและลำดับศักดิ์ของกฎหมายเท่านั้น ซึ่งเป็นรูปแบบที่ถูกกำหนดมาตั้งแต่ในร่างของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาไม่ได้มีการปรับแก้ไขในประเด็นนี้ วัตถุประสงค์หลักของคณะกรรมาธิการฯ คือการเสริมสร้างสันติสุขของสังคมตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้เสนอมา โดยในชั้นพิจารณาของวุฒิสภาไม่ได้มีการแก้ไขเนื้อหา เพียงแต่เสนอไม่กำหนดให้มีการนิรโทษกรรมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

 

ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ยังระบุว่า วุฒิสภาไม่ต้องการให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 2 สภาเพื่อพิจารณาเนื้อหากฎหมายที่มีความเห็นแตกต่างกัน เนื่องจากวุฒิสภามีเจตนาให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ และย้ำว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับวุฒิสภาชุดปัจจุบัน แต่เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมืองที่เคยมีคดีทางการเมืองในอดีต ซึ่งในการพิจารณาชั้นกรรมาธิการ ส่วนใหญ่มีมติยืนตามร่างที่สภาผู้แทนราษฎรได้ดำเนินการมา

 

“ดูแล้วว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ ต้องการให้พวกที่เกี่ยวข้องกับการเมืองและขัดแย้งกับการเมืองจริงๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต และให้พวกอดีตกลับมาทำมาหากินได้ เพราะความขัดแย้งตอนนั้นยังไม่ได้มีปัญหาเกี่ยวกับสถาบันฯ เข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องของฝ่ายค้าน ทหารที่ยึดอำนาจ และรัฐบาล” พล.ต.อ. ฉัตรวรรษกล่าว

 

ทั้งนี้ ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข จะถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภาในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569 หลังจากที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จสิ้น ซึ่งตามกรอบเวลาทางกฎหมายจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน

 

ในวันเดียวกัน พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้กล่าวตอบโต้กรณีที่ สมชาย แสวงการ อดีต สว. ออกมาตั้งข้อสังเกตและจับตาวาระพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวว่าอาจมีการสอดไส้เพื่อล้างความผิดในคดีฮั้วเลือก สว.

 

พิสิษฐ์ยืนยันว่า ไม่มีการแก้ไขประเด็นเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับกรณีฮั้ว สว. หรือการทุจริตเลือกตั้ง สส. แต่อย่างใด และยืนยันว่าไม่มีความคิดที่จะดำเนินการเช่นนั้น เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบคดีฮั้ว สว. ปัจจุบันยังอยู่ชั้นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และยังไม่มีการชี้มูลความผิด สว. จึงไม่ได้ถือว่าจะต้องไปดำเนินการใดๆ และต่อให้มีเหตุการณ์ที่ผิดจริง สว. ก็คงไม่เข้าไปแก้ไขเพื่อนิรโทษกรรมให้แก่ตัวเอง

 

“ผมไม่ทำแน่นอน ต้องบอกอย่างนี้ แล้ว สว. ทุกท่าน ผมเชื่อว่าก็มีแนวคิดเดียวกันกับผม การนิรโทษกรรมตัวเอง ผมไม่คิดจะทำอยู่แล้ว ต้องขอโทษไปยังคนที่สื่อสารกับสื่อมวลชนในการเข้าให้ข่าวเฟคนิวส์แบบนี้ด้วยว่าช่วยอ่าน พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้ละเอียดด้วย” พิสิษฐ์กล่าว

 

พิสิษฐ์ได้เปิดเผยรายละเอียดว่า ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีประเด็นที่แก้ไขเพิ่มเติมในชั้นกรรมาธิการเพียง 2 ประเด็น คือ การเพิ่มเติมพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2521 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2551 ในข้อ 26/1 กับข้อ 26/2 ซึ่งข้อกฎหมายทั้งสองไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับกรณีการฮั้วเลือกตั้งหรือการทุจริตเลือกตั้ง สส.

 

แต่สาเหตุที่เพิ่มเติมเข้าไปเป็นเพราะทางกรรมาธิการได้เชิญตัวแทนภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาหารือเรื่องคดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่เคยก่อเหตุปิดสนามบิน และได้มีมติร่วมกันว่าจะเพิ่มประเด็นนี้เข้าไปเพื่อให้ครอบคลุมการนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองดังกล่าว

 

ในประเด็นการสื่อสารของสมชาย นายพิสิษฐ์วิจารณ์ว่า ในปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีสถิติผู้อ่านหนังสือเกิน 8 บรรทัดแล้ว แต่บางคนอาจยังอ่านหนังสือต่ำกว่า 8 บรรทัดอยู่ พร้อมมองว่า สาเหตุที่ทำให้สมชายหรือคนอื่นๆ ออกมาเรียกร้อง อาจเป็นเพราะความเข้าใจผิดที่เกิดจากการเรียงมาตราใหม่ เนื่องจากร่างกฎหมายที่ส่งมาจากสภาผู้แทนราษฎรมายังชั้นวุฒิสภาไม่ได้เรียงตามศักดิ์ของกฎหมาย ทางกรรมาธิการจึงต้องปรับการเรียงศักดิ์กฎหมายต่างๆ ให้ถูกต้องตามหลักการนิติบัญญัติ และเพิ่มข้อกฎหมายเรื่องการเดินอากาศ 2 ข้อดังกล่าวเข้าไป

 

โดยย้ำว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมตามชั้นสภาผู้แทนราษฎรทุกประการ โดยเฉพาะบัญชีท้ายร่างที่ขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก สว. และการทุจริตการเลือกตั้ง

 

พิสิษฐ์ระบุว่าด้วยว่า ไม่ทราบเจตนาที่แท้จริงว่าต้องการดิสเครดิต สว. ชุดปัจจุบันหรือไม่ แต่ขอย้ำว่า สว. ไม่เคยมีความคิดที่จะทำการใดๆ เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมตัวเอง เพราะขั้นตอนทุกอย่างยังอยู่ในกระบวนการตามขั้นตอนของ กกต. ทุกประการ สำหรับประเด็นความกังวลว่าประชาชนจะเข้าใจผิดนั้น

 

“นี่คือสิ่งที่ผมกังวล คือผมว่าท่านเคยเป็นถึงอดีต สว. คำพูดของท่าน ผมเชื่อว่ามีน้ำหนัก แล้วผมก็ยังเคารพในตัวท่านอยู่ อยากจะให้ท่านพูดอะไรหรือชี้แจงอะไรต่อสื่อและต่อประชาชนให้ถูกต้องและเป็นธรรมกับ สว. ชุดนี้ด้วย” พิสิษฐ์กล่าวทิ้งท้าย

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising