วันนี้ (21 เมษายน) ที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบรางรถไฟ ตลิ่งชัน ศาลได้มีคำพิพากษาคดีทุจริตที่อัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามทุจริต 1 ยื่นฟ้อง แย้ม อินทร์กรุงเก่า หรือ พระธรรมวชริรานุวัตร (พระเทพศาสนาภิบาล หรือ พระราชวิริยาลังการ) อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง พร้อมพวกรวม 5 คน ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์และฟอกเงิน
โจทก์บรรยายฟ้องว่า ระหว่างดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จำเลยที่ 1 (แย้ม) ได้อาศัยอำนาจหน้าที่เบิกถอนและยักยอกเงินจากบัญชีเงินฝากของวัดจำนวน 9 บัญชี โดยให้เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว รวม 20 ครั้ง เป็นเงินกว่า 28 ล้านบาท จากนั้น ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2-5 ผ่องถ่ายเงินไปยังบัญชีของจำเลยที่ 2 เพื่อฟอกเงิน
ศาลพิจารณาพยานหลักฐานและเส้นทางการเงิน พบว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์โดยทุจริต รวม 19 กรรม (เป็นเงินกว่า 27 ล้านบาท) โดยมีจำเลยที่ 2, 3 และ 5 เป็นผู้สนับสนุน
ศาลจึงมีคำพิพากษาดังนี้:
- จำเลยที่ 1 (แย้ม) : จำคุก 50 ปี
- จำเลยที่ 2 (อรัญญาวรรณ) : จำคุก 50 ปี ฐานสนับสนุน 18 กรรม และร่วมชดใช้เงิน 27 ล้านบาทเศษ
- จำเลยที่ 3 (พชพร) : จำคุก 12 ปี 12 เดือน ฐานสนับสนุน 3 กรรม และร่วมชดใช้เงิน 2.8 ล้านบาทเศษ
- จำเลยที่ 4 (ฉัตรชัย) : ศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากไม่มีหลักฐานเพียงพอว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด
- จำเลยที่ 5 (เอกพจน์) : จำคุก 8 ปี 8 เดือน ฐานสนับสนุน 2 กรรม และร่วมชดใช้เงิน 5.1 ล้านบาท
รายละเอียดเพิ่มเติม:
- จำเลยที่ 1 เดิมให้การปฏิเสธ ก่อนจะกลับคำรับสารภาพในภายหลัง
- จำเลยที่ 2 อ้างว่าเงินที่ได้รับเป็นการกู้ยืม แต่ศาลไม่เชื่อถือ เนื่องจากพบว่าสัญญากู้ยืมทำขึ้นในภายหลังเพื่อปกปิดความผิด
ศาลสั่งให้จำเลยที่ 1, 2, 3 และ 5 ร่วมกันคืนเงินที่ยักยอกไปแก่วัดไร่ขิง


