วันนี้ (26 เมษายน) รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินี ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูล ขยายผลเชิงรุก และเพิ่มความรัดกุมของกฎหมาย เพื่อสกัดการนำนิติบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ ทั้งการฟอกเงินและการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย สร้างระบบธุรกิจที่โปร่งใสและแข่งขันได้อย่างเป็นธรรมในระยะยาว
การดำเนินการดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากมาตรการภายใต้นโยบาย Quick Big Win ที่เริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ซึ่งมีการกำหนดให้กลุ่มเสี่ยงต้องยื่นหลักฐานทางการเงินเพิ่มเติมก่อนจดทะเบียน ส่งผลให้ไตรมาสแรกของปี 2569 บริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลง 60% เหลือ 1,373 บริษัท จาก 3,511 บริษัทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่มาตรการยืนยันการลงทุนที่เริ่มใช้เมื่อ 1 เมษายน 2569 ยังช่วยลดความเสี่ยงได้ต่อเนื่อง โดยช่วงวันที่ 1-23 เมษายน 2569 พบบริษัทกลุ่มเสี่ยงเพียง 175 บริษัท ลดลง 75% จาก 658 บริษัทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
จากนี้ ภาครัฐจะเร่งดำเนินการใน 3 ด้าน ได้แก่ การสืบสวนเชิงลึกเครือข่ายนอมินี การลงพื้นที่ตรวจสอบและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน รวมถึงการตรวจสอบนิติบุคคลต่างด้าวที่อาจฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อปิดช่องทางการกระทำผิดอย่างรอบด้าน โดยที่ผ่านมาตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568-23 เมษายน 2569
- ตรวจสอบพบกลุ่มเสี่ยง 11 ราย เชื่อมโยงกับนิติบุคคลกว่า 300 ราย ก่อนส่งข้อมูลให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เพื่อขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
- ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกใน 27 พื้นที่ ครอบคลุม 10 จังหวัด พร้อมส่งต่อข้อมูลไปยัง 9 หน่วยงานเพื่อขยายผลและดำเนินคดี
- ตรวจสอบนิติบุคคลต่างด้าว รวม 4,372 ราย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการในขั้นต่อไป
นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมยกระดับความร่วมมือผ่านการลงนามระหว่าง 21 หน่วยงาน ในวันที่ 29 เมษายน 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล สร้างกลไกการทำงานร่วมกันด้านเฝ้าระวัง ป้องกัน และปราบปราม เสริมความรัดกุมของมาตรการทางกฎหมาย และเสริมความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย โดยมี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี


