×

จนท.เศรษฐกิจจีน-สหรัฐฯ เตรียมเจรจาการค้า ปูทางทรัมป์-สี พบกันปลายเดือนมีนาคมนี้

15.03.2026
  • LOADING...
แฟ้มภาพ เจ้าหน้าที่เศรษฐกิจ สหรัฐฯ-จีน หารือการค้า เตรียมประชุมสุดยอดผู้นำ

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาและจีน มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมรอบใหม่ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในวันนี้ (15 มีนาคม) เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงทางการค้า และเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อพบกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้

 

แหล่งข่าวระบุว่า การเจรจาครั้งนี้เตรียมจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยมีผู้แทนหลักคือ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และ เหอลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน พร้อมด้วย เจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เข้าร่วมด้วย

 

สำหรับประเด็นหลักของการเจรจานั้น คาดว่าจะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นการปรับเปลี่ยนภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ รวมถึงการส่งออกแร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earth) และแม่เหล็กจากจีนไปยังสหรัฐฯ ตลอดจนมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงของสหรัฐฯ และการจัดซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ โดยฝ่ายจีนมีเป้าหมายหลักคือ การลดความตึงเครียดที่คุกคามการค้าขายระหว่างสองประเทศที่มีเขตเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก

 

โอกาสสำเร็จมีแค่ไหน?

 

แม้จะเป็นการประชุมระดับสูง แต่นักวิเคราะห์มองว่า โอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงสำคัญนั้นมี ‘ค่อนข้างจำกัด’ เนื่องจากปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังให้ความสำคัญกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลและอิหร่านเป็นหลัก

 

สก็อตต์ เคนเนดี ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์จีน มองว่าเป้าหมายหลักของการประชุมที่ปารีสคือ การประคับประคองความสัมพันธ์และลดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ ก่อนจะมีการหารือในระดับผู้นำ โดยคาดการณ์ว่าทรัมป์อาจผลักดันให้จีนสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้งล็อตใหม่ รวมถึงซื้อก๊าซธรรมชาติเหลวและถั่วเหลืองเพิ่มขึ้น แต่เพื่อให้ได้ข้อตกลงเหล่านั้น ทรัมป์อาจต้องยอมผ่อนปรนมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ บางส่วนด้วย

 

อย่างไรก็ตาม เคนเนดีกล่าวว่า มีโอกาสสูงที่การประชุมสุดยอดครั้งนี้จะ “ดูเหมือนมีความคืบหน้าในเบื้องต้น แต่จริงๆ แล้วกลับทำให้สถานการณ์ยังคงเหมือนเดิมกับช่วงสี่เดือนที่ผ่านมา”

 

อนึ่ง ทรัมป์และสีจิ้นผิง อาจได้พบกันอีกถึง 3 ครั้งในปีนี้ โดยนอกจากการประชุมที่กรุงปักกิ่งช่วงสิ้นเดือนมีนาคมแล้ว ยังมีการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC) ที่จีนเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤศจิกายน และการประชุมสุดยอด G20 ที่สหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพในเดือนธันวาคม ซึ่งอาจนำไปสู่ความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น

 

สถานการณ์น้ำมันและสงครามอิหร่าน

 

นอกจากประเด็นทางเศรษฐกิจโดยตรงแล้ว คาดว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน จะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะความกังวลต่อราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและการขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักที่จีนพึ่งพาถึง 45% ของปริมาณนำเข้าทั้งหมด

 

โดยเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (12 มีนาคม) เบสเซนต์ได้ประกาศยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรเป็นเวลา 30 วัน เพื่ออนุญาตให้มีการขายน้ำมันของรัสเซียที่ติดค้างอยู่ในเรือบรรทุกน้ำมันกลางทะเล ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อเพิ่มปริมาณอุปทานในตลาดโลก

 

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความตึงเครียดด้านความมั่นคงยังคงทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากทรัมป์เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ร่วมกันปกป้องการขนส่งทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันที่สำคัญของอิหร่าน จนนำไปสู่คำขู่ตอบโต้ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กดดันเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ทั้งนี้ สำนักข่าวซินหัวของจีนกล่าวในบทวิเคราะห์ว่า ความคืบหน้า ‘ที่มีความหมาย’ ในความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างจีนและสหรัฐฯ อาจช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับเศรษฐกิจโลกที่เปราะบางมากขึ้นเรื่อยๆ

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising