×

Human or Resource?: เรากำลังเป็น ‘คนทำงาน’ หรือแค่ทรัพยากรขององค์กรกันแน่?

10.02.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบเชิงเปรียบเทียบระหว่างคนทำงานที่รู้สึกเหมือนถูกลดทอนคุณค่าเป็นเพียงทรัพยากรขององค์กร

ขอฟันธงว่าหลายคนต้องเคยตื่นขึ้นมาในเช้าวันจันทร์พร้อมกับความรู้สึก “โคตรเหนื่อย” มันเหนื่อยโดยที่ไม่รู้สาเหตุจริงๆ นะ? อาจไม่ได้เหนื่อยเพราะแบกหาม แต่ก็เหนื่อยเหมือนมีอะไรหนักอึ้งคอยทับถมอยู่ในใจ หรือบางทีก็เคยนั่งทำงานอยู่ดีๆ แล้วเกิดคำถามผุดขึ้นมาว่า “ฉันกำลังนั่งทำอะไรอยู่ที่นี่?”

 

นี่ไม่ใช่แค่อาการเบื่อหน่ายชั่วคราว แต่มันกำลังเป็นโรคระบาดทางความรู้สึกของคนทำงานทั่วโลก ยิ่งถ้าใครได้เห็นปรากฏการณ์จากภาพยนตร์เรื่อง Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) ของ เต๋อ นวพล ก็คงจะเห็นด้วยว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ให้ความบันเทิง แต่กำลังทำหน้าที่เป็นเครื่องจำลองสถานการณ์ ของคนทำงานที่ฉายภาพความจริงอันโหดร้ายของโลกยุคใหม่ พร้อมกับโยนคำถามหนักๆ ใส่หน้าเราว่า สรุปแล้วในสายตาของโลกใบนี้ เราคือ Human (มนุษย์ที่มีหัวใจ) หรือเป็นเพียง Resource (ทรัพยากรที่รอวันหมดอายุ) กันแน่?

 


กับดักความเหนื่อยที่มองไม่เห็น เมื่อโลกบอกว่าห้ามหยุดเดิน

 

สิ่งที่หนังเรื่องนี้ (และบทสัมภาษณ์ของผู้กำกับ) สะท้อนออกมาได้อย่างน่าเจ็บปวด คือความเหนื่อยล้าของคนยุคนี้ไม่ได้เกิดจากเนื้องานเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากข้อมูลข่าวสารที่ถาโถม เราอยู่ในยุคที่โลกเชื่อมต่อกันหมด การแข่งขันไม่ได้อยู่แค่เพื่อนโต๊ะข้างๆ อีกต่อไป แต่เรากำลังแข่งกับคนทั้งโลกและ AI ทุกครั้งที่ไถหน้าจอ เราจะเจอคอนเทนต์ประเภท “ระวังตกงานนะ”, “ทักษะนี้ต้องมีถ้าไม่อยากตกขบวน” หรือ “AI จะมาแทนที่คุณในไม่ช้า”

 

สิ่งเหล่านี้สร้างแรงกดดันมหาศาลให้เราต้อง Self-improvement อย่างบ้าคลั่งตลอดเวลา แม้กระทั่งคนที่มีงานมั่นคงก็ยังรู้สึกไม่ปลอดภัยและหยุดพักไม่ได้ นี่คือสาเหตุที่เราเหนื่อยโดยไม่รู้ตัว เพราะระบบทุนนิยมและเทคโนโลยีบีบให้เราต้องเป็น Resource ที่อัปเกรดเฟิร์มแวร์ตลอด 24 ชั่วโมง จนเราหลงลืมความเป็น Human ที่ต้องการการพักผ่อนและการมีชีวิตที่ไร้จุดมุ่งหมายบ้าง

 

เมื่อออฟฟิศคือภาพจำลองของ “นรก” และเราเป็นเพียงคนคุมประตู

 

ความอึดอัดขั้นสุดถูกเล่าผ่านตัวละคร เฟรน (HR) ที่ต้องตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเธอต้องรับบทเป็นคนกลางระหว่างความต้องการขององค์กรกับศีลธรรมในใจ เมื่อหัวหน้างานเป็นพิษ (Toxic Boss) และระบบการทำงานบิดเบี้ยว แต่หน้าที่ของเธอคือต้องเฟ้นหาเหยื่อรายใหม่เข้ามาสู่ระบบนี้ คำถามคือ เราจะกล้าบอกความจริงเขาไหม? หรือเราจะเลือกโกหกคำโตเพื่อให้ได้คนมาทำงาน แล้วปล่อยให้เขาไปตายเอาดาบหน้า? สถานการณ์ในหนังบีบคั้นให้เห็นว่า หลายครั้งความจำเป็นเรื่องปากท้อง (เช่น การตั้งครรภ์ หรือ หนี้สิน) ก็บีบให้คนดีๆ ต้องยอมจำนนต่อระบบ ยอมทำตามคำสั่งที่รู้ทั้งรู้ว่าไม่ถูกต้อง เพียงเพื่อรักษาเก้าอี้ของตัวเองไว้ จนท้ายที่สุด เราอาจค่อยๆ สูญเสียตัวตนและกลายเป็นฟันเฟืองที่ไร้ความรู้สึกไปจริงๆ

 

คำถามที่ใหญ่กว่าเรื่องงาน “โลกนี้ยังน่าอยู่สำหรับสมาชิกใหม่ไหม?”

 

ประเด็นที่ลึกซึ้งและมีน้ำหนักที่สุดที่หนังโยนใส่สังคม คือการเปรียบเทียบระหว่าง การรับพนักงานใหม่ กับการมีลูก ในหนังตัวละครเอกกำลังตั้งครรภ์ท่ามกลางความสับสน ซึ่งสะท้อนความคิดของคนหนุ่มสาวทั่วโลกในปัจจุบัน เช่น ปรากฏการณ์นอนราบ หรือ Tang Ping ในจีน ที่เริ่มตั้งคำถามว่าเราควรจะพาชีวิตใหม่มาสู่โลกใบนี้จริงหรือ? การมีลูกเปรียบเสมือนการเชิญแขกมาบ้าน หรือการรับพนักงานใหม่เข้าบริษัท แต่ถ้าบริษัท (ซึ่งเปรียบเสมือน โลก หรือ ประเทศ) แห่งนี้ เต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ ปัญหาสิ่งแวดล้อม PM 2.5 การเมืองที่สิ้นหวัง และเศรษฐกิจที่บีบคั้นให้คนต้องดิ้นรนจนเลือดตาแทบกระเด็น… มันเป็นการกระทำที่ใจร้ายเกินไปไหม ที่จะเชิญเด็กคนหนึ่งเข้ามาเจอเรื่องแบบนี้? หนังจึงไม่ได้ถามแค่ว่าอยากมีลูกไหม แต่กำลังถามกลับไปยังโครงสร้างสังคมว่าเรากำลังสร้างโลกแบบไหนไว้รอรับพวกเขากันแน่?

 

บทสรุปการทวงคืนความเป็น Human ในตัวคุณ

 

Human Resource อาจไม่มีฉากจบที่สวยหรูหรือคำตอบสำเร็จรูปให้คุณ เพราะชีวิตจริงซับซ้อนกว่านั้น แต่สิ่งที่หนังมอบให้คือแรงกระเพื่อมให้เรากลับมาสำรวจตัวเอง

 

เราอาจต้องเริ่มขีดเส้นแบ่งใหม่ อย่าปล่อยให้ความกลัวตกขบวนหรือคำสั่งขององค์กรมากัดกินจิตวิญญาณจนหมดสิ้น ในโลกที่พยายามลดทอนคุณค่าของเราให้เหลือเพียงบรรทัดใน Excel… อย่าลืมว่าเราก็คือมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกันนะ ที่มีความรู้สึก เจ็บได้ ร้องไห้เป็น และมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธความไม่ปกติเหล่านี้ เพราะคำตอบของชีวิต ไม่ได้อยู่ที่ว่าบริษัทจะประเมินคุณอย่างไร แต่อยู่ที่ว่าคุณจะประเมินคุณค่าความเป็นมนุษย์ของตัวเองไว้อย่างไร?

 

ภาพประกอบเชิงเปรียบเทียบระหว่างคนทำงานที่รู้สึกเหมือนถูกลดทอนคุณค่าเป็นเพียงทรัพยากรขององค์กร 1ภาพประกอบเชิงเปรียบเทียบระหว่างคนทำงานที่รู้สึกเหมือนถูกลดทอนคุณค่าเป็นเพียงทรัพยากรขององค์กร 2ภาพประกอบเชิงเปรียบเทียบระหว่างคนทำงานที่รู้สึกเหมือนถูกลดทอนคุณค่าเป็นเพียงทรัพยากรขององค์กร 3ภาพประกอบเชิงเปรียบเทียบระหว่างคนทำงานที่รู้สึกเหมือนถูกลดทอนคุณค่าเป็นเพียงทรัพยากรขององค์กร 4ภาพประกอบเชิงเปรียบเทียบระหว่างคนทำงานที่รู้สึกเหมือนถูกลดทอนคุณค่าเป็นเพียงทรัพยากรขององค์กร 5ภาพประกอบเชิงเปรียบเทียบระหว่างคนทำงานที่รู้สึกเหมือนถูกลดทอนคุณค่าเป็นเพียงทรัพยากรขององค์กร 6ภาพประกอบเชิงเปรียบเทียบระหว่างคนทำงานที่รู้สึกเหมือนถูกลดทอนคุณค่าเป็นเพียงทรัพยากรขององค์กร 7ภาพประกอบเชิงเปรียบเทียบระหว่างคนทำงานที่รู้สึกเหมือนถูกลดทอนคุณค่าเป็นเพียงทรัพยากรขององค์กร 8ภาพประกอบเชิงเปรียบเทียบระหว่างคนทำงานที่รู้สึกเหมือนถูกลดทอนคุณค่าเป็นเพียงทรัพยากรขององค์กร 9

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising