×

ฝ่ายค้านร่วมกับ สว. อิสระ ยื่นประธานรัฐสภาชงศาลฎีกาตั้ง คกก.ไต่สวน ป.ป.ช. ปมยกคำร้องศักดิ์สยาม

โดย THE STANDARD TEAM
05.06.2026
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย และนันทนา นันทวโรภาส แถลงข่าวที่อาคารรัฐสภา

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยตัวแทนจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบด้วย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในวันนี้ (5 มิถุนายน) ที่อาคารรัฐสภา

ดูภาพข่าว ▼ 

ร่วมกันแถลงข่าวกรณีการยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภาตามมาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ดำเนินการส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระ ตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีมีมติยกคำร้อง ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในคดีปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน

 

ณัฐพงษ์เปิดเผยว่า ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ฝ่ายค้านได้รวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานจากแหล่งข่าวสาธารณะและบันทึกการชี้แจงของตัวแทน ป.ป.ช. ในที่ประชุมวิปฝ่ายค้าน เพื่อจัดทำคำร้องอย่างรัดกุม โดยแบ่งข้อกล่าวหาต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. ออกเป็น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่

 

ประการแรก กระบวนการตรวจสอบที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและมีข้อบกพร่อง

 

โดย ป.ป.ช. ไม่ได้ทำการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินในเชิงลึกอย่างถี่ถ้วนตามระเบียบก่อนที่จะมีมติยกคำร้อง ไม่แสวงหาข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนในกรณีความผิดอาญา ไม่เรียก ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้ร้องมาให้ถ้อยคำ และไม่มีปรากฏว่ามีการตรวจสอบการทำนิติกรรมอำพรางหรือเส้นทางการเงินตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยไต่สวนไว้

 

ประการที่สอง การใช้ดุลพินิจพิจารณาคดีที่ไม่ตรงไปตรงมาและผิดพลาดอย่างชัดแจ้ง เช่น การวินิจฉัยว่า ศักดิ์สยามไม่มีเจตนาจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ซึ่งขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ไต่สวนและวินิจฉัยไว้ รวมถึงการละเว้นไม่วินิจฉัยประเด็นสำคัญว่า ศักดิ์สยามยังคงเป็นผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น หรือไม่

 

ประการที่สาม การปกปิดพฤติการณ์ตรวจสอบและความไม่โปร่งใส โดย ป.ป.ช. เพิกเฉยต่อคำขอของผู้ร้องในการเข้าถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจสอบ อีกทั้งมีความล่าช้าในการเปิดเผยผลการพิจารณา โดย ป.ป.ช. มีมติยกคำร้องเรื่องบัญชีทรัพย์สินตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 และมติยกคำร้องคดีอาญาในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แต่เพิ่งมีการออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะในเดือนเมษายน 2569 โดยไม่ได้แจ้งผลให้ผู้ร้องทราบโดยตรง

 

ประการที่สี่ การจงใจละเว้นไม่ตรวจสอบมูลฐานความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ความผิดฐานขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามมาตรา 126 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

 

ณัฐพงษ์ระบุเพิ่มเติมว่า หลังจากรวบรวมรายชื่อสมาชิกรัฐสภาตามมาตรา 236 แล้ว ประธานรัฐสภาจะมีหน้าที่ใช้ดุลพินิจตรวจสอบคำร้องและหลักฐานว่ามีเหตุอันควรสงสัยหรือไม่ โดยไม่ได้มีอำนาจชี้ขาดว่า ป.ป.ช. ผิดหรือไม่ผิด แต่หากพบว่ามีเหตุอันควรสงสัยเพียงพอ ประธานรัฐสภาจะต้องส่งเรื่องต่อไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระโดยเร็ว

 

ด้าน สาทิตย์ วงศ์หนองเตย กล่าวสนับสนุนการตรวจสอบดังกล่าว โดยระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นในการเมืองสุจริต การพิจารณาคดีนี้ของ ป.ป.ช. มีหลายประเด็นที่ชวนสงสัย โดยเฉพาะการจงใจละเว้นไม่พิจารณาบางประเด็น ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยอันเป็นข้อยุติทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้ว

 

สาทิตย์ยังเปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นคำร้องเพิ่มเติมไปยัง ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนศักดิ์สยามในประเด็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เนื่องจากบริษัทที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าเป็นของศักดิ์สยาม ได้เข้าไปรับงานจากกระทรวงคมนาคมซึ่งอยู่ในความดูแลของศักดิ์สยามในขณะนั้น ซึ่งถือเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์อย่างชัดเจน แต่ ป.ป.ช. ละเลยไม่วินิจฉัย

 

ด้าน นันทนา นันทวโรภาส ในฐานะตัวแทนกลุ่ม สว. อิสระที่ร่วมลงชื่อ ระบุว่า กรณีนี้เป็นเรื่องที่สังคมเคลือบแคลงสงสัยอย่างกว้างขวาง เนื่องจากการยกคำร้องขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ การลงชื่อร่วมกันครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ประธานรัฐสภาใช้ดุลพินิจพิจารณาส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา หากประธานรัฐสภาใช้เวลาตรวจสอบยาวนาน หรือตัดสินใจระงับคำร้องโดยไม่ส่งเรื่องต่อ จะต้องตอบคำถามต่อประชาชนทั้งประเทศว่าการกระทำดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับข้อครหาเรื่องระบอบสีน้ำเงินหรือไม่ พร้อมหวังว่าประธานรัฐสภาจะเร่งรัดดำเนินการเพื่อพิสูจน์ความจริงและลบข้อครหาดังกล่าว

 

เมื่อถูกตั้งคำถามถึงกระบวนการพิจารณาของประธานรัฐสภา ณัฐพงษ์ยืนยันว่าฝ่ายค้านจะไม่ใช้วิธีล็อบบี้หรือเจรจานอกรอบ แต่เชื่อมั่นว่าพยานหลักฐานที่นำเสนอมีความชัดเจนจนไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามีเหตุอันควรสงสัย หากประธานรัฐสภาปัดตกคำร้อง นอกจากจะคัดค้านต่อสายตาของสังคมแล้ว อาจถือเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งฝ่ายค้านอาจพิจารณาใช้ช่องทางกฎหมายอื่นเพื่อตรวจสอบการใช้อำนาจของประธานรัฐสภาต่อไป

 

ณัฐพงษ์ยังกล่าวอธิบายถึง ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ว่าหมายถึงเครือข่ายทางการเมืองและเศรษฐกิจที่มีผลประโยชน์ต่างตอบแทนต่อกัน จึงขอให้สังคมช่วยกันวิเคราะห์ความเกี่ยวข้องระหว่างประธานรัฐสภา ศักดิ์สยาม และ ป.ป.ช. ในกรณีนี้ หากคำร้องถูกปัดตก สังคมจะเป็นผู้ตัดสินว่าเกี่ยวข้องกับระบอบดังกล่าวหรือไม่ พร้อมทิ้งท้ายว่าสังคมคาดหวังให้ผู้ใช้อำนาจรัฐและตัวแทนประชาชนทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช้อำนาจเพื่อปกป้องพวกพ้องหรือทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม

 

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย และนันทนา นันทวโรภาส แถลงข่าวที่อาคารรัฐสภา 1ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย และนันทนา นันทวโรภาส แถลงข่าวที่อาคารรัฐสภา 2ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย และนันทนา นันทวโรภาส แถลงข่าวที่อาคารรัฐสภา 3ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย และนันทนา นันทวโรภาส แถลงข่าวที่อาคารรัฐสภา 4


READ MORE





Latest Stories