×

3 เครื่องยนต์ธุรกิจ SpaceX ทำเงินอย่างไร IPO แพงเพราะเดิมพัน ‘อนาคตอวกาศ’ หรือ ‘อุ้มธุรกิจ AI’

05.06.2026
  • LOADING...
อินโฟกราฟิกแสดง 3 เครื่องยนต์ธุรกิจของ SpaceX ได้แก่ ธุรกิจอวกาศ อินเทอร์เน็ตดาวเทียม และ AI พร้อมตัวเลขรายได้ กำไร และกระแสเงินสด

ใกล้เข้ามาแล้วกับดีล IPO ที่ทั่วโลกให้การจับตามองมากที่สุด สำหรับ ‘SpaceX’ บริษัทเทคโนโลยีอวกาศและโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ก่อตั้งโดย อีลอน มัสก์ (Elon Musk) มหาเศรษฐีผู้มีวิสัยทัศน์อยากสร้างอาณาจักรมนุษย์บนดาวอังคาร

 

 
 

โดย SpaceX เตรียมเข้า IPO บนตลาดหุ้น Nasdaq ภายใต้ชื่อ SPCX ในวันที่ 12 มิถุนายน 2026 นี้ ตั้งเป้าระดมทุน 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยมูลค่าบริษัท 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถ้าทำได้สำเร็จจะขึ้นแท่นเป็น IPO ที่มูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ แซงหน้า Saudi Aramco ที่เคยทำมูลค่า IPO ไว้ที่ 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2019

 

บนมูลค่าธุรกิจที่ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้ SpaceX ติด Top 10 บริษัทที่มี Market Cap ใหญ่ที่สุดในโลกทันที จุดกระแสความสนให้นักลงทุน

 

ทั้งสถาบันและรายย่อย พยายามหาเหตุผลและ Story มารองรับ Valuation ที่สูงขนาดนี้

 

โดยมีทั้งฝ่ายที่มองว่า การขายหุ้น IPO ที่ราคาระดับนี้ เป็นการซื้ออนาคตธุรกิจ ที่มีศักยภาพเติบโตเป็นเจ้าตลาดโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจอวกาศ และโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและการประมวลผลยุค AI

 

ในขณะที่บางส่วนมองว่า การตั้งราคาขาย IPO ที่สูงขนาดนี้ เป็นความตั้งใจของ SpaceX ที่ต้องการระดมเงิน มาพยุงธุรกิจ AI ที่ยังขาดทุนหนัก จาก CAPEX ที่โตเร็วกว่ากระแสเงินสดที่สร้างได้ในปัจจุบัน เสมือนเครื่องเผาเงินที่กดดัน margin ภาพรวม

 

THE STANDARD WEALTH พาส่องงบการเงิน 3 เครื่องยนต์ธุรกิจ SpaceX

 

ก่อนเข้า IPO อะไรคือโอกาสและความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องจับตา

 

space x ipo

 

Morningstar ประเมินมูลค่าบริษัท SpaceX ไว้ที่ 7.8 แสนล้านดอลลาร์ ต่ำกว่ามูลค่าที่ประเมินใน private market ถึง 48% โดยใช้หลักการกระแสเงินสดคิดลด (DCF) ทำให้มูลค่า IPO ที่บริษัทประเมินไว้ตอนนี้ แพงเกินพื้นฐาน แม้จะมีความได้เปรียบทางธุรกิจ (Economic Moat) จาก 2 ธุรกิจหลักที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง คือ ธุรกิจปล่อยจรวดและธุรกิจอินเทอร์เน็ตดาวเทียม

 

ซึ่งมีความได้เปรียบด้านต้นทุน จากการลงทุนวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายขนาดธุรกิจอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง แต่การที่ SpaceX เข้าซื้อกิจการ xAI เพื่อวางรากฐานธุรกิจ AI เร่งลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการประมวลผลขั้นสูง เพิ่มความเสี่ยงให้กับ Moat ธุรกิจในภาพรวม เนื่องจากโมเดลหารายได้ยังไม่นิ่ง และใช้ CAPEX สูง หากไม่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ ธุรกิจ AI จะเป็นตัวฉุดมูลค่าบริษัทอย่างรุนแรง

 

สำหรับธุรกิจปล่อยจรวด และธุรกิจอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Morningstar ประเมินว่า

 

จะมีมูลค่ารวมกันราว 6.11 แสนล้านดอลลาร์ แต่หาก Starlink เติบโตช้าลงหลังปี 2028 มูลค่าธุกิจอาจลดลงอีก 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์

 

ส่วนธุรกิจ AI อาจเพิ่มมูลค่าให้ SpaceX ได้ราว 1.7 แสนล้านดอลลาร์ แม้จะขาดทุนหนัก แต่ตลาดยังให้พรีเมียมมองว่าเป็น “เดิมพันแห่งอนาคต” โดยธุรกิจอาจเป็น cash engine ตัวใหม่ที่สร้างมูลค่ามหาศาลในอนาคต หากสามารถต่อยอดเทคโนโลยี ให้สร้างรายได้ได้จริง

 

4 ปัจจัยดันราคาหุ้น แม้ IPO แพงเกินพื้นฐาน?

 

Morning star มองว่าหุ้น SpaceX อาจแพงเกินมูลค่าพื้นฐาน แต่ราคาหุ้นหลัง IPO ยังมีโอกาสปรับขึ้นในช่วงแรก จาก 4 ปัจจัยหลัก

 

1. หุ้นหมุนเวียนในตลาดมีน้อย
เมื่อหุ้นที่ขายในตลาดมีไม่มาก แต่ดีมานด์สูง ราคาจึงถูกดันขึ้นได้ง่าย

 

2. ความต้องการซื้อหุ้นธีม AI Infrastructure แข็งแกร่ง
ตลาดยังให้พรีเมียมกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ไม่ว่าจะเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ ชิป พลังงาน รวมถึง SPCX ที่ผสานโครงสร้างพื้นฐาน AI เข้ากับเทคโนโลยีอวกาศ

 

3. investment bank  หนุนแรงซื้อ 

การมีวาณิชธนกิจรายใหญ่รับประกันการจัดจำหน่าย จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันในช่วง IPO

 

4. เข้าคำนวณในดัชนี Nasdaq 100 เร็วกว่าปกติ

Nasdaq ได้ปรับกฎเกณฑ์บางส่วน เพื่อเปิดทางให้ SpaceX เข้าคำนวณในดัชนี ได้ภายใน 15 วัน หลังการ IPO หากเป็นไปตามแผน กองทุน Passive และ ETF จะต้องเข้าซื้อหุ้น SPCX อัตโนมัติ เพื่อปรับน้ำหนักการลงทุนตามดัชนี

 

อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาความเสี่ยงหลัง IPO ผ่านไปสักระยะ โดยราคาหุ้น SPCX อาจเผชิญแรงเทขาย เมื่อหุ้นในมือของกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร นักลงทุนสถาบัน หรือพนักงานของบริษัท ทยอยเข้าสู่ตลาดหลังได้รับการปลดล็อกจากช่วง Lock-up Period

 

โดยทั่วไป เมื่อมีการเสนอขายหุ้น IPO ผู้ถือหุ้นเดิมจะถูกจำกัด ห้ามขายหุ้นเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเทขายหุ้นทันที หลังเข้าตลาด แต่ในกรณี SpaceX ได้ยกเว้นการห้ามขายหุ้นสำหรับนักลงทุนบางกลุ่ม โดยใช้ระบบ Phased Lock-up ทำให้ผู้ถือหุ้นบางกลุ่มทยอยขายหุ้นได้เป็นช่วงๆ ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทจะต้องมีผลประกอบการ และราคาหุ้นถึงเป้าที่กำหนด โดยหุ้นบางส่วนอาจเริ่มขายได้หลังประกาศงบไตรมาสแรก และทยอยขายจนพ้นช่วงห้ามขาย

 

สำหรับอีลอน มัสก์ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ SpaceX โดยถือหุ้นราว 42% และกุมสิทธิการออกเสียงในบริษัมากถึง 85% ยังไม่สามารถขายหุ้นออกมาได้ จนกว่าจะครบ Lock-up Period ที่ 1 ปี

 

จับตา 3 เดือนอันตราย หุ้น SPCX จ่อติดลบหนัก

 

ด้านกรรณ์ หทัยศรัทธา, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัยลูกค้ารายย่อย และนักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์ CGS International ประเทศไทย ให้มุมมองกับ THE STANDARD WEALTH ว่า หลังการ IPO หุ้น SPCX มีแนวโน้ม ให้ผลตอบแทนเป็นบวก ในช่วง 1 สัปดาห์ ถึง 1 เดือนแรก และจะเริ่มให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ ตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป

 

เมื่อผ่านไป 1 ปี อาจมีโอกาสเห็นผลตอบแทนติดลบหนักถึง 50% เมื่ออ้างอิงสถิติผลตอบแทนในอดีตของหุ้น IPO ขนาดใหญ่ (เช่น Facebook, ARM Holdings, Robinhood และ Coinbase)

 

IPO elon

 

อย่างไรก็ตาม แม้ SpaceX จะแบ่งระยะเวลาปลดล็อกการขายหุ้น (Phased Lock-up) ให้กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมทยอยขายหุ้นได้เป็นช่วงๆ เพื่อลดแรงกดดันต่อราคาหุ้น จากการถล่มเทขายในคราวเดียว แต่วิธีนี้เป็นเพียงการสร้างความเชื่อมั่น ให้กับนักลงทุนเท่านั้น ไม่ใช่การรับประกันว่าราคาหุ้นจะไม่ปรับตัวลงแรงในอนาคต

 

ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories