เดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ดูจะต่างจากปีก่อนเล็กน้อย หลายคนเริ่มต้นปีด้วยความเหนื่อย ทั้งข่าวสารบ้านเมือง ทั้งความเปลี่ยนแปลงรอบตัวที่รับมือไม่ทัน ที่ส่งต่อมาถึงเดือนนี้แบบเงียบๆ แต่ถึงอย่างนั้น บรรยากาศบางอย่างก็เปลี่ยนไป ร้านอาหารหลายแห่งเริ่มตกแต่งให้ดูอบอุ่นขึ้น มีลูกเล่นน่ารัก บางโต๊ะก็ถูกจองล่วงหน้าเรียบร้อย และเมื่อเปิดปฏิทินมา ใครหลายคนก็เริ่มคิดถึงคำถามเดิมๆ ว่า วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เราอยากใช้เวลากับใคร
บางคนรู้ว่าควรนั่งตรงข้ามกับใครแล้วเราเป็นตัวเองได้แบบไม่ต้องเขินอาย บางคนก็ยังไม่แน่ใจว่าเรากับเขาคนนั้นควรถูกเรียกว่าสถานะอะไร และบางคนก็เลือกจะใช้คืนวันวาเลนไทน์กับกลุ่มเพื่อนสนิท
‘วันวาเลนไทน์’ สำหรับเราไม่ใช่แค่วันของความรักในรูปแบบเดียว แต่เป็นวันที่สะท้อนให้เห็นว่าแต่ละคนกำลังอยู่ในความสัมพันธ์แบบไหน อย่างร้านอาหารที่เลือกไปก็เป็นเหมือนเบื้องหลังสร้างเรื่องราวผ่านรูปถ่าย โดยที่ไม่ต้องมีคำอธิบาย ที่กลับมาดูทีไร ภาพก็เล่าเรื่องของมันได้เอง
เราเลยคัดเลือก ‘ร้านอาหารในวันวาเลนไทน์’ สำหรับปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นมื้อกลางวันไวบ์ดี หรือดินเนอร์สุดโรแมนติก เป็นร้านที่เหมาะกับความสัมพันธ์ในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่กำลังเริ่มทำความรู้จักกัน ความสัมพันธ์ที่ยังไม่มีชื่อเรียก คู่รักที่อยากทำให้มื้อนี้พิเศษขึ้น คู่ชีวิตที่ยังคงเลือกกันและกันเสมอ หรือแม้แต่คนที่อยากใช้เวลาอยู่กับแก๊งเพื่อนสนิท
SINGLE BY CHOICE (คนโสด)
เชื่อว่าคนโสดหลายคน มีความรู้สึกที่ไม่ได้รู้สึกว่าขาดใคร ชีวิตรอบตัวเต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใยที่ดีจากครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อนด้วยการนัดกินข้าว คนกลุ่มนี้แค่ยังไม่เจอคนที่อยากชวนมานั่งตรงข้ามมองหน้ากันในทุกวัน วาเลนไทน์สำหรับคนโสดนี้จึงไม่ใช่วันที่ต้องมองหาความโรแมนติก แต่เป็นอีกหนึ่งข้ออ้างให้เราออกมาใช้เวลาอยู่กับคนที่ทำให้รู้สึกเป็นตัวเองมากที่สุด นั่นก็คือ ครอบครัว หรือเพื่อนๆ
ร้านที่เหมาะกับคืนแบบนี้ คงหนีไม่พ้นร้านที่นั่งได้นานพอให้พูดคุยกันไปเรื่อยๆ บรรยากาศเป็นกันเอง สนุกสนาน เมนูอาหารก็จะเป็นแบบแชร์กันมากกว่าจะเป็นจานคนใดคนหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้เจอเพื่อน ได้หัวเราะกับเรื่องเดิมๆ ที่เล่าซ้ำโดยไม่เบื่อ ได้อยู่ท่ามกลางผู้คนที่รู้จักเราในแบบที่เป็น เป็นมิตรภาพมากกว่าความสัมพันธ์

MARU MARU PIZZA
ร้านพิซซ่าที่เหมาะกับคืนที่อยากใช้เวลาอยู่กับเพื่อน ตัวร้านเองให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเองมาก โต๊ะไม้ที่เรียบง่าย แสงไฟโทนอุ่น และกลิ่นพิซซ่าที่ลอยออกมาจากเตา คอยสร้างบรรยากาศให้ยังคง in the mood
พิซซ่าของที่นี่เป็นสไตล์นาโปลี แป้งตรงกลางจะบาง ขอบพองหนาและกรอบเล็กน้อย ทุกถาดจัดเสิร์ฟออกมาร้อนๆ วางไว้กลางโต๊ะเพื่อแชร์กัน ซึ่งเมนูโดยรวมผสมผสานกลิ่นอายญี่ปุ่นเข้ากับความเป็นอิตาเลียนได้อย่างลงตัว ทั้งพิซซ่าและพาสต้าที่ให้รสชาติชัดเจน คนไทยเข้าถึงง่าย เป็นอาหารที่เหมาะกับการกินไป คุยไป ในบรรยากาศที่สนุก โดยรวมจึงเป็นร้านที่เหมาะกับคนโสดที่อยากใช้เวลากับครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน เป็นคืนที่ทุกคนสามารถนั่งล้อมโต๊ะ สั่งอาหารมาแชร์กันได้
Address: ซอยสุขุมวิท 67 เขตวัฒนา
Open: เปิดทุกวัน 11.30-22.00 น.
Contact: MARU MARU PIZZA
Budget: 500-1,000 บาทต่อคน

CHENIN
ร้านอาหารสไตล์ Modern Italian Bistro เหมาะกับคืนที่อยากนั่งเมาท์กับเพื่อน บรรยากาศในร้านที่เรียบง่าย ใส่ใจในรายละเอียด แสงไฟสลัวๆ นุ่มนวล ตัวโต๊ะถูกจัดวางให้นั่งสบาย ด้วยความที่ร้านมี 2 ชั้น ทำให้ที่นี่เหมาะทั้งสำหรับมื้อที่ตั้งใจมานั่งกินจริงจัง หรือมื้อชิลๆ ที่มีไวน์คนละแก้ววางอยู่ข้างจาน
เมนูอาหารของ Chenin เน้นอาหารอิตาเลียนร่วมสมัยที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบและรสชาติที่ชัดเจน แต่ยังคงความเข้าถึงง่ายในสไตล์บิสโทร แต่ละจานถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการสั่งมาวางกลางโต๊ะแล้วแชร์กัน ทั้งเมนูสลัดที่ให้ความสดชื่น จาน flatbread ที่ให้เนื้อสัมผัสทั้งกรอบและนุ่มในคำเดียว ไปจนถึงหมวดพาสต้าและจานหลักที่ให้รสชาติกลมกล่อมที่ทานได้ต่อเนื่อง จึงเป็นร้านที่เปิดโอกาสให้ทุกคนในโต๊ะนั่งอยู่ด้วยกันได้นานขึ้น พร้อมบทสนทนาที่สนุก และทำให้คืนวาเลนไทน์กลายเป็นเพียงอีกหนึ่งคืนที่น่าจดจำในแบบที่เรียบง่าย
Address: ซอยสุขุมวิท 31 เขตวัฒนา
Open: เปิดทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 18.00-00.00 น. / เสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-00.00 น.
Contact: Chenin (เชนิน)
Tel: 065 424 6225
Budget: 1,000-2,000 บาทต่อคน

ALIEN BANGKOK
ร้านอาหารน้องใหม่สไตล์ Fine Bistro นำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่างออกไปจากร้านดินเนอร์ทั่วไป ด้วยตัวร้านถูกออกแบบให้มีความดิบ เท่ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว องค์ประกอบภายในร้านจึงสร้างบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงความเป็นกันเองที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
ตัวร้านค่อนข้างกว้าง โต๊ะถูกจัดวางอย่างไม่เป็นทางการจนเกินไป ร้านนี้ก็เหมาะกับการนั่งรวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อนเล็กๆ เมนูของร้านมีความร่วมสมัย เข้าถึงง่าย เป็นอาหารที่ถูกออกแบบมาเพื่อแชร์มากกว่าการกินคนเดียว ความน่าสนใจของร้านอยู่ที่บรรยากาศที่ไม่พยายามเป็นร้านโรแมนติก แต่กลับสร้างพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้เป็นตัวเองมากขึ้น แสดงความเป็นตัวเองได้เต็มที่ เป็นร้านที่สามารถนั่งได้นานขึ้นอีกหน่อย โดยไม่มีใครในโต๊ะรู้สึกว่าต้องรีบจบมื้อนี้
Address: ซอยสุขุมวิท 16 เขตวัฒนา
Open: เปิดทุกวัน มื้อกลางวันเวลา 12.00-15.00 น. / มื้อค่ำเวลา 17.00-23.00 น.
Contact: ALIEN Bangkok
Budget: 1,000-2,500 บาทต่อคน

SHOREDITCH
ร้านอาหารสไตล์ Modern Italian แถมเป็น Pet-friendly ที่ให้บรรยากาศสนุกสนาน ร้านเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของผู้คนสลับกับเสียงเพลง แสงไฟที่ช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายทำให้เป็นหนึ่งในร้านที่เหมาะกับการนัดเจอเพื่อนโดยไม่จำเป็นต้องมีโอกาสพิเศษอะไรเลยก็ได้
เมนูอาหารของที่นี่มีความร่วมสมัย ทำให้การสั่งอาหารไม่ได้เป็นเพียงการเลือกจานของตัวเอง แต่เป็นการเลือกสิ่งที่ทุกคนบนโต๊ะจะได้ลองร่วมกัน กับบรรยากาศที่เป็นกันเอง กลายเป็นร้านที่ผู้คนสามารถนั่งอยู่ได้เรื่อยๆ จากมื้อเย็นที่เริ่มต้นแบบเรียบง่าย อาจกลายเป็นคืนที่เต็มไปด้วยบทสนทนาและเสียงหัวเราะโดยไม่รู้ตัว เป็นร้านที่รองรับมื้อที่ไม่ได้ต้องการความโรแมนติกมาก แค่ต้องการร้านที่ใช้เวลาอยู่กับเพื่อน แล้วปล่อยให้ช่วงเวลานั้นกลายเป็นคืนที่น่าจดจำ
Address: ซอยสุขุมวิท 11 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
Open: เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ มื้อกลางวันเวลา 11.00-15.00 น. / มื้อค่ำเวลา 17.00-22.00 น. (ปิดวันจันทร์)
Contact: Shoreditch Bangkok
Budget: 800-1,800 บาทต่อคน

RHOYRANG BANGKOK
หรอยแรง บางกอก ร้านอาหารใต้โลคอลส่งตรงจากทะเลสงขลา ที่ให้ความรู้สึกเหมือนมากินข้าวบ้านเพื่อน บรรยากาศของร้านไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อวันพิเศษเท่านั้น ทุกคนสามารถแวะมากินข้าว พูดคุย และใช้เวลาร่วมกันได้ทุกวัน เมนูของร้านเน้นอาหารใต้รสชาติจัดจ้านและตรงไปตรงมา เข้าใจง่าย เป็นกับข้าวที่เหมาะแชร์กันมากกว่า แต่ละจานให้รสชาติอาหารใต้แท้ๆ ที่เชฟใส่ใจในรายละเอียดของวัตถุดิบ
หรอยแรงน่าสนใจตรงที่เป็นร้านเรียบง่าย สามารถทำให้กับข้าวอาหารใต้ในช่วงค่ำคืนวันธรรมดามีความหมายมากขึ้น เป็นร้านที่ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวาเลนไทน์ก็มาได้ แต่ถ้าต้องการมาทานมื้อค่ำกับเพื่อนมากกว่าแฟน ร้านนี้ก็เป็นร้านที่ทำให้วาเลนไทน์เป็นอีกหนึ่งมื้อที่อบอุ่นได้เหมือนกัน
Address: โชคชัย 4 ซอย 54 ลาดพร้าว
Open: เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 11.00-22.00 น. (ปิดวันจันทร์)
Contact: หรอยแรง บางกอก (Rhoyrang Bangkok)
Budget: 400-1,000 บาทต่อคน
SITUATIONSHIP (คนที่ไม่มีสถานะให้กันและกัน)
มีบางความสัมพันธ์ที่ยังไม่ใช่แฟน แต่ก็ไม่ใช่แค่เพื่อน ยังไม่มีคำเรียกที่ชัดเจน แต่ก็มีบางช่วงเวลาที่เลือกจะใช้ร่วมกัน วันวาเลนไทน์สำหรับความสัมพันธ์แบบนี้จึงไม่ใช่การเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ แต่เป็นเพียงข้ออ้างในการนัดเจออีกครั้ง เพื่อใช้เวลาร่วมกัน และทำความเข้าใจว่าความสัมพันธ์ที่มีให้กันอาจไม่เติบโต เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ต้องการคำตอบ ไม่ต้องการเวลา ไม่ตั้งคำถาม ไม่คาดหวัง แต่ก็ยังมาด้วยกัน
ร้านที่เหมาะกับคนที่ไม่มีสถานะให้กันและกัน จึงมักเป็นร้านที่ดูมีรสนิยมขึ้นมาเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับจริงจังจนเกินไป เป็นร้านที่ให้ความรู้สึกพิเศษโดยไม่สร้างความกดดัน มีแสงไฟสลัวพอดี มีไวน์ให้เลือกสั่ง ไม่ต้องการถ่ายรูป ไม่ต้องเช็กอิน เพราะกลัวว่าถ้าโพสต์ไปแล้วเราจะดูเหมือนคิดไปเอง
บางครั้งสิ่งสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์นี้มีโอกาสคืบหน้า ไม่ใช่แค่สิ่งที่พูดออกมา กลับเป็นการกระทำในช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน ตั้งแต่การเลือกร้าน การนั่งอยู่ตรงข้ามกัน ไปจนถึงการแสดงความรู้สึกที่ชัดเจนขึ้น โดยไม่ต้องเอ่ยถาม ‘เพราะการได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันโดยไม่นิยามความสัมพันธ์ ก็อาจเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดแล้วสำหรับตอนนี้’

CENTO BANGKOK
ร้านอาหารอิตาเลียนที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยศาลาแดง ทันทีที่ก้าวเข้าข้างในบรรยากาศกลับเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนจากถนนด้านนอก แสงไฟสลัว โทนสีของร้านอบอุ่น บาร์ที่กลายเป็นจุดศูนย์กลางของร้าน สร้างความรู้สึกที่ทั้งผ่อนคลายและมีเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน เสียง house music ที่คลออยู่เบาๆ ช่วยเติมอารมณ์ให้คึกคัก ร้านให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวพอสำหรับการนั่งคุยกันสองคน แต่ก็ยังดูไม่จริงจังเกินไป
เมนูของ CENTO มีความหลากหลายเหมาะกับการสั่งมาแชร์กัน ทั้งจานเรียกน้ำย่อย และจานหลักที่ให้รสชาติกลมกล่อม ที่เชฟคอยเสิร์ฟประสบการณ์และไวบ์ที่ดี แน่นอนว่าร้านนี้ทำให้เห็นรสนิยมมากขึ้นของคนที่เราไปด้วยตั้งแต่เลือกเมนูร่วมกัน การรออาหารจานถัดไป หรือแม้แต่ช่วงเวลารออาหาร กลายเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ช่วยให้ได้สังเกตอีกฝ่ายมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องถามคำถามตรงๆ เป็นร้านที่ให้ค้นหาคำตอบนั้นด้วยตัวเอง สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นบนโต๊ะอาหารเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความรู้สึกที่ยังคงอยู่หลังจากที่คุณแยกย้ายกันกลับบ้านแล้ว
Address: ซอยศาลาแดง 1 สีลม
Open: เปิดทุกวันเวลา 17.30-00.00 น.
Contact: Cento Bangkok
Budget: 1,000-2,000 บาทต่อคน

MASSERIA DECIMO
ร้านอาหารอิตาเลียนเปิดใหม่ที่สาทร 10 ตัวร้านค่อนข้างกว้างขวาง ออกแบบมาได้อย่างเรียบหรู แสงไฟโทนอุ่น เฟอร์นิเจอร์ องค์ประกอบภายในร้านสะท้อนถึงความตั้งใจในทุกมุม ช่วยสร้างความรู้สึกโรแมนติก ทำให้ที่นี่เหมาะกับการนั่งดินเนอร์ที่อยากให้ค่ำคืนนี้รู้สึกพิเศษขึ้นเล็กน้อย แบบไม่จำเป็นต้องเป็นทางการ
เมนูที่นี่นำเสนออาหารอิตาเลียนที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบของรสชาติ ตั้งแต่หมวด crudo ที่ให้ความสดและเบาในคำแรก ไปจนถึงพาสต้าที่ให้กลิ่นอายของ white wine หมวดพิซซ่าก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของร้าน ด้วยแป้งที่บางกรอบ ให้สัมผัสที่เบาแต่ยังคงความหอมของแป้งและชีส ขณะที่จานหลักอย่างสเต็กก็เหมาะกับการแชร์กัน บรรยากาศร้านโดยรวมทำให้เป็นร้านที่เหมาะให้คุณทั้งสองสามารถใช้เวลาร่วมกันได้นานขึ้นผ่านบทสนทนาที่ไม่จริงจัง แต่อาจจริงใจ
Address: ซอยสาทร 10 ซอยสีลม 9
Open: เปิดทุกวัน เวลา 1 7.00- 22.00 น.
Contact: Masseria Decimo
Budget: 1,000-2,000 บาทต่อคน

SOMA BANGKOK
หนึ่งในร้านอาหารไทยร่วมสมัยที่ดูผ่อนคลายมีเสน่ห์เฉพาะตัว ตกแต่งด้วยกลิ่นอายศิลปะร่วมสมัยแบบพอดี บรรยากาศอบอุ่น โปร่ง โล่ง และยังคงความเท่ไว้ได้
แม้จะไม่ใช่ร้านที่ตั้งใจจะโรแมนติก แต่ถ้ามีใครชวนมาที่นี่ มันก็ไม่ใช่ร้านที่เลือกแบบไม่คิดเหมือนกัน อาหารของที่นี่นำรสชาติไทยที่คุ้นเคยมาเล่าเรื่องใหม่ด้วยมือเชฟรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง เชฟชาลี-กาเดอร์, เชฟหนุ่ม-วีระวัฒน์ และเชฟภาคย์-ยะมู ซึ่งถ่ายทอดออกมาแบบถึงเครื่อง เข้มข้น แต่จัดวางมาในจานแบบร่วมสมัย
เมนูมีลูกเล่น รสชาติจัดจ้าน และส่วนใหญ่ออกแบบมาเพื่อแชร์กันบนโต๊ะ ทำให้การกินข้าวกลายเป็นบทสนทนาที่ยืดยาวขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ไม่ต้องนั่งประจันหน้าแบบจริงจังเกินไป การหยิบตักให้กัน หรือแอบลองจานของอีกฝ่ายกลายเป็นจังหวะเล็กๆ ที่บอกอะไรบางอย่างโดยไม่ต้องพูดออกมา
เป็นร้านที่ให้พื้นที่กับความคลุมเครือได้อย่างกลมกล่อม ไม่ต้องนิยามความสัมพันธ์ การได้ใช้เวลาร่วมกันในร้านแบบนี้อาจช่วยให้เห็นบางอย่างชัดขึ้น
Address: สยามปทุมวันเฮ้าส์
Open: เปิดทุกวัน มื้อกลางวันเวลา 11.00-15.00 น. / มื้อค่ำเวลา 17.00-23.00 น.
Contact: SOMA Bangkok
Budget: 1,000-3,500 บาทต่อคน

BISOU BANGKOK
ร้านอาหารฝรั่งเศสที่ให้บรรยากาศเซ็กซี่ ก้าวแรกที่เข้าไปจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบางอย่างที่ต่างจากร้านดินเนอร์ทั่วไป แสงไฟโทนอุ่น เสียงเพลงที่ช่วยสร้างอารมณ์ให้ค่ำคืน ทำให้ที่นี่เป็นร้านที่ให้ความรู้สึกพิเศษ โดยไม่สร้างความกดดัน ร้านมีความโปร่ง กว้าง มีมุมที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวสำหรับสองคน บรรยากาศโดยรวมทำให้ทุกอย่างดูผ่อนคลายมากขึ้น เอื้อต่อการสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่ายผ่านบทสนทนา ตั้งแต่เริ่มต้นด้วยค็อกเทลหนึ่งแก้ว ไปจนถึงการใช้เวลากับมื้ออาหาร
เมนูของร้านนำเสนออาหารฝรั่งเศสในรูปแบบร่วมสมัย วัตถุดิบทุกอย่างถูกจัดวางอย่างตั้งใจ และหลายจานเหมาะกับการแชร์กันแค่สองคน ทำให้มื้ออาหารกลายเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาได้อย่างเป็นธรรมชาติ เป็นร้านที่สะท้อนความตั้งใจของเชฟได้ดี ยังแสดงให้เห็นถึงรสนิยมของคนที่เลือกร้านนี้ในวันวาเลนไทน์ได้อีกด้วย
Address: ซอยหลังสวน ชิดลม (ตรงข้ามโครงการ Velaa หลังสวน)
Open: เปิดทุกวัน เวลา 17.00-24.00 น.
Contact: Bisou Bangkok (บิซู)
Budget: 1,500-4,000 บาทต่อคน
IN THE TALKING STAGE (คนที่กำลังคุยกัน)
เป็นความสัมพันธ์ที่เริ่มมีความตั้งใจในความสัมพันธ์ จากที่เคยคุยกันเป็นครั้งคราว กลายเป็นการนัดเจอมากขึ้น มีการทักหาในวันธรรมดา มีการส่งข้อความอะไรบางอย่างมาให้กันโดยไม่ต้องมีเหตุผลชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไม่มีใครเอ่ยคำที่ทำให้ความสัมพันธ์เปลี่ยนไป
ต่างจากความสัมพันธ์ที่ยังไม่มีชื่อเรียก ซึ่งอาจเจอกันเรื่อยๆ โดยไม่ตั้งคำถาม ความสัมพันธ์แบบ ‘คนที่กำลังคุยกัน’ มักมีความรู้สึกบางอย่างที่ชัดเจนขึ้น ยังมีพื้นที่ไว้ให้กันและกัน วันวาเลนไทน์สำหรับความสัมพันธ์นี้ จึงไม่ใช่แค่การนัดเจอกินกาแฟเฉยๆ แต่เป็นการนัดเจอที่มีน้ำหนักมากขึ้น คุยอะไรที่พวกคุณรู้กันสองคน เป็นมื้อที่คุณอาจเลือกแต่งตัวดีขึ้น เลือกร้านที่ตั้งใจขึ้น และอยากเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่ายเมื่อรู้ว่าคุณใส่ใจรายละเอียดเหล่านั้นแค่ไหน
ร้านที่เหมาะกับความสัมพันธ์แบบนี้ มักเป็นร้านที่มีความขี้เล่นมากขึ้น บรรยากาศสบายๆ ชวนนั่งมองตากันแล้วเขินอาย โดยไม่ทำให้ทุกอย่างดูจริงจังเกินความจำเป็น คุณสองคนจะได้คุยกันได้นานขึ้นกว่าปกติ เพราะการได้เจอกันอาจไม่สำคัญเท่ากับการได้เห็นว่าอีกฝ่ายตื่นเต้นกับการเจอครั้งนี้มากแค่ไหน

THE AGLIO STORE
ร้านอาหารอิตาเลียนในเรือนกระจกใสรอบด้าน มีแสงธรรมชาติส่องเข้ามา บรรยากาศของร้านเลยดูโปร่ง โล่ง สบาย เป็นร้านที่เหมาะกับการนัดเจอกันในช่วงบ่ายและช่วงเย็น
ครัวเปิดของร้านกลายเป็นจุดที่ดึงความสนใจทีเดียว กลิ่นพิซซ่าและพาสต้าที่ลอยออกมาทีละนิด ทำให้ช่วงเวลาระหว่างรออาหารไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด เมนูมีความขี้เล่นมากกว่าร้านอิตาเลียนทั่วไป หลายจานถูกออกแบบมาให้แชร์กันบนโต๊ะโดยไม่ต้องคิดมากว่าจะสั่งอะไรดี การเลือกเมนูร่วมกัน การผลัดกันชิม หรือแม้แต่การเถียงกันเบาๆ ว่าจานไหนดีกว่า กลายเป็นรายละเอียดเล็ก ที่ทำให้การเจอกันครั้งนี้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
มันไม่ใช่ร้านที่ทำให้ทุกอย่างดูโรแมนติกจ๋าๆ แต่เป็นร้านที่ทำให้การนั่งอยู่ด้วยกัน เหมือนกับการนัดเจอที่ไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้านานนัก แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นช่วงบ่ายที่คุณยังไม่อยากให้จบลง
Address: ถนนเพชรบุรี ท้ายซอยสุขุมวิท 39
Open: เปิดทุกวัน เวลา 17.30-24.00 น.
Contact: The Aglio Store
Budget: 500-1,000 บาทต่อคน

ROSE AND RAY
ร้านอาหารสไตล์ Casual Dining เราแนะนำ โดยเฉพาะในช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก ซึ่งเป็นช่วงที่บรรยากาศของร้านค่อยๆ เปลี่ยนไปตามแสงธรรมชาติ ตามชื่อของร้านที่สะท้อนถึงช่วงเวลานั้นได้อย่างชัดเจน มันเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการนัดเจอคนสำคัญ
ร้านเพิ่งออกเมนูใหม่ที่ปรับให้รสชาติเข้าถึงง่ายขึ้น โดยยังคงเอกลักษณ์ของร้านไว้ครบถ้วน จานเรียกน้ำย่อยให้ความรู้สึกสดชื่น เมนูสลัดที่รวมผลไม้ตามฤดูกาล ทำให้เริ่มมื้อได้อย่างไม่หนักเกินไป สำหรับเราแล้วในวันวาเลนไทน์ Rose and Ray ก็เป็นร้านที่เหมาะ คุณอาจจะเคยมาแล้วกับเพื่อนและเลือกกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มากับใครอีกคน เป็นมื้ออาหารที่มีความพิเศษ ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันอาจให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปจากครั้งก่อนที่เคยมา
Address: ชั้น 5 ปากซอยเจริญกรุง 31 (ตึกเดียวกับร้านชามกรุง)
Open: เปิดทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 17.00-23.00 น. / เสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-23.00 น.
Contact: Rose and Ray (โรสแอนด์เรย์)
Budget: 1,000-3,000 บาทต่อคน

JTAP
บางที่การนัดเจอที่ไม่ได้เริ่มต้นจากคำว่าไปดินเนอร์กันมั้ย บางคู่อาจเริ่มจากคำชวนง่ายๆ ‘ไปกินอะไรแซ่บๆ กัน’ JTAP (เจ๊แท็ป) คือร้านแบบนั้น ร้านอาหารอีสานสไตล์ Casual Dining ของเชฟแท็ปจากร้าน Coda มาเสิร์ฟส้มตําไก่ย่างรสจัดจ้าน
ตัวร้านตั้งอยู่ใน Velaa Sindhorn Village พื้นที่ร้านตกแต่งมินิมอล บรรยากาศสบายๆ ไม่เงียบและไม่ได้วุ่นวายจนเกินไป เป็นร้านที่สามารถนั่งตรงข้ามกันแล้วทานมื้อธรรมดาที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้
จากชื่อร้านที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า เจ๊ ก็น่าจะบ่งบอกความแซ่บได้แล้วนะ เมนูก็มาจากเชฟหยิบอาหารอีสานที่คุ้นเคยมาตีความใหม่ หลายจานถูกเสิร์ฟในขนาดที่เล็กลง แบ่งกันชิม ตัวส้มตำเส้นมะละกอกรอบมาก กับน้ำปลาร้าที่กลิ่นไม่แรงให้รสชาติที่นัวในแบบไม่ประนีประนอม ขณะที่จานโปรตีนอย่างไก่ย่างก็ถูกหมักได้เข้าเนื้อจนนุ่มและย่างหนังมาได้กรอบ เห็นถึงความตั้งใจของเชฟที่อยู่เบื้องหลัง
สำหรับเราเป็นร้านที่ทำให้การนัดเจอดูผ่อนคลายขึ้น กินอะไรที่เข้าถึงได้ง่าย เหมือนทั้งสองคนยังอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ที่ยังไม่ต้องระวังคำพูดมากเกินไป สามารถหัวเราะเมื่ออีกฝ่ายเผลอไอกับความแซ่บในคำแรก หรือแบ่งข้าวเหนียวให้โดยไม่ต้องถาม
Address: ชั้น B Velaa Sindhorn Village ซอยหลังสวน
Open: เปิดทุกวัน เวลา 12.00-23.30 น.
Contact: JTAP
Budget: 1,500-3,000 บาทต่อคน

SMALL DINNER CLUB
ร้านไฟน์ไดนิ่งย่านเจริญกรุง ที่ตัดขาดความวุ่นวายของถนนข้างนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ชั้นล่างให้ความรู้สึกสงบ ก่อนจะพาขึ้นไปยังห้องอาหารด้านบน ที่มีเพียงแสงไฟส่องลงบนจานอาหาร และบรรยากาศที่ทำให้ทุกอย่างรอบตัวดูผ่อนคลาย มีจำกัดเพียง 12 ที่นั่งเพื่อความเป็นส่วนตัว
เมนูของ Small Dinner Club อาหารไทยที่ถูกตีความใหม่ ถูกนำเสนอในรูปแบบ tasting course ที่ค่อยๆ เปิดเผยตัวเองในแต่ละจาน เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ที่ยังไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ ทุกคอร์สมีเวลาของมันเอง มีช่วงเวลารอคอร์สถัดไปที่ทำให้มื้ออาหารนี้ไม่ได้เป็นเพียงการนั่งกินข้าว แต่เป็นการใช้เวลาร่วมกัน
แน่นอนว่ามีบางมื้ออาหารที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเราหิว แต่เกิดขึ้นเพราะอยากใช้เวลาอยู่กับใครบางคนให้นานขึ้น ร้านนี้จึงเป็นที่ที่ทำให้คุณเริ่มสังเกตความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น ผ่านสายตาที่สบกันโดยไม่ตั้งใจ ผ่านบทสนทนาที่มีเพียงคุณสองคนที่เข้าใจ และผ่านช่วงเวลาที่ทำให้คุณอยากรู้ว่า หลังจากคืนนี้ จะยังมีมื้อถัดไปด้วยกันอีกหรือไม่
Address: ถนนเจริญกรุง แขวงสี่พระยา บางรัก
Open: เปิดวันพฤหัสบดี-อาทิตย์ เวลา 18.00-23.00 น.
Contact: Small Dinner Club (SDC)
Budget: 4,500-5,000 บาทต่อคน
IN A RELATIONSHIP (คนที่เป็นแฟนกันหรือคู่ชีวิต)
เป็นความสัมพันธ์ที่ผ่านช่วงของการตั้งคำถามมาแล้ว ไม่มีความลังเลในตัวอีกฝ่าย และไม่จำเป็นต้องหาคำตอบในทุกการกระทำ มีแค่ความสม่ำเสมอให้กัน วันวาเลนไทน์สำหรับคนที่เป็นแฟนกันหรือคู่ชีวิต ความรักในช่วงนี้จึงไม่ใช่ความตื่นเต้นแบบวันแรกที่เดตกัน หลายอย่างเกิดขึ้นโดยไม่ต้องอธิบาย มีเพียงความสม่ำเสมอที่มอบให้กันผ่านวันธรรมดา
มันไม่จำเป็นต้องเป็นร้านที่หรูที่สุด หรือโรแมนติกที่สุด แต่เป็นร้านที่คุณทั้งสองคนรู้สึกสบายใจ ไม่ปรุงแต่ง อาจเป็นร้านที่เคยมาแล้วหลายครั้ง หรือเป็นร้านใหม่ที่อยากลองไปด้วยกัน ความพิเศษอาจจะไม่ใช่ตัวสถานที่ แต่เป็นความรู้สึกสบายใจและคุ้นเคยที่เกิดขึ้นเมื่อได้นั่งด้วยกัน
ร้านในวันวาเลนไทน์ที่เหมาะกับความสัมพันธ์แบบนี้ มักเป็นร้านที่มีความอบอุ่น เรียบง่าย อาหารถูกปาก สามารถกลับมาได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องรอโอกาสพิเศษ เป็นร้านที่รู้ว่าอีกฝ่ายจะชอบอะไร จะสั่งอะไร อาจสั่งให้กันได้โดยไม่ต้องถาม ความรักในช่วงนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่ามื้ออาหารพิเศษแค่ไหน แต่อยู่ที่การที่คุณยังอยากใช้เวลาแบบนี้กับคนเดิมเสมอ

iODE
ร้านอาหารฝรั่งเศสสไตล์ Paris Neo-Bistro บรรยากาศอบอุ่น ตัวร้านมีพื้นที่ไม่ใหญ่ ทุกอย่างในร้านจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ทำให้ทุกโต๊ะมีระยะห่างพอดีสำหรับการพูดคุย
เมนูอาหารที่นี่เน้นวัตถุดิบทะเลเป็นหลัก ปรุงในแบบฝรั่งเศสที่เข้าใจง่าย ใส่ใจในรายละเอียด เหมาะกับการสั่งมาแบ่งกัน บางจานใช้คำเล็กพอให้ได้ชิม ได้แลกเปลี่ยน ได้เลื่อนจานให้อีกฝ่ายลอง
iODE เป็นร้านที่ไม่มีอะไรฉูดฉาดเกินไป น่าจดจำในแบบพอดี ถ้าใครชอบร้านที่ไม่ต้องตื่นเต้นทุกครั้งที่ไป แต่ยังคงรู้สึกดีได้เหมือนเดิมทุกครั้งที่กลับมา นี่อาจเป็นร้านในวันวาเลนไทน์ที่เหมาะกับคู่ที่รู้จักกันดี ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก แค่การได้ใช้เวลาร่วมกันก็เพียงพอแล้วสำหรับมื้อเย็นในวันที่อยากเฉลิมฉลองในแบบของตัวเอง
Address: ซอยศรีบำเพ็ญ (ซอยโปร่งใจ) เขตสาทร
Open: เปิดวันพฤหัสบดี-อังคาร มื้อกลางวันเวลา 11.30-15.30 น. / มื้อค่ำเวลา 17.00-23.00 น. (ปิดวันพุธ)
Contact: iODE (ไอโอด)
Budget: 1,500-4,000 บาทต่อคน

ARVA
ร้านอาหารอิตาเลียนในโรงแรม Aman Nai Lert Bangkok ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นแขกโรงแรมก็แวะมาทานได้ ตัวร้านต่อเนื่องกับล็อบบี้ของโรงแรม การตกแต่งใช้โทนเบจ เทา ลายไม้สีน้ำตาลเข้ม ทำให้ทุกอย่างเรียบง่าย เงียบ สุขุม แบบที่คู่รักที่คุ้นเคยกันดีแล้วน่าจะชอบ
หนึ่งในเสน่ห์ของ Arva คือผนังกระจกบานยาวด้านหนึ่งของร้าน ที่จัดโต๊ะเว้นระยะเพิ่มความไพรเวต ทำให้แต่ละมุมมีความเป็นส่วนตัว และมองวิวด้านนอกได้สบายตา เหมาะกับมื้อที่ตั้งใจแต่งตัวมา อยากใช้เวลาคุยกันมากกว่าต้องรีบกินแล้วแยกย้าย
อาหารของร้านเป็นอิตาเลียนแบบต้นตำรับด้วยแนวคิดอาหารแห่งฤดูกาล ใช้วัตถุดิบทั้งจากในประเทศและนำเข้า รสชาติชัดเจน กลมกล่อม ไม่หนักจนเกินไป เมนูพาสต้าอย่าง Linguine Vongole ทำเส้นมาดีในระดับที่จำได้ไม่ยาก ซอสเคลือบเส้นทั่ว รสเข้มข้นแต่ยังมีความครีมมี่บางๆ ส่วนสายแป้งน่าจะถูกใจกับพิซซ่าและฟอคัชชา เสิร์ฟมาอุ่นๆ แป้งนุ่มแต่มีแรงต้านในปากเล็กน้อย พอให้รู้สึกถึงความนุ่ม ของหวานอย่างมิลเฟยหรือทีรามิสุก็ช่วยปิดท้ายมื้อแบบไม่หนัก
คู่ใครที่อยากให้วาเลนไทน์ปีนี้นิ่งมากกว่าจะทำอะไรหวือหวา ที่นี่เป็นมื้อที่อาจไม่ได้มีเซอร์ไพรส์ใหญ่โต แค่ได้กลับมานั่งโต๊ะเดียวกัน ทานอาหารดีๆ ในที่ที่สบายใจ และสามารถกลับมาซ้ำได้อีกโดยไม่ต้องรอให้มีโอกาสพิเศษอะไรเป็นข้ออ้างเลย
Address: ชั้น 9 ของโรงแรม Aman Nai Lert Bangkok
Open: เปิดทุกวัน มื้อกลางวันเวลา 12.00-14.30 น. / มื้อค่ำเวลา 17.30-22.00 น.
Contact: Arva
Budget: 2,500-4,000 บาทต่อคน

ANNE-SOPHIE PIC AT LE NORMANDIE
จะมีบางร้านที่คุณไม่ได้เลือกเพราะความหวือหวา แต่เลือกเพราะมันให้ความรู้สึกบางอย่างที่อยากกลับไปสัมผัสอีกครั้ง Anne-Sophie Pic at Le Normandie คือหนึ่งในร้านแบบนั้น
หลังการรีแบรนด์จากห้องอาหารฝรั่งเศสระดับตำนานของ Mandarin Oriental Bangkok ร้านนี้ถูกรังสรรค์ใหม่ภายใต้ชื่อของเชฟหญิงชื่อดังจากฝรั่งเศส Anne-Sophie Pic ผู้ครอบครองมิชลินสตาร์รวมมากที่สุดในโลก ความประณีต ความละเมียดละไม และความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนของเธอถ่ายทอดลงในทุกจาน ไม่ใช่แค่รสชาติที่น่าจดจำ แต่อยู่ที่วิธีการเล่าเรื่องผ่านการจัดวาง วัตถุดิบ และลำดับของเมนูใน tasting course ตัวร้านตั้งอยู่ในโซนเงียบสงบของโรงแรม มองออกไปเห็นโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา แสงธรรมชาติที่ลอดผ่านหน้าต่างบานใหญ่ทำให้บรรยากาศสงบอย่างไม่น่าเชื่อ ช่วงเวลาระหว่างจานจึงไม่ใช่แค่การรอ แต่คือพื้นที่ให้บทสนทนาไหลไปอย่างสบายใจ ไม่เร่งรัด ไม่ต้องเติมเต็มด้วยคำพูดเสมอไป แค่ได้ใช้เวลาด้วยกันเงียบๆ ก็เพียงพอ
เหมาะกับคู่ที่ผ่านช่วงตั้งคำถามมาแล้ว ความสัมพันธ์ไม่ต้องเร่งให้มีคำตอบทุกครั้งที่เจอกัน ร้านนี้จึงไม่จำเป็นต้องแสดงออกว่าเป็นโอกาสพิเศษ แต่อาจเป็นอีกหนึ่งมื้อที่บันทึกลงไปว่า “เราเคยมาที่นี่ด้วยกัน” ในแบบที่เรียบง่าย และจริงใจที่สุด
Address: ชั้น 5 โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ
Open: เปิดวันพุธ-อาทิตย์ มื้อกลางวันเวลา 12.00-15.30 น. / มื้อค่ำเวลา 18.30-23.30 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร)
Contact: ANNE-SOPHIE PIC AT LE NORMANDIE
Budget: 2,500-7,500 บาทต่อคน

SUSHI SAITO
ร้านโอมากาเสะสไตล์เอโดะมาเอะที่เสิร์ฟด้วยวัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาล ทุกคำพูดของเชฟมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตัวร้านตกแต่งในแบบญี่ปุ่นคลาสสิก มีเคาน์เตอร์ไม้ฮิโนกิที่เป็นศูนย์กลางของประสบการณ์ ทุกอย่างดูเรียบง่าย ใส่ใจในทุกรายละเอียด บรรยากาศสงบ เปิดโอกาสให้จดจ่อกับอาหารตรงหน้าและคนที่มาด้วยกัน
ทุกคำของคอร์สถูกร้อยเรียงตามฤดูกาล วัตถุดิบสดใหม่ เป็นมื้ออาหารที่นี่ดำเนินไปอย่างช้าๆ เริ่มด้วยคำเบาสดชื่นอย่างสาหร่ายโมซึกุ ก่อนจะค่อยๆ ไต่ระดับไปยังปลาย่าง โนโดะกุโระ โคฮาดะ หรือหมึกซูมิอิกะที่มีเนื้อสัมผัสต่างกันอย่างน่าสนใจ ไลน์ปลาทูน่าก็มีทั้ง Akami, Chutoro, Otoro เสิร์ฟอย่างมีจังหวะ เว้นช่วงสลับกับอุนิหวานละมุน และชิมะอาจิที่บางวันอาจกลายเป็นคำที่ดีที่สุดของมื้อ ทุกคำเสิร์ฟในขนาดพอดี ไม่ใหญ่เกิน ไม่เล็กเกิน จึงเหมาะกับคู่รักที่อยู่ในความสัมพันธ์ที่มั่นคง และอยากใช้เวลาร่วมกัน โดยไม่ต้องเร่งรีบ หรือพยายามเติมแต่งอะไรให้มากกว่านั้น เป็นการแบ่งปันช่วงเวลาผ่านอาหารที่ดี และสายตาที่รู้กันอยู่แล้วว่า วันนี้สำคัญแค่ไหน
Address: โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ
Open: เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ รอบเวลา 12.00 น. / 18.00 น. / 19.45 น. (ปิดวันจันทร์)
Contact: Sushi Saito Thailand
Budget: 5,800-8,000 บาทต่อคน
ไม่ว่าปีนี้คุณจะอยู่ในสถานะไหนของความสัมพันธ์ จะไปกับคนที่เพิ่งเริ่มคุย กับคนที่ไม่ชัดเจน แฟนที่คบกันมานาน คู่ชีวิตที่เห็นหน้ากันทุกวัน หรือเลือกออกไปหัวเราะกับเพื่อนสนิท โจทย์ของมื้อนี้อาจเรียบง่ายกว่าที่คิด แค่หาที่นั่งที่ทำให้เราเป็นตัวเองได้ อาหารอร่อยก็พอ ให้คุยไปกินไปโดยไม่รู้สึกฝืน กลับบ้านไปพร้อมความสุข
อาจจะฟังดูโรแมนติกน้อยไปหน่อย คุณค่าของวันวาเลนไทน์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ดอกไม้ช่อใหญ่ หรือมื้ออาหารพิเศษรูปหัวใจ แต่เป็นความรู้สึกดีๆ และความอบอุ่นใจที่มีให้กัน ได้ใช้เวลาร่วมกัน ซึ่งตรงกับแนวคิดที่ว่า ‘ความรัก’ ไม่จำเป็นต้องร้องขอจากคนอื่น แค่เริ่มจากรักตัวเองในทุกวัน
ส่วนร้านที่เราเลือกมาให้ก็อาจเป็นได้ทั้งฉากหลังของรูปถ่าย หรือจุดเริ่มต้นของใครหลายคนในความสัมพันธ์ วาเลนไทน์ปีนี้เลยไม่จำเป็นต้องมีคำตอบชัดเจนว่าเรากับเขาเป็นอะไรกัน ขอแค่เลือกร้านที่ตรงกับความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ก็พอ
ภาพ: Courtesy of the restaurant


