×

เบื้องลึก 10 อุตสาหกรรมเสี่ยงถดถอย เตือนโลกแข่งเดือด ผู้ส่งออกไทยเสี่ยงโต้คลื่นแรง China Influx และ Geo-economics

22.01.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกแสดงถึงภาวะเศรษฐกิจไทยและอุตสาหกรรมที่เผชิญความเสี่ยงจากการแข่งขันโลก แรงกดดันจากจีน และ Geo-economics

อุตสาหกรรมไทย ปี 2569 ไม่ง่าย! เผยมีแนวโน้มทรงตัวจากฐานต่ำ ส.อ.ท. เตือนภาคผลิต 10 อุตสาหกรรมเสี่ยงหดตัว จากซัพพลายเชนเปราะบาง ขณะที่ผู้ส่งออกทางเรือชี้ไทยเผชิญแรงกดดัน Geo-economics และ China Influx สินค้าจีนทะลักภาษีสหรัฐฯ ฉุดส่งออกโตต่ำ 2-4%

 

ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลการสำรวจแนวโน้มอุตสาหกรรมในปี 2569 พบว่า จากกลุ่มอุตสาหกรรมภายใต้ ส.อ.ท. ทั้งหมด 48 กลุ่ม มี 23 กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าแนวโน้มจะยังคงทรงตัว ขณะที่ 15 กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าแนวโน้มจะขยายตัวดีขึ้น และอีก 10 กลุ่มอุตสาหกรรมคาดว่าจะมีแนวโน้มหดตัวลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ได้แก่

 

1. ยาง

2. เฟอร์นิเจอร์

3. เซรามิก

4. แก้วและกระจก

5. เครื่องนุ่งห่ม

6. เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ

7. โรงกลั่น/ปิโตรเคมี

8. แกรนิตและหินอ่อน

9. ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์

10. อะลูมิเนียม

 

 

สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาค พบว่า มีเพียงอุตสาหกรรมใน ‘ภาคเหนือ‘ ที่คาดว่าจะมีแนวโน้มทรงตัว ขณะที่อุตสาหกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ คาดว่าจะมีแนวโน้ม ’หดตัวลง‘ เช่นกัน เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

 

สะท้อนถึงความกังวลต่อปัจจัยทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะยังมีความผันผวนและมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้นต้องเร่ง

 

  • การฟื้นตัวของกำลังซื้อและการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว
  • การเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐที่เป็นไปตามเป้าหมายและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
  • มาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เอื้อต่อการเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ (Local Content)
  • เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์ (Robotics) มาปรับใช้ในกระบวนการผลิต
  • การลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในโรงงานอุตสาหกรรม

 

ส่วนปัจจัยสนับสนุนจากต่างประเทศ ได้แก่ ความต้องการสินค้าในบางประเทศคู่ค้าที่ปรับตัวดีขึ้น การบรรลุความตกลงการค้าเสรี (FTA) ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้า การย้ายฐานการผลิตส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมเป้าหมายในประเทศ การยอมรับในแบรนด์สินค้าไทย ช่วยขยายตลาดสู่ระดับโลก รวมถึงกระแสความต้องการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่ต้องได้รับการส่งเสริมจากนโยบายรัฐ

 

ขณะเดียวกัน ปัจจัยน่าห่วงภายในประเทศ ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ ระดับหนี้ภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ต้นทุนการผลิตที่ทรงตัวในระดับสูง ปัญหาสินค้านำเข้าราคาถูกที่เข้ามาทุ่มตลาด การเชื่อมโยง Supply Chain กับ FDI ยังมีข้อจำกัด

 

ความเสี่ยงจากความล่าช้างบประมาณปี 2570 ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมและกดทับขีดความสามารถในการแข่งขันภาคธุรกิจ

 

สำหรับปัจจัยที่น่ากังวลจากต่างประเทศ ประกอบด้วย ผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (NTM/NTB) การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดประเทศคู่ค้าของไทย ความเสี่ยงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และสถานการณ์ความไม่แน่นอนบริเวณชายแดน

 

“โดยเฉพาะค่าเงินบาทที่แข็งค่าและความผันผวนสูงซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ภาคการส่งออก ตลอดจนการบังคับใช้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการจะต้องเร่งปรับตัวรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจในปีนี้”

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ทั้งนี้ จากผลสำรวจจะเห็นว่าแนวโน้มกลุ่มอุตสาหกรรมส่วนใหญ่คาดว่าจะมีแนวโน้มทรงตัวจากฐานต่ำในปีที่ผ่านมา ซึ่งเศรษฐกิจปี 2569 ก็คาดว่าภาคอุตสาหกรรมไทยยังต้องฝ่าแรงกดดันรอบด้านหรืออาจได้รับผลกระทบที่รุนแรงมากขึ้น

 

คาดส่งออกปี 2569 โตแบบชะลอตัว 2-4%

 

ด้านธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า คาดการณ์ส่งออกปี 2569 มีโอกาสเติบโต ‘แบบชะลอตัว’ ที่ 2-4% แม้จะมีอุปสรรคทั้งภายในและภายนอก

 

โดยเฉพาะสภาพตลาดที่ค่อนข้าง ‘ตึงตัว’ จากมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา และตัวเลขส่งออกปีที่ผ่านมาขยายตัวในอัตราที่สูง แต่บางอุตสาหกรรมที่ยังมีมุมเป็นบวกอยู่

 

ดังนั้นยังต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงและความผันผวนที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยในปี 2569

 

  • ความต่อเนื่องของนโยบายการเมือง
  • ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาทิ ค่าแรงขั้นต่ำและเงื่อนไขด้านสวัสดิการแรงงาน
  • รายได้เงินบาทที่หายไปจากค่าเงินบาทแข็งค่า และทิศทางต้นทุนพลังงานจากสถานการณ์ด้านการเมืองระหว่างประเทศ
  • การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศอาจไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อซัพพลายเชนและมูลค่าเพิ่มแก่เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
  • ปัญหาความแออัดภายในท่าเรือแหลมฉบัง และความหนาแน่นในพื้นที่คลังสินค้าสุวรรณภูมิ

 

เศรษฐกิจโลกแข่งขันรุนแรง จับตา 4 ปัจจัย

 

  • ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่คลี่คลาย ซ้ำเติมด้วยปัญหา Geo-economic ทำให้เพิ่มความรุนแรงมากขึ้น

 

2. US Reciprocal Tariff เริ่มส่งผลกระทบทั่วโลกรวมถึงไทย โดยมีผลต่อความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ รวมถึงการเจรจาเงื่อนไข Transshipment ที่ยังไม่ชัดเจนในหลายประเทศ รวมถึงมาตรการตอบโต้ทางภาษีของประเทศอื่นที่ทยอยบังคับใช้ อาทิ เม็กซิโก

 

3. สินค้าจากจีนมีโอกาสทะลักเข้ามาไทยมากขึ้น (China Influx) ทั้งในรูปแบบของการเข้ามาลงทุนโดยตรง และการส่งออกมาขายหรือส่งผ่านไปยังประเทศที่ 3

 

4. ค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าต่อเนื่องในปี 2026 ซึ่งจะกระทบต่อผู้ส่งออก โดยเฉพาะกำไรที่ลดลงและการต่อรองราคาของผู้ซื้อ

 

ภาพ: John Lund, Samuel Corum / Getty images

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising