ผลสำรวจล่าสุดจาก CNN ระบุว่า ชาวอเมริกันถึง 3 ใน 4 หรือคิดเป็น 75% แสดงท่าที ‘คัดค้าน’ ความพยายามของ สหรัฐฯ ที่จะเข้าควบคุม กรีนแลนด์ ซึ่งชี้ให้เห็นว่านโยบายขยายดินแดนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเผชิญกับแรงต้านอย่างหนักจากสาธารณชน
สถิติที่น่าสนใจจากผลโพลคือ มีเพียง 25% ของคนอเมริกันเท่านั้น ที่เห็นชอบกับการเข้าควบคุมดินแดนของเดนมาร์กแห่งนี้ แม้แต่ในกลุ่มรีพับลิกันเองก็ยังมีความเห็นแตกเป็นสองฝ่าย (สนับสนุน 50% คัดค้าน 50%) ขณะที่กลุ่มเดโมแครต ‘คัดค้าน’ สูงถึง 94% ในจำนวนนี้ 80% ระบุว่า ‘คัดค้านอย่างรุนแรง’ ส่วนกลุ่มอิสระประมาณ 8 ใน 10 คนก็ ‘ไม่เห็นด้วย’ เช่นเดียวกัน
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (14 มกราคม) ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า สิ่งใดก็ตามที่น้อยกว่าการที่สหรัฐฯ เข้าควบคุมกรีนแลนด์ ถือเป็นเรื่องที่ ‘ยอมรับไม่ได้’ ข้อความนี้มีขึ้นก่อนการหารือที่ทำเนียบขาวระหว่างเจ้าหน้าที่เดนมาร์ก กับ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งผลการเจรจาดูเหมือนจะ ‘ไม่มีความคืบหน้า’ ในการหาข้อตกลงร่วมกันได้เลย
ความกังวลต่อนโยบายขยายอำนาจ (Expansionism)
ผลสำรวจพบว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่ ‘ไม่สนับสนุน’ นโยบายขยายอำนาจในวงกว้าง แม้ทรัมป์จะเพิ่งยกย่องความสำเร็จในการส่งกองทัพจับกุมตัว นิโกลัส มาดูโร ผู้นำเวเวซุเอลา พร้อมประกาศว่า สหรัฐฯ จะเป็น ‘ผู้บริหารประเทศ’ นั้นเอง รวมถึงการที่เขาขู่จะใช้กำลังทหารกับอิหร่านในปัจจุบัน
โดยเกือบ 6 ใน 10 ของคนอเมริกันกังวลว่าทรัมป์ ‘ล้ำเส้น’ ในการพยายามขยายอำนาจเหนือประเทศอื่น ขณะที่ 55% มองว่า ทรัมป์ใช้กองทัพ เพื่อบรรลุเป้าหมายเกินขอบเขตไปแล้ว และอีก 57% เชื่อว่า การตัดสินใจด้านนโยบายต่างประเทศในสมัยทรัมป์ 2.0 นี้ ส่ง ‘ผลเสีย’ ต่อสถานะของสหรัฐฯ ในเวทีโลก
มุมมองต่อกรณีเวเนซุเอลา
ความคิดเห็นต่อการใช้กำลังทหารในเวเนซุเอลาค่อนข้างก้ำกึ่ง (คัดค้าน 52% สนับสนุน 48%) แต่ประเด็นที่คนส่วนใหญ่กังวลคือ ‘ความมั่นคง’ และกลัวว่ากองทัพสหรัฐฯ จะต้อง ‘ติดหล่ม’ อยู่ในเวเนซุเอลาเป็นเวลานาน
โดย 58% คัดค้านความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะเข้าไปบงการรัฐบาลเวเนซุเอลาหลังยุคมาดูโร ขณะที่ คนอเมริกันส่วนใหญ่ ‘ไม่มั่นใจ’ ว่าการกระทำของสหรัฐฯ จะทำให้เวเนซุเอลามีรัฐบาลที่มั่นคงได้ในอีก 1 ปีข้างหน้า และ 2 ใน 3 เชื่อว่าสหรัฐฯ จะต้องวางกำลังทหารที่นั่นในระยะยาว
เหตุผลที่แท้จริงในสายตาประชาชน
ชาวอเมริกันมองว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ทรัมป์ตัดสินใจบุกเวเนซุเอลาคือ ‘การเข้าถึงน้ำมัน’ และ ‘การโอ้อวดแสนยานุภาพทางทหาร’ มากกว่าเหตุผลเรื่องการนำตัวมาดูโรมาขึ้นศาล หรือการลดปัญหาค้ายาเสพติดตามที่รัฐบาลกล่าวอ้าง โดยมีเพียง 26% เท่านั้นที่เชื่อว่าทรัมป์ทำ เพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเวเนซุเอลาจริงๆ
แฟ้มภาพ: Chris Christophersen / Shutterstock, Win McNamee / Getty Images
อ้างอิง:


