การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่มี 3 ประเทศร่วมกันเป็นเจ้าภาพ และเป็นครั้งแรกที่เพิ่มจำนวนทีมเข้าแข่งขันจาก 32 ทีมเป็น 48 ทีม ซึ่งเจ้าภาพและสนามแข่งขันแบ่งกระจายออกไปใน 16 เมืองหลักทั่วทวีปอเมริกาเหนือ
รายงานข่าวระบุว่า ฟุตบอลโลกกำลังสร้างแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจให้กับเมืองเจ้าภาพอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจาก Bank of America ระบุว่า ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตใน 16 เมืองเจ้าภาพ เพิ่มขึ้น 6.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ขณะที่การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจากต่างเมืองพุ่งถึง 16.7% สะท้อนเม็ดเงินที่หลั่งไหลเข้าสู่ภาคโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจบันเทิง แม้การถกเถียงถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจระยะยาว
แต่ตัวเลขเบื้องต้นชี้ว่าฟุตบอลโลกกำลังสร้างแรงหนุนต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างชัดเจน และรูปแบบการแข่งขันที่ขยายใหญ่ขึ้นมีแนวโน้มช่วยต่อยอดผลประโยชน์ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในเชิงเศรษฐกิจของฟุตบอลโลกไม่ได้เกิดจากรายได้ของฟีฟ่าเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากสองกลไกสำคัญ ได้แก่ โมเดลรายได้ของฟีฟ่า และเศรษฐกิจของเมืองเจ้าภาพ ซึ่งทำงานควบคู่กัน
แม้ฟุตบอลโลกปี 1994 ที่สหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพได้รับการยกย่องว่าประสบความสำเร็จ แต่มีงานวิจัยที่ประเมินว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของเมืองเจ้าภาพอาจต่ำกว่าที่คาดไว้ถึง 5.5-9.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับต้นทุนการลงทุน
หลายเมืองเจ้าภาพใช้เวลาหลายปีเตรียมความพร้อม ทั้งการลงทุนด้านคมนาคม ความปลอดภัย สนามกีฬา และการอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว การจ้างงาน และการใช้จ่าย ซึ่งข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่าการลงทุนเหล่านี้เริ่มเห็นผล แม้การแข่งขันยังดำเนินอยู่
นอกจากเม็ดเงินที่เกิดขึ้นแล้ว ฟุตบอลโลกยังพาผู้มาเยือนออกนอกเมืองเจ้าภาพไปสัมผัสเสน่ห์ของสหรัฐฯ ในมุมที่ไม่คุ้นตา
ตั้งแต่ร้านค้าอย่าง Costco, Walmart และ Buc-ee’s ซึ่งเป็นชื่อของแบรนด์ปั๊มน้ำมัน ซึ่งเป็นปั๊มน้ำมันในอเมริกาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ มีต้นกำเนิดในรัฐ Texas ปัจจุบันมีการขยายสาขาออกไปยังรัฐ Alabama, Georgia, Florida
ไปจนถึงเส้นทาง Route 66 และอุทยานแห่งชาติชื่อดังอย่าง Zion อุทยานแห่งชาติทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา ใกล้กับ Springdale รัฐ Utah ไปจนถึง Grand Canyon รัฐ Nevada
คลิปวิดีโอจากแฟนบอลที่แชร์ประสบการณ์เหล่านี้ได้รับความนิยมบนโซเชียลมีเดีย สะท้อนภาพลักษณ์ของสหรัฐฯ ในมิติที่หลากหลายกว่าที่ปรากฏในสื่อกระแสหลัก
ขณะเดียวกัน บรรยากาศการต้อนรับของชาวอเมริกันก็กลายเป็นอีกหนึ่งภาพประทับใจของการแข่งขัน หลายชุมชนร่วมแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว เสนอที่พัก หรือแม้แต่อาหารโฮมเมดให้กับแฟนบอลจากทั่วโลก
สะท้อนว่าฟุตบอลโลกไม่ได้สร้างเพียงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และไมตรีจิตของประเทศเจ้าภาพควบคู่กันไป
ทั้งนี้ มีการประเมินว่ากระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นในอเมริกาเหนือกว่า 2.9 แสนล้านบาท ขณะที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า
“มหกรรมฟุตบอลโลกจะสร้างเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจไทยราว 6.8 หมื่นล้านบาท โดยมี ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด เป็นหัวใจสำคัญในการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ทั้งในส่วนของร้านอาหาร เครื่องดื่ม และธุรกิจบริการต่างๆ”
สำหรับ การแข่งขันแบ่งออกเป็น 16 เมืองเจ้าภาพ กระจายตามโซนประเทศต่างๆ ดังนี้
🇺🇸 สหรัฐอเมริกา (11 เมือง)
- นิวยอร์ก / นิวเจอร์ซีย์ (MetLife Stadium)
- ดัลลัส (AT&T Stadium)
- ลอสแอนเจลิส (SoFi Stadium)
- ไมอามี (Hard Rock Stadium)
- ซีแอตเทิล (Lumen Field)
- แอตแลนตา (Mercedes-Benz Stadium)
- ฮิวสตัน (NRG Stadium)
- ฟิลาเดลเฟีย (Lincoln Financial Field)
- แคนซัสซิตี (Arrowhead Stadium)
- บอสตัน (Gillette Stadium)
- ซานฟรานซิสโก เบย์แอเรีย (Levi’s Stadium)
🇲🇽 เม็กซิโก (3 เมือง)
- เม็กซิโกซิตี้ (Estadio Azteca)
- มอนเตร์เรย์ (Estadio BBVA)
- กวาดาลาฮารา (Estadio Akron)
🇨🇦 แคนาดา (2 เมือง)
- โทรอนโต (BMO Field)
- แวนคูเวอร์ (BC Place)
ภาพ : Robin Guess / Shutterstock
อ้างอิง:
- https://www.forbes.com/sites/clementelisi/2026/06/26/world-cup-delivers-early-economic-boost-for-host-cities/
- https://www.bbc.com/travel/article/20260625-the-us-that-world-cup-fans-didnt-expect-to-love?
- https://www.fifa.com/en/tournaments/mens/worldcup/canadamexicousa2026/articles/fifa-world-cup-2026-hosts-cities-dates-usa-mexico-canada

