สมาคมอีสปอร์ตเพื่อการศึกษาและพัฒนาส่งเสริมศักยภาพเยาวชน (CEYDA) นำโดย ฐณณ ธนกรประภา ในฐานะนายกสมาคม พร้อมตัวแทนนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติไทย เดินทางยื่นหนังสือต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ กรณีการใช้งบประมาณภาครัฐด้านเบี้ยเลี้ยงและการเก็บตัวฝึกซ้อมนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติไทย สำหรับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 รวมถึงซีเกมส์ครั้งก่อนๆ
ก่อนหน้านี้ CEYDA เคยยื่นหนังสือต่อ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพื่อขอให้ตรวจสอบมาตรฐานการจัดการแข่งขันคัดเลือกนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติ โดยตั้งข้อสังเกตว่าการแข่งขันมีมาตรฐานต่ำกว่าลีกอาชีพ และมีการลดสเปกการจัดงาน ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่นำไปสู่กรณีอื้อฉาวการโกงการแข่งขันของนักกีฬา Tokyogurl หรือ ณภัทร วราสินธ์
โดย ฐณณ ยืนยันว่า หากการจัดการแข่งขันรอบคัดเลือกเป็นไปตามมาตรฐานที่เหมาะสม เหตุการณ์โกงการแข่งขันอาจไม่เกิดขึ้น และจะไม่สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของวงการอีสปอร์ตและวงการกีฬาไทย
หนึ่งในผลพวงจากกรณีดังกล่าว คือการเปิดเผยจากรองผู้ว่าการ กกท. ว่า จะมีการเรียกคืนเบี้ยเลี้ยงนักกีฬารายดังกล่าวย้อนหลังตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤศจิกายน 2568 รวม 10 เดือน ซึ่งนำไปสู่ข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติ โดยนักกีฬาหลายรายระบุว่าได้รับการสื่อสารจากสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย (TESF) ว่าจะได้รับเบี้ยเลี้ยงเพียง 3 เดือน นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 เป็นต้นไป
“ในการแข่งขันซีเกมส์ที่ผ่านมา นักกีฬาได้รับการสื่อสารว่าจะได้รับเบี้ยเลี้ยงเพียง 3 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นมา โดยในช่วงนั้นรองผู้ว่าการ กกท. เคยออกข่าวว่าจะมีการจ่ายเบี้ยเลี้ยงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม นักกีฬากลับได้รับการแจ้งว่าจะได้เฉพาะช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน ส่วนเดือนธันวาคมจะแยกเป็นเบี้ยเลี้ยงแข่งขัน ไม่รวมกับช่วงเก็บตัว ซึ่งได้รับเดือนละ 18,000 บาท หรือเฉลี่ยวันละ 600 บาท” ฐณณ กล่าว
ขณะเดียวกัน ฐณณ เปิดเผยว่าได้รับเอกสารบางส่วนที่ระบุว่าสมาคมอีสปอร์ตแห่งประเทศไทยมีการยื่นเรื่องเบิกงบตั้งแต่เดือนสิงหาคม โดยเอกสารเป็นการเบิกครั้งละ 2 เดือน แม้เอกสารที่มีจะครอบคลุมเพียง 4 เดือน แต่ของเดือนสิงหาคมมีการเบิกและได้รับการอนุมัติแล้ว คำถามคือ เหตุใดจึงมีการสื่อสารกับนักกีฬาว่าจะได้รับเบี้ยเลี้ยงตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป แล้วงบประมาณของเดือนสิงหาคมหายไปไหน ประเด็นนี้จึงถูกนำมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบ
“อีกประเด็นหนึ่ง จากเอกสารที่ผมถืออยู่ ระบุว่ามีการเบิกเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาวันละ 600 บาทจริง แต่ในขณะเดียวกันยังมีการเบิกค่าที่พักให้นักกีฬาคนละ 300 บาทต่อวัน หากอ้างอิงตามข้อมูลที่นักกีฬาและสมาคมฯ เคยชี้แจงในรายการโหนกระแส จะทราบว่าในช่วงเก็บตัวไม่ได้มีการจัดที่พักให้ และเพิ่งมีที่พักให้เฉพาะช่วงก่อนแข่งขันไม่กี่วันเท่านั้น
“นั่นหมายความว่า ตามเอกสารค่าที่พักของนักกีฬา 38 คน วันละ 300 บาท จะคิดเป็นเงินเดือนละเกือบ 350,000 บาท คำถามคือเงินส่วนนี้อยู่ที่ใด เหตุใดนักกีฬาจึงไม่ได้รับ หรือเหตุใดจึงไม่มีการจัดที่พักให้นักกีฬาฝึกซ้อมร่วมกัน ทั้งที่ในเอกสารยังมีการเบิกค่าที่ฝึกซ้อมอีกเดือนละ 20,000 บาท
“รวมถึงโค้ชเท่าที่เช็กดูในการแข่งขันอีสปอร์ตซีเกมส์ที่ผ่านมา ไม่มีโค้ชต่างชาติ แต่มีการเบิกงบโค้ชต่างชาติเดือนละ 30,000 บวกค่าที่พัก เดือนละ 9,000 แบบเหมาจ่าย แล้วก็มีการเบิกโค้ชคนไทยอีกเดือนละ 20,000 บาท ค่าที่พัก เดือนละ 9,000 แต่เท่าที่ทราบคือ โค้ชซีเกมส์ที่ได้รับแจ้ง ได้คนละ 12,400 บาท เพราะฉะนั้นตัวเลขไม่ตรงกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่อยากให้มีการชี้แจงกัน”
โดยในหนังสือที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. CEYDA ขอให้ตรวจสอบ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
- ความถูกต้องและความสอดคล้องของการจ่ายเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติไทยกับกรอบงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ
- การเบิกจ่ายงบประมาณด้านการเก็บตัวฝึกซ้อม สถานที่ฝึกซ้อม และค่าตอบแทนผู้ฝึกสอน ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการหรือไม่
- การจัดสรรและการจ่ายเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติไทยในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งก่อนๆ ว่าเป็นไปอย่างครบถ้วนและถูกต้องตามระเบียบหรือไม่
ทั้งนี้ CEYDA ระบุว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้ไม่มีเจตนากล่าวหาบุคคลหรือหน่วยงานใดล่วงหน้า แต่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรมต่อสิทธิประโยชน์ สวัสดิภาพ และการเตรียมความพร้อมของนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติไทยในระยะยาว


