×

วิลาศพาทัวร์รัฐสภาวันประกันหมดอายุ ชี้ความเสียหายกว่าพันล้าน จี้สภาฯ ใช้เงินค้ำประกันมาซ่อมแซมแทน

โดย THE STANDARD TEAM
16.07.2026
  • LOADING...
วิลาศ จันทรพิทักษ์ ชี้จุดความเสียหายอาคารรัฐสภาให้สื่อมวลชนดู

วันนี้ (15 กรกฎาคม) ซึ่งเป็นวันครบกำหนดระยะเวลาค้ำประกันผลงาน 2 ปี ของโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ วิลาศ จันทรพิทักษ์ อดีต สส. และอดีตประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กมธ. ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลความชำรุดบกพร่องของการก่อสร้างที่ประเมินมูลค่าความเสียหายมากกว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมเรียกร้องให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเร่งบังคับใช้สัญญากับผู้รับจ้าง ก่อนที่จะสูญเสียผลประโยชน์ของรัฐ

ดูภาพข่าว 

ทั้งนี้ ช่วงก่อนการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาจำนวนประมาณ 15 นาย ที่ได้ข้อความร่วมมือไม่ให้ใช้พื้นที่จัดกิจกรรม โดยอ้างถึงระเบียบใหม่และเชิญให้ย้ายไปใช้พื้นที่บริเวณลานประชาชน นำมาสู่การโต้เถียง เนื่องจากวิลาศระบุว่าได้ดำเนินการจองพื้นที่ตามระเบียบเดิมในฐานะอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างถูกต้อง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการสั่งการดังกล่าวไม่มีลายลักษณ์อักษร และอาจเป็นความพยายามขัดขวางการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการก่อสร้างรัฐสภา

 

วิลาศยังได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของข้าราชการที่ปฏิบัติตามคำสั่งโดยขาดการพิจารณาเหตุผลความถูกต้อง ว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและควรพิจารณาลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่

 

ในประเด็นการตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภา นายวิลาศระบุว่า วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เป็นวันสิ้นสุดสัญญาค้ำประกันผลงาน 2 ปี สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในฐานะผู้ว่าจ้างต้องบริหารจัดการเงินประกันผลงานและเงินประกันซองที่ถือไว้ไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาทให้เกิดความรัดกุม

 

โดยจำนวนนี้แบ่งเป็นเงินประกันซองร้อยละ 5 หรือประมาณ 614 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการรวม 12,280 ล้านบาท เงินหักระหว่างการจ่ายค่างวดอีกร้อยละ 5 หรือประมาณ 600 ล้านบาท และเงินงวดสุดท้ายที่ชะลอการจ่ายออกไป

 

วิลาศเสนอข้อกำหนดการดำเนินการเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรนำไปปฏิบัติ โดยเน้นย้ำว่าสภาผู้แทนราษฎรต้องขยายระยะเวลาค้ำประกันออกไป ด้วยการนำระยะเวลาที่ใช้ในการแก้ไขความชำรุดบกพร่องและระยะเวลาที่อาคารไม่สามารถใช้งานได้มาคำนวณรวมด้วย ที่ผ่านมามีการทำหนังสือแจ้งเตือนผู้รับจ้างไปแล้วกว่า 1,000 เรื่อง แต่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการเข้ามาดำเนินการแก้ไข

 

หากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรละเว้นการทำหนังสือแจ้งเตือนผู้รับจ้างให้เข้ามาซ่อมแซมภายใน 15 วันตามเงื่อนไขสัญญา อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

 

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงความพยายามในการตั้งงบประมาณแผ่นดินซ้ำซ้อนเพื่อนำมาซ่อมแซมส่วนที่ชำรุด ซึ่งตามหลักการต้องเป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง เช่น การตั้งงบประมาณ 123 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงศาลาแก้วที่พบปัญหาการก่อสร้างผิดแบบ น้ำรั่วซึมลงชั้นใต้ดิน และการปูกระเบื้องผิดขนาด

 

วิลาศชี้ว่า รัฐสภาควรใช้วิธีหักเงินลดหย่อนตามสัญญาแทนการใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน อีกทั้งยังพบปัญหาการใช้ไม้กระดานผิดสเปกรวม 27,300 แผ่น โดยกรมป่าไม้เคยเข้าตรวจสอบและพบว่าเป็นไม้ปลอมถึงร้อยละ 70 ในพื้นที่ห้องบางส่วน

 

ประเด็นการจ้างช่วงผิดสัญญาเป็นอีกหนึ่งความบกพร่องที่ถูกหยิบยกขึ้นมา จากสัญญาทั้งหมด 14 สัญญา พบการจ้างช่วงโดยไม่มีการสอบสวนความถูกต้อง มีผู้รับเหมาช่วงรายหนึ่งได้รับงานมูลค่าสูงถึง 2,993 ล้านบาท ซึ่งเป็นนิติบุคคลเดียวกับที่เข้ามายื่นซองประกวดราคาในตอนแรก ถือเป็นการขัดสัญญาก่อสร้างข้อที่ 11 ขณะเดียวกัน ยังมีความล่าช้าในการจ่ายเงินค่าควบคุมงานและค่าที่ปรึกษาโครงการกว่า 300 ล้านบาทที่ค้างชำระมาตั้งแต่ปี 2564

 

วิลาศเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีกระบวนการข่มขู่ข้าราชการที่ทำหน้าที่ตรวจรับงาน โดยมีการเตือนเรื่องการโยกย้ายตำแหน่งหากมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อหวังให้งานผ่านการประเมินและผู้รับจ้างไม่ต้องถูกหักเงินประกัน

 

วิลาศยืนยันว่าจะดำเนินคดีจนถึงที่สุดหากเกิดการโยกย้ายข้าราชการอย่างไม่เป็นธรรม พร้อมให้ข้อมูลว่าเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรคนปัจจุบัน สมัยที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจการจ้าง เคยลงมติไม่รับงานด้วยคะแนนเสียง 7 ต่อ 3 โดยระบุเหตุผลในรายงานว่างานยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แม้ต่อมาจะมีการระบุว่ามติดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ตาม

 

วิลาศท้าให้ผู้ที่มีอำนาจฟ้องร้องดำเนินคดีหากข้อมูลที่นำเสนอไม่เป็นความจริง และยืนยันว่าจะไม่มีการขอโทษหรือยุติการนำเสนอข้อมูลเรื่องนี้ หลังจากนี้เตรียมยื่นเรื่องตรวจสอบโครงการในส่วนที่มีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไปเพิ่มเติม จากเดิมที่เคยยื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปแล้วถึง 65 เรื่อง และหากไม่มีผู้ใดฟ้องร้องดำเนินคดีกลับมา จะเป็นผู้คัดเลือกคดีสำคัญอย่างน้อย 5 เรื่องเพื่อดำเนินการทางกฎหมายด้วยตนเอง

 

ส่วนข้อสงสัยเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างผู้รับเหมารายใหญ่กับบุคคลระดับสูงในบ้านเมือง วิลาศระบุเพียงว่าผู้ใหญ่ท่านนั้นเคยประกาศจุดยืนต่อต้านการทุจริต และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทผู้รับเหมาดังกล่าวมานานกว่า 20-30 ปีแล้ว

 

ภายหลังการให้สัมภาษณ์ วิลาศได้นำคณะสื่อมวลชนเดินสำรวจความชำรุดบกพร่องบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาที่มีการเซ็นรับงานไปแล้ว เพื่อแสดงให้เห็นถึงปัญหาเชิงประจักษ์ เช่น บันไดที่มีคราบน้ำปูนไหล เสาไม้สักจำนวน 4,422 ต้นที่มีเชื้อราเนื่องจากวิศวกรควบคุมงานไม่ได้สั่งให้ทาน้ำมันรักษาเนื้อไม้ พื้นทางเดินที่ก่อสร้างผิดสเปก รวมถึงตู้ควบคุมไฟฟ้าที่ไม่มีกุญแจล็อกและมีการติดตั้งสกรูอยู่นอกตู้ ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยในระยะยาว

 

 

วิลาศ จันทรพิทักษ์ ชี้จุดความเสียหายอาคารรัฐสภาให้สื่อมวลชนดู 1วิลาศ จันทรพิทักษ์ ชี้จุดความเสียหายอาคารรัฐสภาให้สื่อมวลชนดู 2วิลาศ จันทรพิทักษ์ ชี้จุดความเสียหายอาคารรัฐสภาให้สื่อมวลชนดู 3วิลาศ จันทรพิทักษ์ ชี้จุดความเสียหายอาคารรัฐสภาให้สื่อมวลชนดู 4วิลาศ จันทรพิทักษ์ ชี้จุดความเสียหายอาคารรัฐสภาให้สื่อมวลชนดู 5วิลาศ จันทรพิทักษ์ ชี้จุดความเสียหายอาคารรัฐสภาให้สื่อมวลชนดู 6วิลาศ จันทรพิทักษ์ ชี้จุดความเสียหายอาคารรัฐสภาให้สื่อมวลชนดู 7วิลาศ จันทรพิทักษ์ ชี้จุดความเสียหายอาคารรัฐสภาให้สื่อมวลชนดู 8วิลาศ จันทรพิทักษ์ ชี้จุดความเสียหายอาคารรัฐสภาให้สื่อมวลชนดู 9วิลาศ จันทรพิทักษ์ ชี้จุดความเสียหายอาคารรัฐสภาให้สื่อมวลชนดู 10วิลาศ จันทรพิทักษ์ ชี้จุดความเสียหายอาคารรัฐสภาให้สื่อมวลชนดู 11วิลาศ จันทรพิทักษ์ ชี้จุดความเสียหายอาคารรัฐสภาให้สื่อมวลชนดู 12

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising