วันนี้ (15 กรกฎาคม) ต.ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) สุชาติ กรวยกิตานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมคณะกรรมการการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ครั้งที่ 8/2569 ว่า ขณะนี้ยังต้องรอเอกสารประกอบการประชุม จึงยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุมวันนี้จะมีความชัดเจนเรื่องการเพิกถอนรายชื่อผู้สอบผ่านกว่า 5,000 รายหรือไม่ สุชาติกล่าวว่า ยังไม่แน่ใจ ต้องรอรายละเอียดจากที่ประชุม โดยคาดว่า สถ. จะเป็นผู้ชี้แจงข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้รับจากการสังเกตการณ์ในวันนี้ จะนำมาพิจารณาว่าจะประกอบสำนวนไต่สวนของ ป.ป.ช. หรือไม่ รวมถึงอาจเสนอข้อเสนอแนะต่อที่ประชุมด้วย
สุชาติกล่าวว่า ตนเพิ่งได้รับหนังสือเชิญเข้าร่วมประชุมเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยหนังสือระบุเพียงให้เข้าร่วมรับฟังการประชุม จึงยังไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมด
เมื่อถามว่า ในเบื้องต้น ป.ป.ช. จะเสนอให้เพิกถอนรายชื่อทั้ง 5,000 รายหรือไม่ สุชาติกล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างการไต่สวนของ ป.ป.ช. ซึ่งต้องดำเนินการควบคู่กัน และต้องระมัดระวังไม่ให้กระทบต่อสำนวนคดี ส่วนจะมีข้อเสนอเรื่องการเพิกถอนหรือไม่ ต้องเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาก่อน พร้อมย้ำว่า อำนาจในการเพิกถอนรายชื่อเป็นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ไม่ใช่อำนาจของ ป.ป.ช.
สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบข้อสอบเพิ่มเติม สุชาติกล่าวว่า สถ. ได้ดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมแล้ว แต่ยังไม่มีการรายงานผลหรือกำหนดวันส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช. โดยผลการตรวจสอบจะเป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้ประกอบการไต่สวน เพื่อคัดแยกผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้เข้าสอบ
เมื่อถามว่า จะมีการพิจารณาความรับผิดของเจ้าหน้าที่รัฐในการประชุมครั้งนี้หรือไม่ สุชาติกล่าวว่า ป.ป.ช. ได้ตั้งคณะไต่สวนไว้แล้ว หากพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลใด ก็สามารถขยายผลไต่สวนและเพิ่มรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาได้ ขณะนี้ยังไม่มีมติเพิ่มเติม แต่หากมีความคืบหน้า ป.ป.ช. จะดำเนินการและขยายผลให้ครบถ้วน
ส่วนกรณีจะมีการรายงานข้อมูลให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ที่มี ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานหรือไม่ สุชาติกล่าวว่า หากได้รับการประสานจากคณะกรรมการดังกล่าว ป.ป.ช. ก็พร้อมสนับสนุนข้อมูล เพราะทั้งสองฝ่ายต้องทำงานควบคู่กัน โดย ป.ป.ช. รับผิดชอบการไต่สวนผู้ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่รัฐบาลดำเนินการด้านการแก้ไขปัญหาและกำหนดแนวทางเชิงนโยบาย
สุชาติกล่าวย้ำว่า ขณะนี้ ป.ป.ช. ได้รับเรื่องไว้ไต่สวนในฐานะคดีพิเศษแล้ว จึงคาดว่ากระบวนการจะดำเนินไปได้รวดเร็วขึ้น เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก และ ป.ป.ช. ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยข้อมูลที่รวบรวมได้จะถูกนำไปประมวลเพื่อเร่งรัดการดำเนินคดีให้เร็วที่สุด
สำหรับการประชุมในวันนี้ เป็นการหารือแนวทางการจัดสอบแข่งขันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงมาตรการแก้ไขปัญหา ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง ป.ป.ช. และ สถ.
เมื่อถามว่า การประชุมจะได้ข้อยุติภายในวันนี้หรือไม่ สุชาติกล่าวว่า คาดว่าจะได้ข้อสรุปในระดับหนึ่งเพื่อนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่น่าจะสิ้นสุดภายในวันเดียว และยังไม่ทราบว่า สถ. มีอำนาจตัดสินใจในประเด็นต่าง ๆ ได้มากน้อยเพียงใด


