วันนี้ (14 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า วันที่ 15 กรกฎาคม คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) จะประชุม และเมื่อมีผลอย่างไร ก็จะส่งไปยังคณะกรรมการกลาง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตัดสินขั้นสุดท้าย หากคณะกรรมการกลางเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง หรือมีการทุจริต ก็ต้องมีมติเพิกถอนการบรรจุ
เมื่อถามว่า จะไม่มีปัญหาการถูกฟ้องกลับใช่หรือไม่ หากผู้ที่ถูกเพิกถอนเป็นผู้บริสุทธิ์ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้มีหลักฐานเชิงประจักษ์อยู่แล้ว เป็นหน้าที่ของเรา การทำหน้าที่ย่อมมีปัญหาอยู่ตลอด แต่เราเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราทำนั้นถูกต้อง อย่างที่ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวไว้ว่า “ถ้าวันนี้ถูกต้อง ก็ไม่ต้องกลัวพรุ่งนี้”
เมื่อถามว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นได้แล้วหรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ใครที่อยู่ในกระบวนการกระทำความผิด กระทรวงมหาดไทยได้สอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นภายใน 7 วัน และตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแล้ว ส่วนตำรวจจะตรวจสอบเส้นทางการเงิน การให้ปากคำ และการสอบสวน โดยบุคคลที่ถูกจับกุมล้วนมีรายชื่ออยู่ในสำนวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทุกหน่วยงานต่างทำหน้าที่ของตนเอง และผู้ที่กระทำผิดทั้งหมดต้องถูกดำเนินคดี
เมื่อถามว่า จะมีการเปิดเผยรายชื่อข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า การสอบวินัยร้ายแรงไม่ได้ดำเนินการเฉพาะผู้ที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบเบื้องต้นเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาพยานแวดล้อมทั้งหมดด้วย ใครที่เกี่ยวข้องหรือพัวพันต้องดำเนินการทั้งหมด ส่วนจะเชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่นอีกหรือไม่ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งได้กำหนดกรอบการดำเนินงานตามข้อมูลที่มีไว้แล้ว
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการเชื่อมโยงไปยังนักการเมืองในพื้นที่ภาคใต้หรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยทำหน้าที่เฉพาะในส่วนที่รับผิดชอบ หากเป็นบุคคลภายนอก ป.ป.ช. จะเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนตำรวจจะออกหมายจับเพิ่มเติม หากมีข้อมูลและพยานหลักฐานเพียงพอ
เมื่อถามว่า จำนวนข้าราชการที่บรรจุไปแล้วและพบความผิดปกติเรื่องคะแนน ซึ่งจะส่งให้คณะกรรมการกลางพิจารณาเพิกถอน มีจำนวนเท่าใด อรรษิษฐ์ กล่าวว่า “ก็อย่างที่บอก 5,000 กว่าคน”
ก่อนหน้านั้น ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ครั้งที่ 2/2569 ในช่วงบ่ายวันนี้ว่า การประชุมวันนี้ ซึ่งมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธาน คณะทำงาน จะมีเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) มาสรุปผลการสอบสวนเบื้องต้น ว่าพบอะไรบ้าง หรือมีประเด็นใดที่น่าตกใจหรือไม่ ก่อนรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบในเบื้องต้นถึงผลการตรวจสอบ ส่วนรายงานฉบับต่อไปจะเป็นการรายงานช่องว่างที่พบจากการตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ล็อตแรกมีอะไรที่น่าตกใจหรือไม่ ปกรณ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นรายละเอียด หลังการประชุมจะมาเล่าให้ฟังอีกครั้ง แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เดี๋ยวจะเสียขบวน
ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตสอบเข้าข้าราชการท้องถิ่นว่า หากรับเป็นคดีพิเศษ จะต้องเชิญหลายหน่วยงานมาร่วมดำเนินการ ส่วนในวันที่ 15 กรกฎาคม จะต้องรายงานความคืบหน้าให้ปกรณ์หรือไม่นั้น ขณะนี้คดียังอยู่ในชั้นสืบสวน ซึ่งเป็นคนละส่วนกับการดำเนินการของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยดีเอสไอรับสืบสวนในประเด็นที่เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากรับเป็นคดีพิเศษ ดีเอสไอก็จะดำเนินการตรวจสอบด้วย


