×

เปิดรอยร้าวสหรัฐฯ-ยูเครน เซเลนสกีชี้ ทรัมป์จำกัด Starlink – ระงับข่าวกรอง แต่ผ่อนปรนคว่ำบาตรรัสเซีย

19.10.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับยูเครนกำลังเผชิญความตึงเครียดครั้งใหม่ หลัง โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวหาว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ โดนัลด์ ทรัมป์ จงใจจำกัดความเร็วอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink ที่กองทัพยูเครนใช้ในการทำสงครามกับรัสเซีย

 

 
 

เซเลนสกีเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ระงับการแบ่งปันข่าวกรองสำคัญเป็นเวลาหลายวัน ก่อนกลับมาให้ความช่วยเหลืออีกครั้ง โดยความขัดแย้งดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ทรัมป์พยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซีย ทั้งการทำข้อตกลงนำเข้าน้ำมันดีเซล และการชะลอมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อมอสโก

 

สถานการณ์นี้ทำให้ผู้นำยูเครนแสดงความกังวลว่า สหรัฐฯ อาจกำลังเปลี่ยนท่าทีไปสนับสนุนรัสเซียมากขึ้น พร้อมเตือนว่า หากวอชิงตันเลือกยืนอยู่ข้างมอสโกอย่างเป็นทางการ ยูเครนอาจไม่สามารถยืนหยัดต่อสู้ในสงครามที่ดำเนินมานานกว่า 4 ปีได้

 

ทำไมสหรัฐฯ ถึงระงับข่าวกรองให้ยูเครน?

 

เมื่อคืนนี้ (18 ตุลาคม) เซเลนสกีเปิดเผยผ่านรายการ Meet the Press ของ NBC ว่า สหรัฐฯ กลับมาแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองการโจมตีขีปนาวุธของรัสเซียอีกครั้ง โดยขยายความว่า ก่อนหน้านี้ ยูเครนไม่ได้รับแจ้งเตือนข้อมูลดังกล่าวเป็นเวลา 3 วัน แม้ทรัมป์จะยืนยันว่า สหรัฐฯ ยังคงแบ่งปันข้อมูลด้านข่าวกรองตามปกติก็ตาม

 

“มีเพียงสหรัฐฯ เท่านั้นที่มีข้อมูลข่าวกรองเฉพาะทาง เขาสามารถแจ้งให้เราทราบว่า รัสเซียกำลังใช้ขีปนาวุธบอลลิสติกเมื่อใด แต่เราไม่ได้รับข้อมูลดังกล่าวตลอด 3 วันที่เกิดการโจมตี” เซเลนสกีกล่าว พร้อมขอบคุณสหรัฐฯ ที่กลับมาให้ความช่วยเหลือ

 

ก่อนหน้านี้ CNN ได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวในยุโรป 2 คนว่า รัฐบาลทรัมป์ได้ส่งคำเตือนถึงยูเครนและพันธมิตรในภูมิภาคว่า สหรัฐฯ อาจระงับการแบ่งปันข่าวกรอง รวมถึงการเปิดทางให้ประเทศยุโรปซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ เพื่อส่งต่อให้ยูเครน หากรัฐบาลเคียฟยังไม่หยุดโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย

 

อนึ่ง คำเตือนดังกล่าวถูกส่งจากกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงสงครามสหรัฐฯ ไปยังเจ้าหน้าที่ของยูเครนและยุโรป อีกทั้งยังมีการติดต่อโดยตรงจากกองทัพสหรัฐฯ ถึงผู้บัญชาการทหารยูเครนโดยตรง

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รายหนึ่งเปิดเผยว่า ฝ่ายเจรจาของสหรัฐฯ ได้แจ้งยูเครนว่า วอชิงตันเป็นพันธมิตรสำคัญที่ให้ข่าวกรองและอาวุธยุทโธปกรณ์ ดังนั้น รัฐบาลเคียฟจึงไม่ควรดำเนินการสิ่งที่สร้างผลกระทบต่อผู้บริโภคชาวอเมริกัน โดยเฉพาะการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย ซึ่งทรัมป์มองว่า เป็นปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันราคาน้ำมันดีเซลในตลาดโลกให้สูงขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม แม้สหรัฐฯ จะกลับมาแบ่งปันข่าวกรองแล้ว แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศยังคงตึงเครียด หลังเซเลนสกียังกล่าวหาว่า รัฐบาลทรัมป์อยู่เบื้องหลังการจำกัดความเร็วอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink ของบริษัท SpaceX ซึ่งกระทบต่อปฏิบัติการโดรนและภารกิจป้องกันภัยทางอากาศบางส่วนของยูเครน

 

เซเลนสกีมองว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณกดดันจากรัฐบาลสหรัฐฯ ขณะที่ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ พร้อมยืนยันว่า ทรัมป์ และ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ได้สั่งการให้จำกัดความเร็ว Starlink

 

ทรัมป์ชะลอคว่ำบาตรรัสเซีย หวังเดินหน้าเจรจาสันติภาพ

 

อีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้รัฐบาลยูเครนกังวล คือ ท่าทีของทรัมป์ที่พยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซีย ทั้งการทำข้อตกลงนำเข้าน้ำมันดีเซล และการชะลอมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจชุดใหม่ที่ได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรสสหรัฐฯ แล้ว

 

ทรัมป์ให้เหตุผลว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และต้องการหลีกเลี่ยงมาตรการที่อาจทำให้รัสเซียถอนตัวจากโต๊ะเจรจาสันติภาพ ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังเพิ่มแรงกดดันให้ยูเครนยุติการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย

 

ส่วนเซเลนสกีเตือนว่า การผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรอาจทำให้รัสเซียมีรายได้และเดินหน้าทำสงครามต่อไป โดยเฉพาะในช่วงที่มอสโกยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนอย่างต่อเนื่อง

 

“หากสหรัฐฯ เลือกเข้าข้างรัสเซียอย่างเป็นทางการ และทั้งสองประเทศร่วมมือกัน เราก็คงไม่สามารถเอาชนะหรือยืนหยัดต่อไปได้” เซเลนสกีกล่าว

 

ข้อตกลงหยุดยิงล่ม รัสเซีย-ยูเครนกลับมาโจมตีกันหนัก

 

ความตึงเครียดในสงครามรัสเซีย-ยูเครนเพิ่มขึ้น หลังข้อตกลงหยุดยิงด้านพลังงานที่ทรัมป์ประกาศล้มเหลว โดยทั้งรัสเซียและยูเครนไม่ได้ยืนยันว่าเห็นชอบกับข้อตกลงดังกล่าวล่วงหน้า

 

ด้านเซเลนสกีเปิดเผยว่า ตลอดหนึ่งสัปดาห์หลังการประกาศหยุดยิง รัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน น้ำมัน และก๊าซของยูเครนถึง 76 ครั้ง ส่งผลให้ประชาชนหลายหมื่นครอบครัวยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้

 

ขณะที่ยูเครนกลับมาโจมตีเป้าหมายในรัสเซีย โดยส่งโดรนมากกว่า 1,000 ลำโจมตีคลังน้ำมัน ศูนย์โลจิสติกส์ และศูนย์ข้อมูลหลายแห่ง รวมถึงสถานีขนส่งน้ำมันในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ส่วนกระทรวงกลาโหมรัสเซียอ้างว่า สามารถยิงสกัดโดรนยูเครนได้ 1,015 ลำทั่วประเทศ โดยมีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 15 ราย

 

นอกจากนี้ ยังเกิดเหตุวัตถุบินไม่ทราบชนิดรุกล้ำน่านฟ้าลิทัวเนีย จนทางการต้องประกาศเตือนภัยและส่งเครื่องบินรบ NATO ขึ้นตรวจสอบ ก่อนที่ยูเครนจะออกมาแสดงความเสียใจ พร้อมระบุว่า อาจเป็นโดรนที่หลงออกนอกเส้นทางจากการรบกวนสัญญาณของรัสเซีย

 

สหรัฐฯ ยังมองยูเครนเป็นพันธมิตรหรือไม่?

 

แม้สหรัฐฯ จะกลับมาแบ่งปันข่าวกรองให้ยูเครนแล้ว แต่ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับเซเลนสกียังคงมีปัญหา โดยทรัมป์กล่าวหาผู้นำยูเครนผ่าน Truth Social ว่า ไม่ต้องการให้สงครามยุติลง เพราะยังได้รับเงินสนับสนุนจำนวนมากจากยุโรป

 

ส่วนเบสเซนต์ยืนยันว่า สหรัฐฯ ยังคงช่วยเหลือยูเครน ทั้งการแบ่งปันข่าวกรองและการขายอาวุธผ่านประเทศอื่น แต่เมื่อถูกถามหลายครั้งว่า สหรัฐฯ ยังถือว่ายูเครนเป็นพันธมิตรหรือไม่ เขากลับไม่ได้ตอบคำถามโดยตรง โดยกล่าวสั้นๆ ว่า ยูเครนไม่จำเป็นต้องชนะสงคราม และการยุติความขัดแย้งควรเกิดขึ้นผ่านข้อตกลงเจรจาสันติภาพ

 

ท่าทีดังกล่าวสะท้อนความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างสองประเทศ หลังทรัมป์ต้องการเร่งเจรจายุติสงครามและรักษาความร่วมมือกับรัสเซีย ขณะที่เซเลนสกีกังวลว่า การลดแรงกดดันต่อมอสโกจะทำให้ยูเครนเสียเปรียบมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เซเลนสกียังหวังว่า สหรัฐฯ จะรักษาความเป็นพันธมิตรกับยูเครนต่อไป พร้อมเปิดเผยว่า ได้หารือกับ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ สองผู้แทนของทรัมป์ที่รับผิดชอบการเจรจาสันติภาพแล้ว

 

“เราต้องการเชื่อใจเขา และผมหวังว่าเขาจะเปลี่ยนการตัดสินใจ เพราะผมคิดว่า การตัดสินใจเหล่านั้นเป็นความผิดพลาด และจะไม่เป็นผลดีต่อทั้งเราและสหรัฐฯ” เซเลนสกีกล่าว พร้อมย้ำว่า รัสเซียเป็นฝ่ายเริ่มสงครามจากการรุกรานยูเครน และควรเป็นฝ่ายเผชิญแรงกดดันจากนานาชาติ หากต้องการให้การเจรจาสันติภาพมีโอกาสสำเร็จ

 

ภาพ: Kylie Cooper / Reuters

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising