วันนี้ (20 ตุลาคม) ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รับมอบ นวัตกรรมอุปกรณ์ตรวจจับไฟฟ้ารั่วในน้ำ ได้แก่ ไม้เท้าระวังภัย และไม้เท้าพลิกชีวิต รวมทั้งสิ้น 500 ชุด จากสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. โดยหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) พร้อมตัวแทนทีมวิจัยเจ้าของนวัตกรรมประกอบด้วย รศ.วิเชษฐ์ ทิพย์ประเสริฐ รักษาราชการแทนอธิการบดี มทร.ล้านนา รศ.ดร.วันไชย คำเสน นักวิจัย และ ผศ.ดร.กิตติ เมืองตุ้ม จาก มรภ.อุตรดิตถ์ เพื่อนำไปกระจายช่วยเหลือและเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย
จากสถิติอุทกภัยในปี 2569 พบว่า ไฟฟ้ารั่วในน้ำเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้ประสบภัยสูงเป็นอันดับ 2 รองจากการจมน้ำ (คิดเป็น 1 ใน 3 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด) เนื่องจากน้ำท่วมขังเป็นสื่อนำกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทำให้ประชาชนที่สัญจรลุยน้ำและเผลอไปสัมผัสจุดที่มีไฟรั่ว รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เข้าช่วยเหลือ เสี่ยงต่อการถูกไฟฟ้าดูดจนเสียชีวิตได้ง่าย และเพื่อป้องกันการสูญเสียดังกล่าว รวพ. โดย บพท. จึงได้สนับสนุนทุนพัฒนานวัตกรรมไม้เท้าเตือนไฟฟ้ารั่วในน้ำ จำนวน 2 ผลงาน ได้แก่ ไม้เท้าระวังภัย (มรภ.อุตรดิตถ์) และ ไม้เท้าพลิกชีวิต (มทร.ล้านนา) ซึ่งเป็นอุปกรณ์สแกนหากระแสไฟฟ้ารั่วแบบไม่สัมผัส พร้อมส่งสัญญาณเตือนด้วยแสงไฟ LED และเสียง
สำหรับนวัตกรรมนี้ผ่านการทดสอบใช้งานจริงจนเห็นผล และได้ส่งมอบให้รัฐบาลเพื่อนำไปใช้ปกป้องชีวิตประชาชนและเจ้าหน้าที่ ทั้งในช่วงลุยน้ำท่วมและตอนสำรวจความปลอดภัยก่อนกลับเข้าบ้านหลังน้ำลด
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า กระทรวง อว. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการนำวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม มาใช้แก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤต โดยเฉพาะจากสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมาซึ่งพบความสูญเสียจากกระแสไฟฟ้ารั่วเป็นจำนวนมาก นวัตกรรมไม้เท้าระวังภัย และ ไม้เท้าพลิกชีวิต ถือเป็นผลงานที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและศักยภาพของนักวิจัยไทย ในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงและสามารถปกป้องชีวิตของพี่น้องประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
“ไม้เท้าที่ได้รับมอบทั้ง 500 ชุดนี้ จะถูกส่งต่อไปยังผู้ประสบอุทกภัย ตลอดจนเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่เสี่ยง เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการเตือนภัย ป้องกันอันตรายจากภัยเงียบอย่างกระแสไฟฟ้ารั่วจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ และเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตให้แก่ประชาชน ตอบรับนโยบายเป้าหมายของภาครัฐที่ต้องการให้ประชาชนสามารถกลับเข้าบ้านได้อย่างมั่นใจ ภายใต้แนวคิดกลับบ้านแล้วต้องปลอดภัย” ศ.ดร.ยศชนันกล่าว


