×

งานที่ชอบแต่เงินไม่ใช่ vs. งานที่พอทำได้แต่รายได้ดี เราควรเลือกทางไหน?

05.02.2018
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

4 Mins. Read
  • คนจำนวนมากให้ความสำคัญกับอาชีพที่ไม่ชอบแต่ได้เงินเยอะแน่นอน มากกว่า อาชีพที่ชอบแต่อาจจะไม่ได้เงินเยอะมาก
  • บางคนจึงเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองเก่งแต่ไม่ได้รักก่อน แล้วหากรู้สึกมีเงินเก็บพอเมื่อไร จึงจะเลิกทำงานที่ไม่ชอบแล้วหันมาทำอะไรที่ชอบแทน แต่คำถามคือแล้วจะต้องมีเงินเท่าไรถึงจะพอ
  • จากผลงานการวิจัยของ Katharina Hecht นักเรียนปริญญาเอกในสาขาสังคมศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย London School of Economics พบว่า คนที่รวยที่สุด Top 1% ของลอนดอนมีรายได้อย่างน้อย 140,000 ปอนด์ หรือ 6.3 ล้านบาทต่อปี แต่ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองรวยเลย เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

ในฐานะที่ผมเป็นหนึ่งในอาจารย์ผู้ดูแลนักศึกษาที่ Warwick Business School (WBS) หน้าที่ของผมหน้าที่หนึ่งก็คือการดูแลสารทุกข์สุขดิบของนักศึกษา โดยผมจะนัดพบพูดคุยกับนักศึกษาซึ่งต่างก็มาจากหลากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศฝรั่งเศส, โปรตุเกส, ฮ่องกง, อเมริกา, จีน, สิงคโปร์ หรืออังกฤษ

ส่วนใหญ่นักศึกษาที่มาเรียนที่ WBS จะเป็น ‘หัวกะทิของหัวกะทิ’ ของโรงเรียนมัธยมปลายกันทั้งนั้น (เพราะการเข้าเรียน WBS ได้นั้น นักศึกษาเหล่านี้ต้องสอบได้ A ในวิชาที่เขาเรียนปีสุดท้ายของมัธยมปลายเกือบทั้งหมด) ซึ่งการได้พูดคุยกับนักศึกษาเหล่านี้ทำให้ผมรู้ตัวเลยว่า ตอนที่ผมอายุพอๆ กับพวกเขา พวกเขาฉลาดและรู้ในหลายๆ เรื่องมากกว่าผมเยอะมาก

แต่พอผมมีโอกาสได้พูดคุยกับนักศึกษาเหล่านี้เยอะขึ้น จาก 1 ปีเป็น 2 ปี ผมก็พบว่าประมาณครึ่งหนึ่งของเด็กที่อยู่ในการดูแลของผมเก่งในสิ่งที่เรียน แต่กลับไม่ได้ชอบในสิ่งที่เรียน

 

มีหลายๆ คนที่ผมถามเขาว่าจบแล้วอยากจะทำอะไร พวกเขาซึ่งเป็นนักศึกษาในสายธุรกิจบ้าง ไฟแนนซ์บ้าง บัญชีบ้าง ก็มักจะตอบกลับมาว่า อยากจะทำงานในบริษัทใหญ่ๆ ในลอนดอนบ้าง ทำงานให้กับ Hedge funds อย่าง Goldman Sachs บ้าง Merrill Lynch บ้าง

แต่พอผมถามกลับไปว่า เขาคิดว่าเขาจะมีความสุขในการทำงานที่เขาเลือกจะทำไหม เกือบทุกคนบอกกับผมว่า คงจะไม่ ทั้งนี้ก็เป็นเพราะว่านักศึกษาครึ่งหนึ่งของผมนั้นไม่ได้ชอบ ไม่ได้มีแพสชันในสิ่งที่เขาเรียนที่มหาวิทยาลัยเลย แต่สาเหตุที่เขาเลือกสายอาชีพนี้ ส่วนใหญ่เป็นเพราะเชื่อว่ามันจะสามารถนำพาพวกเขาไปสู่ชีวิตที่มั่นคงมากกว่าทำอะไรที่ชอบ หรือที่เห็นว่ามันสนุกจริงๆ

“ผมกะจะทำงานที่ผมไม่ชอบไปสัก 10 ปี หลังจากนั้นผมค่อยลาออก (หลังจากที่รู้สึกว่าผมรวยแล้ว) มาทำธุรกิจที่ผมชอบ” เด็กนักเรียนคนหนึ่งเคยพูดกับผมเอาไว้

สิ่งที่ตัวเองเก่ง vs. สิ่งที่ตัวเองรัก   
ทำไมเด็กนักศึกษากว่าครึ่งของผมถึงให้ความสำคัญกับอาชีพที่ไม่ชอบแต่ได้เงินเยอะแน่นอน มากกว่า อาชีพที่ชอบแต่อาจจะไม่ได้เงินเยอะมาก เขากำลังเลือกทางเดินอาชีพที่ผิดอยู่หรือเปล่า หรือเขากำลังเลือกทางเดินอาชีพที่ถูกต้องอยู่แล้วกันแน่

เป็นความจริงที่ว่าความชอบหรือแพสชันของคนเรานั้นสามารถเปลี่ยนกันได้ จากที่ไม่เคยชอบก็อาจจะเปลี่ยนมาชอบก็ได้ถ้าได้ทำไปนานๆ แต่ความเสี่ยงจากการทำสิ่งที่ตัวเองรัก สิ่งที่ตัวเองมีแพสชันอาจจะไม่ได้ส่งผลให้ตัวเองประสบกับความสำเร็จทางด้านการเงินได้ เพราะฉะนั้นมันจึงดูเป็นอะไรที่มีเหตุผลมากกว่าถ้าเราสามารถเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองเก่ง แต่ไม่ได้รักก่อน ไว้พอเรารู้สึกมีเงินเก็บพอเมื่อไร เราจึงเลิกทำงานที่ไม่ชอบแล้วหันมาทำอะไรที่ชอบแทน

คนที่รวยที่สุด 1% ของลอนดอน
แล้วจะต้องมีเงินเท่าไรถึงจะพอ เราจะต้องมีเงินเท่าไรถึงจะรู้สึกว่าเรารวยแล้ว หรือเลิกทำงานได้แล้ว จากผลงานการวิจัยของ Katharina Hecht นักเรียนปริญญาเอกในสาขาสังคมศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย London School of Economics พบว่า คนที่รวยที่สุด Top 1% ของลอนดอนมีรายได้อย่างน้อย 140,000 ปอนด์ หรือ 6.3 ล้านบาทต่อปี แต่ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองรวยเลย

ยกตัวอย่างบทสรุปที่ Katharina ได้จากการสัมภาษณ์กับ Senior Executive หรือผู้บริหารใหญ่ของบริษัทไฟแนนซ์แห่งหนึ่งในลอนดอน ซึ่งเขาคนนี้มีรายได้ประมาณ 300,000 ปอนด์ หรือ 13.4 ล้านบาทต่อปี เขาบอกกับเธอว่า

 

“เงินเดือนของผมน้อยมากถ้าเทียบกันกับคนอื่นๆ ในบริษัทของผมนี้ และถ้าผมเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกันกับคนที่มีตำแหน่งเดียวกับผมในบริษัทอื่นละก็ ผมเชื่อว่าเงินเดือนของผมต้องน้อยกว่าคนอื่นๆ ในลอนดอนเยอะมาก ผมจึงไม่ได้รู้สึกว่าผมรวยอะไรเลย”

และอีกคนซึ่งทำงานให้กับ Hedge fund ในลอนดอนและได้เงินเดือนประมาณ 150,000 ปอนด์ หรือ 7 ล้านบาทต่อปีบอกว่า

“นิยามของความรวยน่ะเหรอ สงสัยต้องมีเงินเดือนมากกว่า 1 ล้านปอนด์ต่อปีมั้ง (45 ล้านบาท) ทั้งนี้ก็เป็นเพราะว่าไม่ว่าจะเป็นลูกค้าคนไหนที่ฉันเจอในบริษัท พวกเขามีรายได้เป็นล้านๆ กันทั้งนั้น สงสัยเพราะฉันอาศัยอยู่ลอนดอนที่มีแต่คนรวยๆ อยู่ด้วยมั้ง มันจึงทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันไม่รวยเลย”

สรุปก็คือ การได้ทำงานที่ตัวเองไม่ชอบแต่ได้เงินเดือนเยอะมากไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองรวยพอที่จะเลิก และลาออกไปทำในสิ่งที่ตัวเองรักได้เลย และการมีเงินเดือนเยอะขนาด 5 ล้านบาทต่อปีนั้นก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกพอใจในรายได้ที่เขามีอยู่เลย ทั้งนี้ก็เป็นเพราะว่าเขาต้องเจอคนที่รวยกว่าอยู่ตลอดเวลา

การมีเงินเยอะๆ สามารถซื้อความสุขให้กับเราได้ก็ต่อเมื่อเรารวยกว่าคนอื่นๆ นะครับ แต่การจะได้เงินเยอะๆ นั้นเราต้องเข้าไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่คนอื่นๆ ก็ได้เงินเยอะๆ เหมือนกัน ซึ่งก็ทำให้การได้เงินเยอะๆ ไม่ได้ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้นมากเท่าไร ถ้างานที่เราทำอยู่นั้นไม่ได้ทำให้เรามีความสุข

แต่การได้ทำงานที่ทำให้เรามีความสุขหรือได้ทำอะไรที่เราเก่ง ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้ทำให้เรารวยมาก แต่เพราะความสุขที่เราได้มาจากงานที่เราทำนี้ไม่ได้มาจากการเปรียบเทียบกับใครคนอื่น (พูดง่ายๆ ก็คืองานที่มีความสุข มันไม่ได้ทำให้เราสุขน้อยลงถ้าคนอื่นๆ ก็ทำงานที่เขามีความสุขเหมือนกัน จริงไหมครับ)

ยิ่งไปกว่านั้น การทำให้ตัวเองเก่งขึ้นจากงานที่เราไม่เก่งแต่เป็นงานที่เราชอบนั้น มันง่ายกว่าการทำให้ตัวเองชอบในอาชีพที่ไม่ชอบ แต่เป็นอาชีพที่เก่งเยอะมากเลยนะครับ

เพราะฉะนั้น เราควรที่จะสอนให้ลูกหลานของเราเลือกอาชีพที่เขามีแพสชันมากกว่าอาชีพที่เขาอาจจะเก่งแต่ไม่ได้รักกันดีกว่าไหมครับ

ภาพประกอบ: Thiencharas.w

อ้างอิง:

  • Hecht, K. (2017). A relational analysis of top incomes and wealth: Economic evaluation, relative (dis)advantage and the service to capital. Department of Sociology, Working Paper 11, London School of Economics.
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

...
X
...
Close Advertising