×

องค์กรอย่าเพิ่งวางใจ แม้พนักงานไทย 56% เชื่อว่าปีนี้จะได้ขึ้นเงินเดือน แต่ 85% พร้อมย้ายงาน โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ชี้เงินเดือนไม่ใช่คำตอบเดียว

29.07.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบพนักงานชายท่ามกลางเอกสารจำนวนมาก พร้อมข้อความเกี่ยวกับพนักงานไทยที่คาดขึ้นเงินเดือนแต่พร้อมย้ายงาน

พนักงานในประเทศไทยกว่าครึ่งหรือ 56% คาดหวังว่าจะได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนภายในปีนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกสำหรับองค์กร แต่ตัวเลขอีกชุดหนึ่งจากการสำรวจเดียวกันกลับชี้ว่าพนักงานกว่า 85% ยังคงเปิดรับและพร้อมพิจารณาโอกาสงานใหม่อยู่ แม้การประเมินผลงานจะช่วยสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อบทบาทปัจจุบันก็ตาม

 

 
 

ตัวเลขทั้งสองชุดมาจากผลสำรวจล่าสุดของโรเบิร์ต วอลเทอร์ส บริษัทด้านการสรรหาบุคลากรระดับโลก ซึ่งชี้ว่าการรักษาบุคลากรคุณภาพไว้กับองค์กรต้องอาศัยมากกว่าค่าตอบแทนที่แข่งขันได้ โดยปัจจัยที่มีน้ำหนักคือโอกาสเติบโตในสายอาชีพ ความยืดหยุ่นในการทำงาน และการทำงานที่มีความหมาย

 

ความมั่นใจที่ยังไม่ผูกใจให้อยู่ต่อ

 

ผลลัพธ์ของการประเมินผลงานออกมาในทางบวก โดยพนักงานกว่า 40% ในองค์กรในประเทศไทยรู้สึกมีความผูกพันต่อองค์กรและมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้นหลังการประเมินผลงานล่าสุด ขณะที่มีเพียง 9% เท่านั้นที่ระบุว่ากระบวนการดังกล่าวทำให้ความรู้สึกเชิงบวกต่อการทำงานและองค์กรลดลง ซึ่งช่วยให้องค์กรมีความมั่นใจต่อระดับความผูกพันและแรงจูงใจของพนักงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

 

ในด้านค่าตอบแทน ผลสำรวจช่วงกลางปี 2569 พบว่าพนักงานในประเทศไทยกว่าครึ่งหรือ 56% คาดหวังว่าจะได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนภายในปีนี้ ขณะที่มีเพียง 9% ที่ประเมินว่ามีโอกาสน้อยมากที่จะได้รับการปรับเงินเดือน ซึ่งความเชื่อมั่นนี้ยังคงอยู่แม้ภาคธุรกิจทั่วโลกจะเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง

 

แอนดรูว์ พาวเวลล์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ กลุ่มบริษัทโรเบิร์ต วอลเทอร์ส ระบุว่าการประเมินผลงานมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการบริหารบุคลากร โดยเฉพาะในช่วงที่องค์กรต้องสร้างสมดุลระหว่างการตอบสนองความต้องการของพนักงานกับการบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ

 

“พนักงานต้องการทราบว่าทักษะและความสามารถของตนได้รับการยอมรับและให้คุณค่ามากน้อยเพียงใด มีโอกาสเติบโตในสายอาชีพอย่างไร และองค์กรมีการลงทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาในระยะยาวของพวกเขาหรือไม่” แอนดรูว์กล่าว

 

แม้ตัวเลขทั้งสองชุดจะเป็นบวกสำหรับองค์กร แต่การที่พนักงานกว่า 85% ยังเปิดรับโอกาสงานใหม่ ทำให้ภาพทั้งหมดซับซ้อนขึ้น เพราะสะท้อนว่าความพอใจในรอบประเมินและความมั่นใจเรื่องเงินเดือน ไม่ได้แปลว่าพนักงานจะปิดประตูงานที่อื่น

 

ปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา ผู้จัดการประจำสาขาประเทศไทย บริษัทโรเบิร์ต วอลเทอร์ส ระบุว่าตัวเลขนี้สะท้อนว่าองค์กรไม่ควรให้ความสำคัญเพียงการสร้างความผูกพันภายในองค์กรเท่านั้น

 

“แต่ยังต้องสร้างคุณค่าและโอกาสที่ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงาน เพื่อให้พวกเขามองเห็นเหตุผลที่ชัดเจนในการเติบโตและอยู่กับองค์กรต่อไปในระยะยาว” ปุณยนุชระบุ

 

เมื่อค่าตอบแทนไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่พนักงานใช้เลือกนายจ้าง

 

แม้การประเมินผลงานและการพิจารณาปรับเงินเดือนจะมีความสำคัญมากขึ้นในตลาดแรงงานปัจจุบัน โดยพนักงานใช้การพูดคุยดังกล่าวเป็นโอกาสประเมินเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพระยะยาว แต่ปัจจัยที่พนักงานให้ความสำคัญกลับกว้างกว่าเรื่องค่าตอบแทน

 

ผลสำรวจพบว่าปัจจัยสำคัญที่พนักงานใช้เลือกนายจ้าง ประกอบด้วยรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น 41% ความมั่นคงในการทำงาน 38% การบริหารจัดการที่เปิดกว้างและมีประสิทธิภาพ 30% และวัฒนธรรมองค์กรที่สร้างแรงบันดาลใจอีก 30%

 

เมื่อพิจารณาเฉพาะปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจอยู่กับองค์กรต่อไป ลำดับแรกคือโอกาสในการเติบโตและความก้าวหน้าในสายอาชีพ ตามมาด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นบวกและเปิดกว้าง รวมถึงความยืดหยุ่นด้านเวลาและสถานที่ทำงาน

 

รูปแบบการบริหารเป็นอีกจุดที่ผลสำรวจให้ภาพน่าสนใจ โดยพนักงานให้ความสำคัญกับผู้นำที่มีภาวะผู้นำแบบชี้นำ (Authoritative Leadership) ซึ่งกำหนดทิศทางและความคาดหวังได้ชัดเจน ในสัดส่วน 37% รองลงมาคือผู้นำที่มีภาวะผู้นำแบบสร้างการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership) ที่สร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในสัดส่วน 32%

 

ข้อมูลชุดนี้ชี้ว่าองค์กรที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยเหล่านี้จะมีความพร้อมมากกว่าในการดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพ ท่ามกลางการแข่งขันแย่งชิงบุคลากรที่เข้มข้นขึ้น

 

โจทย์ขององค์กรไทยในครึ่งหลังของปี 2569

 

แอนดรูว์ระบุว่าการที่พนักงานในประเทศไทยกว่า 85% ยังเปิดรับโอกาสงานใหม่ สะท้อนว่าตลาดแรงงานปัจจุบันมีการแข่งขันเพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรเข้มข้นมากขึ้นกว่าที่เคย การสื่อสารอย่างเปิดกว้างและโปร่งใสจึงเป็นสิ่งสำคัญ

 

ไม่เพียงเพื่อให้พนักงานรู้สึกว่าความคิดเห็นของตนได้รับการรับฟังและมีส่วนร่วมกับวิสัยทัศน์ขององค์กร แต่ยังช่วยให้องค์กรเข้าใจสิ่งที่พนักงานให้ความสำคัญอย่างแท้จริง ทั้งโอกาสในการเติบโต ความยืดหยุ่นในการทำงาน และสภาพแวดล้อมการทำงานที่สร้างแรงบันดาลใจ

 

“ในปัจจุบัน การรักษาพนักงานไว้กับองค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเสนอค่าตอบแทนที่สามารถแข่งขันได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการสร้างความหมายในการทำงาน การสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณค่า และการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทำให้พนักงานรู้สึกได้รับการยอมรับและการสนับสนุนจากองค์กร” แอนดรูว์กล่าว

 

สำหรับความท้าทายที่องค์กรต้องเผชิญในปี 2569 โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ประเมินว่าการสร้างความไว้วางใจ ความผูกพัน และความหมายในการทำงาน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพในตลาดแรงงานไทยที่มีการแข่งขันสูง

 

องค์กรที่ให้ความสำคัญกับการสื่อสารอย่างเปิดกว้าง การลงทุนในการพัฒนาและเติบโตของพนักงาน ตลอดจนการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ยืดหยุ่นและส่งเสริมการมีส่วนร่วม จึงจะสร้างความแตกต่างและก้าวขึ้นเป็นองค์กรที่พนักงานต้องการร่วมงานด้วยมากที่สุด

 

ภาพ : Yellow_man / Shutterstock

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories