×

เดอะมอลล์งัดกลยุทธ์ ‘รบเฉพาะในสนามที่เราชนะ’ ทุ่ม 500 ล้าน ผนึก Sekiguchi ส่ง ‘มอนชิชิ’ ดึงทราฟฟิกส่งท้ายปี

08.12.2025
เดอะมอลล์งัดกลยุทธ์ ‘รบเฉพาะในสนามที่เราชนะ’ ทุ่ม 500 ล้าน ผนึก Sekiguchi ส่ง ‘มอนชิชิ’ ดึงทราฟฟิกส่งท้ายปี

เดอะมอลล์ กรุ๊ป กางแผนโค้งสุดท้ายปี 2568 ชูโมเดลการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยวัฒนธรรม ‘Fandom Culture’ และกระแสของสะสมที่กำลังขยายวงกว้าง จากกลุ่มเฉพาะทางสู่ฐานลูกค้าหลักอย่าง Gen Z และกลุ่มครอบครัว ซึ่งเทรนด์ดังกล่าวกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดทราฟฟิกเข้าสู่ศูนย์การค้า

 

ล่าสุด ได้ทุ่มงบประมาณกว่า 500 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปี โดยผนึกกำลังกับ เซกิกูชิ (Sekiguchi) เจ้าของลิขสิทธิ์คาแรกเตอร์อย่าง ‘มอนชิชิ’ (Monchhichi) เพื่อนำเสนอความอบอุ่นแบบไทยเข้ากับซอฟต์พาวเวอร์ของญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนอกประเทศญี่ปุ่นที่มีการนำเสนอคาแรกเตอร์นี้ในรูปแบบวัฒนธรรมท้องถิ่น

มีทั้งบรรยากาศการตกแต่ง ‘มอนชิชิ คริสต์มาสธีม’ นำคาแรคเตอร์มอนชิชิ มาใช้บนกระดาษห่อของขวัญและถุงช้อปปิ้งเฉพาะเทศกาลนี้ ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ เอ็มโพเรียม และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ รวมถึงพรีเมี่ยม มอนชิชิ ลิมิเต็ด คอลเลคชัน เป็นต้น ซึ่งแคมเปญนี้จะจัดตั้งแต่ 6 พฤศจิกายน 2568 – 11 มกราคม 2569 นี้ ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา เอ็มโพเรียม พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

 

วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ช่วงปลายปีถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของธุรกิจค้าปลีกและการท่องเที่ยว รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจปลายปีอย่างมีนัยสำคัญ จึงมุ่งสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความสนุกสนาน มีเอกลักษณ์ และดึงดูดผู้คนทุกกลุ่ม ตั้งแต่ครอบครัว คนรุ่นทำงาน ไปจนถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ

 

นอกจากการใช้คาแรกเตอร์มาร์เก็ตติ้งแล้ว เดอะมอลล์ กรุ๊ป ยังเดินหน้าปรับภาพลักษณ์ของ The Mall Lifestore อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่ที่มีชีวิตชีวาและรองรับงานสเกลระดับนานาชาติ อาทิ การรีโนเวทสาขาบางกะปิและบางแค ให้มีพื้นที่รองรับกิจกรรม Fan Meeting ของศิลปินเกาหลี หรือการจัดงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนร้านค้าให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมากขึ้น

 

อีกทั้งในยุคที่สินค้าสามารถหาซื้อได้ทั่วไป ลูกค้าจึงไม่ได้มาเดินห้างฯ เพียงเพื่อช้อปปิ้ง แต่ต้องการมาเพื่อสัมผัสความบันเทิงในศูนย์การค้า เห็นได้จากความสำเร็จของโซนสวนน้ำ หรือการจัดกิจกรรมบ้านผีสิงซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีทำให้เห็นว่าผู้บริโภคยุคใหม่พร้อมที่จะจ่ายเงินเพื่อแลกกับประสบการณ์ที่แปลกใหม่และหาไม่ได้จากโลกออนไลน์

 

อีกหนึ่งแม่เหล็กสำคัญคือกลุ่ม Food & Gourmet ซึ่งยังคงเป็นเซกเมนต์ที่เติบโตสูงสุดสอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้าหลังโควิดที่นิยมทานอาหารนอกบ้าน หรือเลือกซื้อสินค้าแบบพร้อมปรุงคุณภาพสูง กูร์เมต์ มาร์เก็ต จึงปรับกลยุทธ์ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบพรีเมียมและการดึงร้านอาหารระดับมิชลิน ไกด์ เข้ามาเสริมทัพ เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ

 

สำหรับทิศทางเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซัน คาดการณ์ว่าบรรยากาศการจับจ่ายจะกลับมาคึกคัก โดยตั้งเป้ายอดขายให้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แม้กำลังซื้อระดับกลางอาจทรงตัว จากภาวะหนี้ครัวเรือน แต่กลุ่มลูกค้าระดับบนยังคงมีกำลังซื้อที่แข็งแกร่ง โดยมองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ เช่น โครงการช้อปดีมีคืน ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายได้จริงในวงกว้าง

“เดอะมอลล์ กรุ๊ป จะบริหารงบการตลาดอย่างระมัดระวัง โดยใช้กลยุทธ์ ‘รบในสนามที่เราชนะ’ โดยจะเลือกโฟกัสเฉพาะแคมเปญที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ” แม่ทัพการตลาดเดอะมอลล์กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจยังต้องเผชิญกับความท้าทายในอนาคต โดยเฉพาะการก้าวเข้าสู่ Aging Society และปัญหาการขาดแคลนแรงงานจากการเปลี่ยนแปลงค่านิยมของคนรุ่นใหม่ โจทย์ใหญ่ของการตลาดในปีหน้าจึงเป็นการบริหารจัดการให้ลูกค้าที่มีจำนวนจำกัดกลับมาใช้บริการถี่ขึ้น รวมถึงการพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวเพื่อชดเชยกำลังซื้อในประเทศที่อาจไม่เพียงพอ


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories