ชำแหละปัญหาแรงงานไทย 2569 เมื่อเศรษฐกิจโต แต่ชีวิตแรงงานยังไม่ขยับ เศรษฐกิจไทยจะไปต่ออย่างไร?
ประเด็นสำคัญ
รายได้โตไม่ทันค่าครองชีพ
ในปี 2569 หนึ่งความท้าทายเศรษฐกิจคือ “วิกฤตเชิงโครงสร้างของแรงงานไทย”
แรงงานจำนวนมากเผชิญภาวะรายได้ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ แม้ค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นในบางธุรกิจ แต่ยังตามไม่ทันราคาสินค้า ค่าเช่า และค่าเดินทางที่แพงขึ้น ส่งผลให้หลายคนต้องทำงานเสริม หรืออยู่ในภาวะ “ชนเดือน”
โดยเฉพาะความขัดแย้งตะวันออกกลางที่ไม่แน่นอน ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันและค่าไฟ และอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวในกรอบ 1.1-1.5% ชะลอลงจากเดิมที่เคยคาดว่าจะขยายตัวได้ประมาณ 2%
สอดคล้องกับมุมมองของรัฐบาลที่ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัว 1.4% แม้ขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณรุนแรงถึงขั้นธุรกิจ ขาดสภาพคล่องจำนวนมาก ปิดกิจการ หรือปลดคนงานเป็นวงกว้าง
โครงสร้างงานเปลี่ยน แต่ ‘ทักษะ’ แรงงานไทยยังล้าหลัง
ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและระบบอัตโนมัติ ทำให้งานจำนวนหนึ่งหายไปหรือถูกแทนที่
โดยแรงงานจำนวนไม่น้อยยังขาดทักษะใหม่ เกิดช่องว่าง “งานเปลี่ยน แต่คนไม่พร้อม” โดยเฉพาะแรงงานวัยกลางคน
แรงงานนอกระบบยัง ‘เปราะบาง’
นอกจากนี้ มากกว่า 50% ของแรงงานไทยยังอยู่นอกระบบ ทั้งค้าขายอิสระ รับจ้างรายวัน และฟรีแลนซ์ กลุ่มนี้ขาดหลักประกันรายได้และสวัสดิการ ทำให้เสี่ยงสูงเมื่อเศรษฐกิจผันผวนหรือเกิดวิกฤต
น่าสนใจว่า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจ มูลค่าใช้จ่ายวันแรงงานปี 2569 ติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี หลังรายได้ไม่เพิ่ม ธุรกิจทยอยลดโอที ลดงานเสริม คนไทยอยู่ในสภาวะรัดเข็มขัด “ลดรายจ่าย ใช้เท่าที่มี”
ชั่วโมงทำงานสูง แต่คุณภาพชีวิตต่ำ ธุรกิจกำลังเผชิญขาดแคลนแรงงานต่างด้าวรุนแรง
นอกจากนี้ จากงานวิจัยพบว่า ไทยยังมีชั่วโมงทำงานเฉลี่ยสูง ขณะที่ผลตอบแทนและคุณภาพชีวิตไม่สอดคล้อง ปัญหาความเครียดและภาวะหมดไฟในแรงงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนแรงกดดันในตลาดแรงงานที่เข้มข้นขึ้น
ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งภาพสะท้อนโครงสร้างแรงงานในภาคธุรกิจ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาชิกผู้ประกอบการทั่วประเทศสะท้อนปัญหาไปในทิศทางเดียวกัน ว่าปัญหาแรงงานในประเทศไทยที่ขาดแคลน เป็น ‘ปัญหาเชิงระบบ’ ที่กระทบแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายทุกกลุ่ม
ไม่ว่าจะเป็นเมียนมา ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของภาคการผลิต การเกษตร การก่อสร้าง และภาคบริการ
หากไม่มีมาตรการรองรับที่เหมาะสมทันที อาจส่งผลกระทบฉับพลันต่อภาคธุรกิจที่พึ่งพาแรงงานกลุ่มดังกล่าวในสัดส่วนสูง โดยเฉพาะภาคก่อสร้าง ภาคเกษตร (รวมถึงงานเก็บผลไม้ตามฤดูกาล) และภาคบริการ ซึ่งล้วนเป็นภาคเศรษฐกิจหลักของประเทศ
ทางออก : ต้องมากกว่าการขึ้นค่าแรง
ระยะสั้น มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองว่า ในภาวะที่ประชาชนระวังการใช้จ่าย มาตรการของรัฐ เช่น ‘ไทยช่วยไทย’ หรือ ‘คนละครึ่งพลัส’ จะกระตุ้นกำลังซื้อและพยุงเศรษฐกิจฐานราก ทั้ง 2 โครงการจะหมุนเวียนในระบบ 2 แสนล้านบาท ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะแรงงาน
นักวิเคราะห์ ระบุว่า การแก้ปัญหาแรงงานต้องทำเชิงโครงสร้าง ทั้งการยกระดับทักษะ (reskill/upskill) ขยายสวัสดิการแรงงานนอกระบบ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่มูลค่าสูง และลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับชนบท




ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

