×

สตาร์ทอัพเครียด! อาจจ่ายเงินให้กับพนักงานไม่ได้ เหตุ Silicon Valley Bank ถูกสั่งปิด หลังกลายเป็นแบงก์ที่ล้มหนักสุด ตั้งแต่ปี 2008

11.03.2023
  • LOADING...

Silicon Valley Bank ซึ่งเป็นธนาคารผู้ปล่อยกู้ให้แก่บริษัทสตาร์ทอัพจำนวนมากในสหรัฐอเมริกา กำลังกลายเป็นต้นตอของวิกฤตธนาคารครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินเมื่อปี 2008 โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (10 มีนาคม) ทางการสหรัฐฯ ได้สั่งปิดธนาคารดังกล่าว ทำให้เงินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ของบริษัทและนักลงทุนต่างๆ ถูกแช่แข็ง จนทำให้บรรดาบริษัทสตาร์ทอัพกังวลเกี่ยวกับการจ่ายเงินเดือนให้แก่พนักงาน

 

หน่วยงานกำกับดูแลการธนาคารของรัฐแคลิฟอร์เนียได้สั่งปิดธนาคาร Silicon Valley Bank และตั้ง Federal Deposit Insurance Corporation หรือ FDIC เป็นผู้จัดการสินทรัพย์ของ SVB ในวันศุกร์ที่ผ่านมา


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


พร้อมระบุว่าสำนักงานใหญ่และสาขาทุกแห่งของ Silicon Valley Bank จะเปิดทำการอีกครั้งในวันที่ 13 มีนาคม โดยผู้ฝากที่มีประกัน (Insured Depositors) ทุกคนจะสามารถเข้าถึงเงินฝากที่มีประกันได้อีกครั้งไม่เกินเช้าวันจันทร์ อย่างไรก็ตาม ตามข้อมูลจาก FDIC แสดงให้เห็นว่า 89% ของเงินฝากธนาคารจำนวน 1.75 แสนล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2022 ‘ไม่มีหลักประกัน’

 

โดยบริษัทต่างๆ เช่น Roblox Corp ผู้ผลิตวิดีโอเกม และ Roku Inc ผู้ผลิตอุปกรณ์สตรีมมิง ได้เปิดเผยว่า บริษัทมีเงินฝากหลายร้อยล้านดอลลาร์อยู่ที่ธนาคาร โดย Roku Inc กล่าวว่า เงินที่ฝากกับ SVB ส่วนใหญ่ไม่มีประกัน ส่งผลให้หุ้นของบริษัทลดลง 10%

 

ปัญหาของ SVB ลุกลามขึ้น หลังจากเมื่อวันพุธ SVB ระบุว่าจะระดมเงินเพิ่ม นับเป็นการตอกย้ำว่าการดำเนินการของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางประเทศอื่นๆ เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ เป็นการยุติยุคดอกเบี้ยถูกที่กำลังเปิดเผยช่องโหว่ในภาคธนาคาร

 

อย่างไรก็ตาม ธนาคารในสหรัฐฯ อย่าง First Republic Bank และ Western Alliance ได้กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า สภาพคล่องและเงินฝากของพวกเขายังคงแข็งแกร่ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุน หลังหุ้นของธนาคารร่วงหนัก เช่นเดียวกับ Commerzbank ของเยอรมนี ที่ออกแถลงการณ์เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน

 

นักวิเคราะห์บางสำนัก รวมถึง Whalen Global Advisors คาดการณ์ว่าปัญหาจะลุกลามขึ้น โดยอาจมีการนองเลือดในสัปดาห์หน้า เนื่องจากธนาคารต่างๆ กำลังประสบปัญหาจาก Short Sellers ซึ่งกำลังโจมตีธนาคารทุกแห่ง โดยเฉพาะธนาคารขนาดเล็ก

 

ด้าน Janet Yellen รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งได้พบปะกับหน่วยงานกำกับดูแลด้านการธนาคารเมื่อวันศุกร์ ได้แสดงให้เห็นถึง ‘ความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม’ ในความสามารถของภาครัฐในการตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว

 

สตาร์ทอัพกังวลอาจจ่ายเงินเดือนให้แก่พนักงานล่าช้า

ด้าน Rippling ผู้ให้บริการจัดการเงินเดือน ได้แจ้งให้ลูกค้าทราบในวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า บริการบางส่วนต้องหยุดชะงักลงเนื่องจาก SVB เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชำระเงินเหล่านี้ ก่อนหน้านี้บริษัทตัดสินใจเปลี่ยนไปใช้ JPMorgan แทนแต่ก็ยังไม่เร็วพอ เงินเดือนบางส่วนอยู่ในขั้นตอนระหว่างดำเนินการกับ SVB ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งบริษัทกำลังวิเคราะห์ว่าการล่มสลายของ SVB จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อบริษัท

 

ด้าน Sarika Bajaj ซีอีโอของ Refiberd กล่าวว่า ตนเป็นลูกค้าของ Silicon Valley Bank มาเป็นเวลาสามปี และเก็บเงินส่วนใหญ่ของบริษัทไว้ที่นั่น โดยเธอพยายามถอนเงินแต่ทำไม่ได้ และกำลังกังวลเกี่ยวกับบัญชีเงินเดือนของเธอและสมาชิกในทีมสองคนของเธอมากขึ้น ซึ่งเธอเชื่อว่ามีพนักงานจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบ

 

Greg Martin ผู้ร่วมก่อตั้ง Liquid Stock เชื่อว่า บริษัทเทคโนโลยีมากกว่าครึ่งเก็บเงินสดบางส่วนไว้ที่ SVB ซึ่งบริษัทเหล่านี้จะต้องทำบัญชีเงินเดือนในต้นสัปดาห์หน้า แม้เขาเชื่อว่าธนาคารหลายแห่งมีความมั่นคงมากกว่าที่หลายคนคิด แต่กรณีที่เลวร้ายที่สุดคือคนหลายหมื่นคนจะไม่ได้รับค่าจ้างในสัปดาห์หน้า

 

ขณะเดียวกัน VC บางรายเร่งจัดตั้งกองทุนเงินสดชั่วคราวเพื่อช่วยสตาร์ทอัพที่ได้รับผลกระทบ และจำเป็นต้องทำบัญชีเงินเดือนในสัปดาห์หน้า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Liquidity Capital MC ได้เสนอเงินทุนให้แก่สตาร์ทอัพและโพสต์บน LinkedIn ว่าจะเสนอเงินทุนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความล้มเหลวของ Silicon Valley Bank ภายใน 24 ชั่วโมง 

 

แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องระบุว่า ซีอีโอในบางบริษัทที่มีเงินทุนติดอยู่ที่ Silicon Valley Bank กำลังวางแผนที่จะใช้ความมั่งคั่งส่วนตัวของตนเพื่อชดเชยเงินเดือนของพนักงาน ท่ามกลางข้อจำกัดด้านการจ่ายเงินเดือนที่เกิดจากความล้มเหลวของธนาคาร 

 

สตาร์ทอัพอย่างน้อยหนึ่งรายกำลังวางแผนที่จะปลดพนักงานในวันศุกร์ แต่สถานการณ์ของ Silicon Valley Bank ทำให้แผนการเหล่านั้นต้องพับเก็บไป เพราะธุรกิจมีส่วนเกี่ยวข้องกับ SVB ทำให้ไม่มีเงินทุนที่จะจ่ายค่าชดเชยอีกต่อไป 

 

แต่ในทางกลับกัน สตาร์ทอัพรายอื่นกำลังพิจารณาที่จะปลดพนักงานเนื่องจากสถานการณ์ของ SVB เพราะการที่มีพนักงานโดยไม่จ่ายเงินนั้นผิดกฎหมาย นอกจากนี้ วิธีการพักงานยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาด้วย เนื่องจากเป็นวิธีที่มีศักยภาพในการดึงพนักงานกลับมาใช้บัญชีเงินเดือนเมื่อได้รับเงิน สตาร์ทอัพกำลังหารือเกี่ยวกับทางเลือกของพวกเขากับนักกฎหมายอย่างเร่งด่วน

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising