ก่อนอื่นผมขอเริ่มบทความด้วยคำถามง่ายๆแบบนี้ก่อนครับ…คุณคิดว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยหรือไม่?
หากคำตอบคือใช่ แล้วทำไมราคาทองคำถึงลงแรงช่วงสหรัฐฯ บุก อิหร่าน และ ไม่ได้ช่วยพอร์ตโฟลิโอของเราเท่าไหร่เลยล่ะครับ?
นี่คือปัญหาที่นักลงทุนโดยเฉพาะเด็กๆรุ่นใหม่ในปัจจุบันเผชิญ คือ การทำ Asset Allocation คิดว่าจัดพอร์ตดีแล้ว ด้วยการมีพร้อมสรรพทั้งหุ้นสหรัฐฯ (NVDA, TSLA) / คริปโตเคอร์เรนซี (Bitcoin) และ ทองคำ (Gold) ไว้ป้องกันความเสี่ยง
แต่สิ่งที่เห็นและปรากฏชัด คือ ทุกอย่างพังลง ราคาสินทรัพย์ข้างต้นปรับตัวลดลงพร้อมกันในยามที่การกระจายความเสี่ยงควรจะช่วยเรามากที่สุด
ในความเป็นจริงมันไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย
และ เมื่อการกระจายความเสี่ยง ‘ไม่ได้กระจาย’ อย่างที่คิด คำถามจึงเกิดขึ้นมากมายในหัวของนักลงทุน และ ในบทความนี้ ผมได้รวบรวมทางแก้พอร์ต หรือ การจัดพอร์ทแบบใหม่มาให้นักลงทุนและผู้อ่านได้ดูกันครับ
ทางออกแรก 60/40 พอแล้ว เลิกแล้ว ไม่เอาแล้ว หากใครยังใช้สูตรเดิม หรือ การที่ลงทุนหุ้น 60% และ พันธบัตร 40%… ชัดเจนครับว่ามันไม่สามารถกระจายความเสี่ยงได้อีกต่อไป
สู้เอาเป็น หุ้น+พันธบัตร เต็ม Max แค่ 60% ยังดีเสียกว่า
ทางออกที่สอง เปิดใจให้ Commodities (Oil) และ Cash ในช่วงวิกฤติสงครามล่าสุด สินค้าโภคภัณฑ์และเงินสดทำหน้าที่เป็นตัวดูดซับความเสี่ยงได้ดีกว่าหุ้น/พันธบัตร/ทองคำ/คริปโต ชัดเจนตามรูปที่แนบด้านข้าง
ใช่ครับ สองสินทรัพย์นี้เป็นสินทรัพย์ที่หลายคนอาจจะไม่ชอบมากนัก ทั้งก็ว่าการหมดยุคของรถสันดาป ใครจะไปใช้น้ำมัน หรือ ถือเงินสดแล้วใจไม่นิ่งพอ
แต่จำไว้เสมอครับ ว่า เราถือทั้งสองสินทรัพย์นี้ในการทำ Asset Allocation … ไม่ได้จะเอา Growth
ทางออกสุดท้าย Gold และ Bitcoin เป็น long-term play ต่อการเสื่อมค่าของเงิน (Fiat debasement) ใช่ครับทองคำและบิตคอยน์ยังคงสำคัญ แม้ช่วงสงครามที่ผ่านมาอาจจะกระจายพอร์ตเราไม่มากนัก แต่ ผมเชื่อว่าทั้งสองสินทรัพย์นี้ยังคงเป็นเครื่องมือป้องกันการลดค่าเงินในระยะยาว (De-Dollarize)
ผมขอส่งกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านครั้งนี้ และ นักลงทุนที่ได้อ่านบทความนี้ หวังว่าทุกท่านจะเรียนรู้จากเหตุการณ์นี้ และ จัดพอร์ตได้แกร่งกว่าเดิม
Stay Invested ครับ

*การแสดงความเห็นให้คำแนะนำดังกล่าว ข้าพเจ้าขอเรียนว่า เป็นการกระทำในนามส่วนตัวของข้าพเจ้า เท่านั้น บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด มิได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ใดๆ ทั้งสิ้น
ภาพ: Olga_TG / Shutterstock

