×

SCB เปิดงบไตรมาส 1 ปี 2563 กำไรสุทธิโตแค่ 1% ชี้พิษโควิด-19 สั่งยกเลิกการซื้อหุ้นคืน

20.04.2020
  • LOADING...
ธนาคารไทยพาณิชย์

อาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ผลประกอบการในไตรมาสแรกของปีอยู่ในเกณฑ์ดี เกิดจากการพัฒนาความสามารถในด้านต่างๆ ของโครงการ Transformation ที่ผ่านมา แต่การแพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลกของโควิด-19 สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างต่อประชาชนและภาคเอกชน และส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจธนาคารทั้งในด้านรายได้และคุณภาพสินเชื่อ ซึ่งคาดว่าผลกระทบดังกล่าวจะปรากฏอย่างชัดเจนในไตรมาสถัดๆ ไป

 

ทั้งนี้ความผันผวนและความไม่แน่นอนระดับสูงมากทั้งในตลาดการเงินและเศรษฐกิจคณะกรรมการธนาคารมีมติให้ยกเลิกโครงการซื้อหุ้นคืนของธนาคารในวงเงินไม่เกิน 16,000 ล้านบาทที่ได้อนุมัติไปเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2563 เพื่อให้ธนาคารสามารถเข้าช่วยเหลือลูกค้าของธนาคารให้ก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจนี้

 

อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานสำคัญของธนาคารไทยพาณิชย์และบริษัทย่อยมีดังนี้

 

กำไรสุทธิประจำไตรมาส 1 ปี 2563 (งบการเงินรวมก่อนสอบทาน) อยู่ที่ 9,251 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน มาจากรายได้รวมที่ขยายตัว 9% จากปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง

 

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 25,777 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากปรับพอร์ตสินเชื่อที่เพิ่มสัดส่วนของสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูง และจากการเปลี่ยนการรับรู้รายได้ตามมาตรการฐานรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 ซึ่งเปลี่ยนการบันทึกอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัย) ขณะเดียวกันต้นทุนทางการเงินปรับตัวดีขึ้นจากการปรับลดการนำส่งค่าธรรมเนียมกองทุนฟื้นฟู เหลือ 0.23% จากก่อนหน้าอยู่ที่ 0.46%

 

“ฐานรายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังคงได้รับแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากภาวะดอกเบี้ยขาลง การหดตัวของยอดสินเชื่อรวมในไตรมาสแรกของปีและการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยภายหลังที่ธนาคารได้ขายหุ้นของบริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิตในปีที่ผ่านมา” 

 

รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีจำนวน 11,864 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน ส่วนใหญ่จากรายได้ค่าธรรมเนียมประเภท Recurring ที่ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 1 ของปี 2563 ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งขยายตัว 31% จากปีก่อน และรายได้จากธุรกิจขายประกันผ่านธนาคารเพิ่มขึ้นสูง โดยไตรมาสนี้การขยายฐานรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในไตรมาสนี้สามารถชดเชยผลกระทบของการคิดค่าธรรมเนียมแบบใหม่ตามแนวทางการกำกับดูแลของทางการเมื่อต้นปี และการชะลอตัวของปริมาณการทำธุรกรรมธนาคารในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

 

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมีจำนวน 16,393 ล้านบาท ลดลง 8% จากปีก่อน มาจากการไม่มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวข้องกับพนักงานตามกฎหมายแรงงานใหม่ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียวที่รับรู้ในปีก่อน และการตัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิตออกจากงบการเงินรวมภายหลังที่ธนาคารได้ขายหุ้นออกไป โดยรวมแล้วอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ในไตรมาส 1 ของปี 2563 ของธนาคารจึงลดลงเป็น 43.6%

 

อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) ของธนาคารอยู่ที่ 3.17% เพิ่มขึ้น 0.40% จากไตรมาส 1 ปี 2562 ที่อยู่ระดับ 2.77% หากเทียบกับสิ้นปี 2562 NPL Ratio จะปรับลดลงโดยสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 3.41% ในขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ในระดับเพียงพอที่ 140%

 

ทั้งนี้ธนาคารตั้งเงินสำรอง 9,726 ล้านบาทในไตรมาส 1 ของปี 2563 เพื่อรองรับหนี้ด้อยคุณภาพที่จะเพิ่มขึ้น รวมถึงให้สอดคล้องกับมาตรฐานบัญชีใหม่ในการประมาณการด้อยค่าของสินทรัพย์ตามวัฏจักรเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2563

 

อย่างไรก็ตาม ธนาคารมีเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (CET1) ที่ 16.1% และเงินกองทุนรวมตามกฎหมายที่ 17.2%

 

สินทรัพย์รวมของธนาคาร ณ ไตรมาส 1 ปี 2563 3,136 ล้านบาท ลดลง 2% จากปีก่อน เป็นผลจากการขาย บมจ.ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต และการเติบโตของสินเชื่อที่ลดลง 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories