Menu

อาเล็ก สุรพล ในวันที่ต้องเป็นพ่อ โดยไม่มีใครกำกับและเขียนบทให้

16.04.2018
  • LOADING...
  • Loading...

อาเล็ก-สุรพล พูนพิริยะ หลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตาผู้ชายคนนี้ในบทบาทของนักแสดง ทั้งโฆษณา ซีรีส์ และภาพยนตร์ แต่อีกมุมหนึ่ง เขาคือหัวหน้าครอบครัวพูนพิริยะ คือพ่อของบาส นัฐวุฒิ ผู้กำกับชื่อดังและ จูนจูน พัชชา นักแสดงรุ่นใหม่ที่เป็นที่รู้จัก

 

ความสุขในวัย 60 ปีของผู้ชายคนนี้คืออะไร ครอบครัวสำคัญสำหรับเขาแค่ไหน และมีอะไรอีกบ้างที่เขาอยากบอกลูกหลาน

 


ใจเขาใจเราให้มาก

คนที่อายุมากแล้ว ถ้านั่งอยู่แต่ในบ้านเฉยๆ ถือเป็นสิ่งที่อันตรายนะ ทุกวันนี้ผมมีรายได้พอกินพอใช้ แต่ถ้าให้อยู่บ้านอย่างเดียวมันห่อเหี่ยว พอได้ออกไปทำงานมันเหมือนเป็นการเติมไฟให้ตัวเอง

 

วันหนึ่งทุกคนก็ต้องแก่ การปรับตัวเป็นเรื่องสำคัญ ปัจจุบันผมอายุ 64 แล้ว แต่ผมก็หันมาเล่นโซเชียลเพื่อศึกษาการใช้ชีวิตของเด็กวัยรุ่น และทำให้การติดต่อสื่อสารง่ายขึ้น มันเป็นอะไรที่ทำให้เราได้พัฒนาตัวเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่าคนแก่บางคนอาจจะช้าไปบ้างด้วยปัญหาสุขภาพ อยากให้เด็กรุ่นใหม่หรือคนที่ต้องทำงานกับเขาเข้าใจธรรมชาติ และเห็นอกเห็นใจกัน

ฝากบอกคนทำงานที่ยังอยู่ในวัยไม่เกิน 30 สภาพร่างกายคุณอาจยังได้เปรียบกว่าคนแก่ แต่คุณต้องคิดเผื่อด้วยว่าวันหนึ่งเราก็ต้องแก่เหมือนกัน และยุคสมัยมันมีวันเปลี่ยน วันนี้คุณอาจจะเก่งมาก แต่วันหนึ่งคุณอาจตามเขาไม่ทันก็ได้ ใจเขาใจเราให้มาก คิดได้แค่นี้ ทุกอย่างก็ง่ายขึ้นแล้ว


ความสุขของหัวหน้าครอบครัวพูนพิริยะ

เวลาผมประสบความสำเร็จ มันจะไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าไม่มีคนในครอบครัวคอยสนับสนุนและอยู่กับเรา

ถามว่าคุณจะไปมีความภูมิใจร่วมกับใคร ถ้าไม่มีครอบครัวที่อบอุ่นและเข้าใจ ในแง่ของการทำงาน ครอบครัวคอยสนับสนุนผม บางครั้งต้องกลับดึก บางครั้งต้องไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ แต่เขาเข้าใจ หรือบางครั้งต้องเล่นบทบาทค่อนข้างล่อแหลม ผมบอกครอบครัวว่า เราเป็นนักแสดง เขาจับใส่ผ้าเหลืองก็ต้องเป็นพระ เขาจับใส่ชุดตำรวจก็ต้องไล่จับผู้ร้าย คือเราต้องทำได้

 

พ่อยังห่วงลูกเสมอ

จำไว้เลยว่าต่อให้คุณอายุ 50 แล้ว ถ้าพ่อแม่ยังอยู่ เขาก็ยังเป็นห่วงเหมือนคุณเป็นเด็กตัวเล็กๆ

สมัยที่ผมยังทำงานบริษัท อายุ 30 กว่าจะ 40 แล้ว แต่แม่ก็ยังเรียกกินข้าวตลอด บางครั้งผมเผลอไปหงุดหงิดใส่ด้วยซ้ำ เพราะไม่เข้าใจความรู้สึกตอนนั้น แต่มาวันนี้ถึงแม้ลูกผมจะโตจนมีหลานให้เล่น แต่ความรู้สึกเป็นห่วงของคนเป็นพ่อก็ยังอยู่เหมือนเดิม การได้มีลูกทำให้ผมเข้าใจว่า ความรักและห่วงใยของพ่อแม่ที่มีต่อลูกมันเป็นอย่างนี้นี่เอง

 

 

ในวันที่ลูกเติบโต

ผมไม่ได้เหงาถึงขั้นต้องขอร้องให้ลูกมานั่งเป็นเพื่อน แต่สมัยที่ลูกยังเล็ก ผมเคยเห็นลูกอยู่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตา ได้ดูแลพวกเขาอย่างใกล้ชิด เมื่อไรที่ลูกขึ้นนอนจนครบทั้ง 4 คน ผมรู้สึกเหมือนทุกอย่างวันนั้นเพอร์เฟกต์ เราสามารถจบวันนี้ได้ดีแล้ว แต่มาวันนี้ ด้วยช่วงวัยและอายุ ลูกผมแยกย้ายไปอยู่ที่อื่น

ถึงผมจะเหงาและเป็นห่วงลูกมากแค่ไหน แต่สิ่งที่เป็นหน้าที่ของเราคือการดูแลตัวเองให้ดี อย่าให้เป็นปัญหาของลูก ผมคิดเสมอว่า ถ้าเราดูแลตัวเองดี ลูกจะมีกังวลเฉพาะเรื่องงาน ซึ่งนั่นมากพอแล้วสำหรับคนในวัยนั้น เราอย่าไปเป็นภาระเพิ่มให้เขา

ถ้าเราดูแลตัวเองดี เวลาที่ลูกต้องการความช่วยเหลือ ผมสามารถซัพพอร์ตเขาได้อย่างเต็มที่ เช่น ลูกสาวต้องไปธุระต่างจังหวัด อยากเอาเจ้าเคน (หลานชาย) มาฝากที่บ้าน ผมยินดีมากเลย ดูแลเป็นไข่ในหิน ไม่มีคลาดสายตา อาบน้ำ กินข้าว พาไปเที่ยว นั่นคือเราได้ช่วยลูกเราแล้ว

 

ผมโชคดีที่ลูกโตจนทำมาหากินเองได้หมด มีรายได้ ไม่ต้องมาขอเรา แต่สำหรับครอบครัวไหนที่อาจจะยังต้องช่วยลูกเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่ ผมก็เข้าใจมันเป็นเรื่องของแต่ละครอบครัว ก็สู้ๆ กันไป ในขณะเดียวกัน ครอบครัวไหนมีเงินมากกว่าเรา ผมไม่เคยเอาตัวเองไปเปรียบเทียบ เพราะคิดเสมอว่า เงิน 100 ล้านบาทในกระเป๋าเขาก็ไม่เท่าเงิน 100 บาทในกระเป๋าเรา เพราะทั้ง 100 บาทเป็นของผมทั้งหมด ผมหามา ผมสามารถเอาไปซื้ออะไรก็ได้ แต่ในทางกลับกัน เงิน 100 ล้านบาทของคุณ ผมแตะต้องไม่ได้แม้แต่บาทเดียว ดังนั้นของใครของมัน เรามีศักดิ์ศรีของเรา

 

นี่คือความคิดของผม และผมสอนลูกอย่างนี้ ไม่ต้องไปดูคนอื่นเยอะ ไม่ต้องไปแคร์คนอื่นมาก ไม่ต้องไปอิจฉาเขา และเมื่อเห็นคนที่ลำบากกว่าเรา ก็อย่าไปดูถูกหรือสมเพชเขา แต่ให้เข้าอกเข้าใจ และให้ความเห็นอกเห็นใจเขา

 

 

อยากให้รู้จักมัธยัสถ์  

คนจีนไม่ถามลูกหรอกว่าได้เงินเดือนเท่าไร แต่จะถามว่าแต่ละเดือนเหลือเท่าไร ถ้าคุณได้เงินเดือน 80,000 บาท แต่พอสิ้นเดือนเหลือแค่ 800 บาท แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร เงินเดือน 40,000 แต่เหลือเก็บ 15,000 ดีกว่าไหม

ถ้าประหยัดได้ขอให้ประหยัด ต่อให้วันนี้เราหาได้เยอะก็จริง แต่จำไว้นะ ไม่มีเทพองค์ไหนจะมารับปากเราได้ว่า ปีหน้า อีก 2  ปีข้างหน้า อีก 5 ปีข้างหน้า หรืออีก 10 ปีข้างหน้า คุณยังจะมีรายได้เท่านี้อยู่เรื่อยไป ไม่มีหรอก สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือสิ่งที่ไม่แน่นอน วันนี้หามาได้ เก็บสิ ไม่ใช่ให้เก็บทุกบาททุกสตางค์ แต่เก็บเผื่อเอาไว้ใช้เวลาที่หาไม่ได้ พอทีเถอะกับวรรคทองที่ชอบพูดกันว่า “มีเงินก็ใช้ๆ ไปเถอะ เดี๋ยวตายแล้วจะไม่ได้ใช้” คนเราถ้าไม่มีเงินเก็บไว้เลย เมื่อไรที่เงินขาดมือ และยิ่งขาดตอนอายุมาก อย่าว่าแต่คนอื่นจะรังเกียจเลย บางทีลูกหลานก็รังเกียจเรา

 

ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี

บางคนหาเงินมาทั้งชีวิต พอถึงเวลาจะได้ใช้กลับมานอนป่วยอยู่บนเตียง และเพิ่งบรรลุสัจธรรมของชีวิต อยากฝากเตือนทุกคนว่า หากอยากพักผ่อนหรือเที่ยวเตร่น่ะก็ได้ แต่ต้องนึกถึงสุขภาพตัวเองตลอดเวลา เข้าใจว่าเวลาปาร์ตี้มันมีความสุข แต่อย่าลืมว่าร่างกายคนเรามีวันทรุดโทรม

 

การดูแลร่างกายเปรียบเหมือนกับการใช้รถ คนสองคนถอยรถสองคันในวันเดียวกัน คนหนึ่งใช้เท่าที่จำเป็นและดูแลรักษาอย่างดี ในขณะที่อีกคนลุยหนักมาก ขับทั้งวันทั้งคืน เข้าป่าเข้าพงขึ้นเขาลงห้วย เวลาห้าปีผ่านไปเอารถสองคันนี้มาจอดเทียบกันจะเห็นว่าสภาพต่างกันอย่างชนิดที่ไม่น่าเชื่อว่าเป็นรถที่อายุการใช้งานนานเท่ากัน ร่างกายและสังขารของคนเราก็เป็นเช่นนั้น

 

อย่ายุ่งกับยาเสพติดและการพนัน

นานๆ ทีเล่นหวยบ้าง วัดดวงขำๆ ก็ไม่เป็นไร ผมไม่ได้สอนว่าทุกคนต้องเป็นคนดีในระดับที่ใส่ชุดเหลืองก็พร้อมเป็นพระได้เลย จริงๆ คำว่า ‘คนดี’ ไม่มีหรอก ไม่มีใครดีจริงหรอก ไม่มีขาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง ทุกคนเป็นสีเทาๆ บางคนเลวมากก็เทาเข้มหน่อย แต่ไม่มีใครดีหรือเลวตั้งแต่หัวจรดเท้าหรอก ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา แม้กระทั่งตัวผมเอง มีนอนดึกบ้าง หรือนานๆ กินเบียร์สักกระป๋องก็มี แต่ไม่ใช่ทำทุกวันจนเป็นกิจวัตร

 

ถ้าวันนี้มีใครสักคนที่ได้ฟังสิ่งที่ผมกำลังสื่อสาร และไปลดจำนวนบุหรี่ที่เขาสูบหรือถึงขั้นทำให้เลิกไปเลยได้ มันจะเป็นผลดีกับตัวเขาเองนะ มะเร็งปอดหรือตับแข็งนี่ไม่ได้เป็นกันในวันเดียว แต่มันสะสม จนถึงวันหนึ่งมันอาจจะล้มป๊อกไปเลยก็ได้ น่ากลัวนะ แล้วเงินที่มีนี่คือหามาเพื่ออะไรล่ะ เอาไปให้หมอให้โรงพยาบาลหมด

 


Credits


Intro Voice-over
พัชชา พูนพิริยะ

 

Show Creator ภูมิชาย บุญสินสุข

Episode Producer อธิษฐาน กาญจนะพงศ์, ปวริศา ตั้งตุลานนท์

Episode Editor เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์

Sound Designer & Engineer ศุภณัฐ เดชะอำไพ

Coordinator & Admin อภิสิทธิ์ หรรษาภิรมย์โชค

Art Director อนงค์นาฏ วิวัฒนานนท์

Photographer อธิษฐาน กาญจนะพงศ์ 

Proofreader ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

Webmaster จินตนา ประชุมพันธ์

Music Westonemusic.com

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US