Menu

เมทินี กิ่งโพยม “ประสบการณ์สอนให้เรารู้จักอดทน เข้มแข็ง และเป็นผู้แพ้ที่ดี”

25.09.2018
  • LOADING...
  • Loading...

เมทินี กิ่งโพยม คือผู้หญิงสตรองในสื่อที่เรารู้จักเธอมาแล้วแทบทุกแง่มุม ทั้งนางงาม นักแสดง ซูเปอร์โมเดล เราเห็นความสามารถของเธอผ่านการเป็นเมนเทอร์ในเรียลิตี้ค้นหานางแบบ เราเห็นความเข้มแข็งของเธอผ่านการรับมือกับคำวิจารณ์มานับครั้งไม่ถ้วน

 

ครั้งนี้ต่างออกไป ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ และ THE STANDARD ชวนเธอออกนอกการตอบคำถามเกี่ยวกับตัวเอง แต่ชวนมองเรื่องสังคมตั้งแต่ยุคนิตยสารจนถึงวันที่ทุกคนเล่นโซเชียลมีเดียว่ามีความเปลี่ยนไปอย่างไร ในฐานะที่คนที่เคยถูก Bully ผ่านโซเชียลฯ ต้องรับมือด้วยวิธีไหน และในฐานะแม่คนหนึ่งเธอจะสอนลูกอย่างไรให้สตรองเช่นเดียวกับเธอ

 

การแข่งขันทำให้รู้จักยอมรับความพ่ายแพ้

 

การเป็นเมนเทอร์สอนให้เกดรู้จักเป็นผู้แพ้ที่ดี เพราะปกติเป็นคนชอบการแข่งขันและเป็นคนชอบชนะซึ่งไม่แตกต่างจากคนทั่วไป แต่การมารายการ เดอะเฟซ มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะชนะทุกครั้ง และก็ไม่ได้แฟร์กับเราเสมอไป ฉะนั้นการรู้จักยอมรับความพ่ายแพ้ จัดการความผิดหวังและเดินต่อไปข้างหน้าได้จึงสำคัญมาก สิ่งนี้คือสิ่งที่เกดพยายามสอนทุกคนในทีมว่าในชีวิตจริงเราสามารถเจอความผิดหวังได้ทุกที่ทุกเวลา

 

โซเชียลมีเดียทำให้การแสดงออกตัวตนของคนเปลี่ยนไป

 

ตอนนั้นเป็นยุคก่อนโซเชียลมีเดีย แต่พอโซเชียลมีเดียเข้ามาการแสดงออกซึ่งตัวตนมันเปลี่ยนไป อย่างแต่ก่อนการถ่ายแบบชุดว่ายน้ำหรือชุดเซ็กซี่ดาราจะได้เงินเยอะมากเพราะว่านานๆ ทีคนจะได้เห็น แต่พอโซเชียลมีเดียเข้ามาทุกคนก็พยายามหามุมเซ็กซี่ของตัวเอง หรือถ่ายรูปโชว์รูปร่างว่าตัวเองฟิตมาก ถ่ายคลิปตัวเองออกกำลังกาย ถ่ายรูปตัวเองสวมชุดว่ายน้ำอยู่บนชายหาด ทุกวันนี้การที่ใครจะมาถ่ายชุดว่ายน้ำมันแทบไม่มีใครต้องการจะเห็นแล้ว เพราะสามารถพบเห็นได้ทั่วไป

 

ศิลปะ VS อนาจาร

 

เราต้องมองบวกและมั่นใจในผลงานของตัวเอง เกดมั่นใจในผลงานของตัวเองเพราะเราเลือกที่จะทำแบบนั้นแล้ว ฉะนั้นถ้าเราเคว้งแล้วไปตามกระแสวิพากษ์วิจารณ์เราก็จะกลายเป็นคนเครียดและมองทุกอย่างลบไปด้วย มันจะกลายเป็นการตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราทำอะไรลงไป ไม่ค่ะ เราต้องมั่นใจว่ารูปที่เราถ่ายไปคือศิลปะ คือแฟชั่น และเรารู้ว่าเรากำลังเสนอแฟชั่นอยู่ เกดไม่ได้ไปแก้ผ้ายืนหน้าวัดแล้วถ่ายรูป ฉะนั้นคุณจะมาเกดทำไม แล้วดูตอนนี้สิ สิบเจ็ดปีผ่านไปคุณไปดูในโซเชียลมีเดียสิ โอมายก๊อด ทุกคนทำกันหมดเลย

 

คอมเมนต์ในโซเชียลมีเดียคือแค่คอมเมนต์

 

ในยุค 90 เกดเคยอ่านบทสัมภาษณ์ของมาดอนน่าว่าข่าวทั่วไปคือข่าวดี ข่าวกระแสลบคือข่าวโคตรดี เพราะไม่ว่าเมื่อก่อนหรือว่าปัจจุบันนี้ข่าวคาวขายได้มากกว่าข่าวจริงๆ มันเป็นความจริงเสมอ ทุกคนเสพข่าวคาวว่าใครนอนกับใคร ใครกิ๊กกับใคร ใครเสพยา ข่าวพวกนี้มันขายมาก และทุกวันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น ฉะนั้นคุณจะด่าอะไรก็เชิญเลย เกดอ่านแล้วหัวเราะด้วยซ้ำไปเพราะแยกแยะออก เพราะถ้าเกดเลวแล้วมีคนเข้ามาด่าในชีวิตจริง อันนั้นเกดต้องพิจารณาแล้วว่าทำไมเราถึงถูกด่าหรือถูกแอนตี้ แต่จริงๆ แล้วเกดไม่ได้เลวไง ถ้าเกดไม่สตรองแล้วไปนั่งอ่านข่าวพวกนั้นหมดคงเป็นบ้า คนเป็นพัน มาด่าว่าอีลูกเกด อีดอก อย่างโน้นอย่างนี้ Fuck You กูก็ต้องเป็นบ้าเข้าสักวันสิถูกไหม

 

โซเชียลมีเดียเป็นดาบสองคม

 

โซเชียลมีเดียทำให้คนเป็นบ้า คนทุกวันนี้ขาดความยอมรับนับถือในตัวเองมาก เพราะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นในโซเชียลมีเดียตลอดเวลา เห็นเพื่อนมีแบบนี้อยากมีบ้าง เห็นเพื่อนไปเที่ยวที่นั่นที่นี่อยากไปบ้าง โดยเฉพาะวัยรุ่นสมัยนี้แทบไม่มีความอดทนเลยเพราะเขาไม่จำเป็นต้องอดทนไง ชอบคนโน้นก็เลิกกับคนนี้ ถ้าไม่ชอบคนนี้กูก็ไม่ทนหรอก โซเชียลมีเดียมันคือดาบสองคมชัดๆ เสพเยอะเกินไปก็ไม่ดี จะไม่เล่นเลยก็ไม่ได้ เพราะเราต้องยอมรับว่าเราอยู่ในยุคโซเชียลมีเดียจริงๆ

 

ไอดอลจริงๆ ควรดังจากผลงาน

 

โชคดีที่เกดดังในยุคที่ยังไม่มีโซเชียลมีเดีย ยุคนั้นถ้าจะดังจริงๆ ต้องดังจากละคร ทีวี วิทยุ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ 5 สื่อแค่นี้ แต่วันดีคืนดีเน็ตไอดอลก็ดังจากโซเชียลมีเดีย แต่เขามีผลงานอะไรให้เราเห็นบ้าง จะมีโชว์เหนือ โชว์เจ๋ง อันไหนเจ๋งกว่ากัน คนรุ่นใหม่ปรับความคิดหน่อยเถอะว่า การที่คุณจะดังหรือเป็นไอดอลจริงๆ มันควรมาจากผลงานหรือเปล่า ไม่ใช่คนที่ฟอลโลว์คุณในโซเชียลมีเดีย

 

เราต้องยอมรับว่าหมดยุคของซูเปอร์โมเดลแล้ว

 

น่ากลัวมาก กระดาษกำลังจะหายไป เกดว่ามันน่ากลัวตั้งแต่ยุคเทปคลาสเซตต์หายไปแล้วกลายมาเป็น MP3 หรือการดาวน์โหลด นักร้องต้องมีหวิวๆ บ้างแหละ นางแบบก็เหมือนกัน แค่เมื่อก่อนนิตยสารมีเป็นสิบๆ หัว แต่ทุกวันนี้เหลือแค่ไม่กี่เล่มเพราะทุกอย่างไปอยู่ในออนไลน์หมด มันหมดยุคของซูเปอร์โมเดลแล้วค่ะ ทุกวันนี้มีแต่เซเลบริตี้ เราอยู่ในยุคที่เซเลบริตี้ขายได้ แต่ก่อนเสื้อผ้าแบรนด์เนมให้เซเลบฯ ยืมเสื้อใส่ออกงาน เพื่อให้ถ่ายลงนิตยสารแล้วคนอ่านแล้วอยากจะมาซื้อ แต่ทุกวันนี้แบรนด์เนมกลายเป็นจ่ายเงินให้เซเลบฯ แล้วถ่ายลงโซเชียลมีเดีย บางคนใส่ปัง 2-3 วัน เสื้อผ้าขายหมด มันเปลี่ยนไปหมดแล้วค่ะ แต่ที่เกดดังได้ในยุคนั้นมันเกิดขึ้นจากตัวเองและความสามารถ ไม่ใช่แค่ถ่ายรูปลงรูปเก่งค่ะ

 

ความอดทน ความเข้มแข็ง และรู้จักเป็นผู้แพ้

 

สิ่งที่อยากจะสอนทุกคนเลยคือเรื่องความอดทน มันเป็นสิ่งแรกที่สำคัญมาก เพราะตัวเกดเองไม่ได้มาจากครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย และทุกคนต้องปากกัดตีนถีบเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตัวเองต้องการ มันไม่มีอะไรง่ายค่ะ แม้แต่มาเมืองไทยก็ต้องสู้ มันไม่เคยสบายหรือหรูหราอย่างที่ทุกคนคิด การที่เราอดทนมันจะเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของเรามาก มันทำให้เราสตรองและเป็นนักสู้

 

อีกคุณสมบัติที่สำคัญคือต้องสตรองค่ะ การที่เราเป็นนักสู้และรู้วิธีการเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ เราจะไม่ใช่ Looser เพราะไม่ว่าเราจะทำงานสายงานไหนก็ตาม เราก็ต้องต่อสู้กับทั้งตัวเอง ทั้งสิ่งแวดล้อม ต่อสู้กับอุปสรรคมากมาย มันไม่ใช่ทุกครั้งที่เราจะได้ทุกอย่างที่เราต้องการเสมอไป เพราะฉะนั้นคุณสมบัติข้อสุดท้ายคือเราต้องรู้จักเป็นผู้แพ้ที่ดีค่ะ ต้องเรียนรู้ความผิดหวัง และก็รู้ว่ามันไม่ใช่จุดสิ้น โลกไม่ได้ถล่ม เราต้องก้าวต่อไปข้างหน้าให้ได้ ถ้ามีคุณสมบัติทั้งสามข้อนี้แล้วเราก็จะเป็นผู้ชนะ

 

เกดพยายามสอนลูกชายซึ่งเขาเป็นนักว่ายน้ำของโรงเรียน ช่วงแรกที่เขาว่ายเข้าคนสุดท้าย เขาชอบร้องไห้ เกดเลยบอกลูกว่าถ้าชนะ ลูกก็ต้องไปแสดงความยินดีกับเพื่อนที่ไม่ชนะ และบอกให้เขาพยายามต่อไป ในขณะเดียวกันถ้าเราแพ้ เราก็ต้องเข้าไปแสดงความยินดีกับคนอื่นเพื่อน้ำใจนักกีฬา การแพ้มันไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เราต้องพยายามต่อ ฝึกฝนต่อ และอย่ายอมแพ้ ถ้าทำทั้ง 3 อย่างนี้ได้เราจะมองความเป็นไปของชีวิตดีขึ้น เกดบอกเลยว่าเมื่อก่อนเกดเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย แต่หลังจากนั้นเกดพยายามมองทุกอย่างให้บวกขึ้น คงเพราะเกดมาจากครอบครัวที่แตกแยกและต้องต่อสู้ แต่พอเริ่มทำงานและได้เวิร์กช็อปต่างๆ เลยทำให้รู้ว่า อ๋อ เราต้องรู้จักปล่อยวาง ถ้าเรามองให้บวกทุกอย่างจะดีขึ้น เราจะไม่โกรธแค้นโลกใบนี้ และถ้าบวกกับความสตรอง แข็งแรง อดทน ความสำเร็จอื่นๆ ในชีวิตมันก็จะตามมา

 


 

Credits

 

Show Creator ภูมิชาย บุญสินสุข

Interviewer ท้อฟฟี่ แบรดชอว์

The Guest เมทินี กิ่งโพยม

 

Episode Producer อธิษฐาน กาญจนะพงศ์

Episode Editor เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์

Sound Designer & Engineer ศุภณัฐ เดชะอำไพ

Coordinator & Admin อภิสิทธิ์ หรรษาภิรมย์โชค

Art Director อนงค์นาฏ วิวัฒนานนท์

Photographer อธิษฐาน กาญจนะพงศ์

Proofreader ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

Webmaster รพีพรรณ เกตุสมพงษ์

Music Westonemusic.com

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US