วันนี้ (21 เมษายน) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการหารือกับหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าได้มาภารกิจส่วนตัว และถือโอกาสแวะเข้ามาหารือ เพราะเรามีความคุ้นเคยกัน
ประเด็นระหว่างประเทศไทยกับจีนนั้น มีแต่ด้านความร่วมมือ โดยไทยอาจขอให้จีนพิจารณาซื้อสินค้าเกษตรจากไทยเพิ่ม เช่น ข้าวและผลไม้ รวมถึงเพิ่มการลงทุน และสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) มากขึ้น
อนุทิน กล่าวด้วยว่า การพูดคุยครั้งนี้เป็นการหารือแบบ Open Agenda ขออย่าถามรายละเอียด
ส่วนการประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะประชุมนัดแรกในวันจันทร์ที่ 27 เมษายนนี้ และจะมีการประชุมทุกวันจันทร์ โดย ครม.เศรษฐกิจจะเชิญภาคเอกชน รวมถึงสมาคม 3 สภา ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เข้าร่วมด้วย สำหรับการหารือในครั้งแรก จะพูดคุยทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา
ขณะที่การวิพากษ์วิจารณ์การออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ว่ารัฐบาลจะออกหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ต้องหารือกับเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และจะให้เอกนิติเป็นผู้ชี้แจง เนื่องจากมีข้อมูลโดยตรง
ทั้งนี้ ในหลักการ อะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์และสามารถนำมากระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเพื่อการจับจ่ายใช้สอย หากเป็นประโยชน์ รัฐบาลก็มีความตั้งใจจะดำเนินการอยู่แล้ว
เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามว่า จะมีการเพิ่มวงเงินจากเดิม 2,400 บาท ในโครงการคนละครึ่งพลัสหรือไม่ หลังจากที่มี สส.หลายพรรคออกมาเรียกร้อง เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจไม่ดี โดยนายกรัฐมนตรีหันมาย้ำว่า “โครงการไทยช่วยไทยพลัส” ก่อนจะเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไปยังตึกไทยคู่ฟ้า


