วานนี้ (28 กันยายน) พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยจากมวลน้ำอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พร้อมตรวจสอบศักยภาพการรองรับน้ำของเขื่อนลำตะคอง โดยมี อนุพงศ์ สุขสมณิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ นายกฤษณธร เลิศสำโรง นายอำเภอปากช่อง พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรายงานสถานการณ์
จากการสำรวจพบว่ามีประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบประมาณ 1,900 ครัวเรือน ซึ่งทางจังหวัดได้ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยแล้ว ขณะนี้ระดับน้ำที่เอ่อล้นจากลำน้ำบริเวณตำบลขนงพระ ตำบลหนองสาหร่าย และเทศบาลเมืองปากช่อง เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ถนนมิตรภาพสายเก่าและถนนธนะรัชต์สามารถกลับมาเปิดใช้งานได้ตามปกติ
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว พลพีร์ได้สั่งการให้จังหวัดจัดทำแผนขุดลอกคูคลองและทางระบายน้ำ พร้อมเร่งสำรวจที่พัก ร้านค้า รีสอร์ต และสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำหรือกีดขวางทางน้ำ เพื่อดำเนินการรื้อถอนตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน้ำเอ่อล้นและสร้างความเสียหายซ้ำรอยในอนาคต
ทางด้านโครงการชลประทานนครราชสีมา รายงานสถานการณ์น้ำในเขื่อนลำตะคองว่า ก่อนเกิดฝนตกหนัก เขื่อนมีปริมาณน้ำประมาณ 30% ของความจุ ปัจจุบันเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 58% ซึ่งยังสามารถรองรับมวลน้ำได้อีกเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ได้ดำเนินการปิดการระบายน้ำออกจากเขื่อนมาตั้งแต่วันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อกักเก็บน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชนบริเวณท้ายเขื่อน
อีกหนึ่งปัญหาเร่งด่วนคือระบบประปาภายในเขตเทศบาลเมืองปากช่องที่ต้องหยุดผลิตน้ำมาแล้ว 2 วัน เนื่องจากโรงสูบน้ำได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ประสานการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ให้เร่งซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบ เพื่อให้สามารถกลับมาจ่ายน้ำได้ตามปกติภายในวันที่ 28 ก.ย. เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิตและโรงพยาบาล 2 แห่งในพื้นที่ โดยในระหว่างรอการซ่อมแซม ได้สั่งการให้จัดรถแจกจ่ายน้ำดื่มเคลื่อนที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับการดูแลกลุ่มเปราะบาง ได้ประสานหน่วยบริการสาธารณสุขและผู้นำชุมชน เร่งสำรวจและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงรวมถึงผู้สูงอายุไปยังพื้นที่ปลอดภัย พร้อมจัดเตรียมยาที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ส่วนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ยังคงปิดให้บริการชั่วคราว หลังพบพื้นที่เสียหาย 1 จุดบริเวณจุดชมวิว โดยจะเร่งตรวจสอบความปลอดภัยก่อนประกาศเปิดอีกครั้ง
ในช่วงท้ายของการลงพื้นที่ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้ยืนยันกับคณะทำงานว่า ระบบการแจ้งเตือนภัยผ่านข้อความบนโทรศัพท์มือถือ (Cell Broadcast) สามารถใช้งานได้จริง โดยประชาชนได้รับข้อความแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนเกิดสถานการณ์น้ำหลากเข้าพื้นที่


