Menu
124472

ทำงานเก่งแต่มาพังไม่เป็นท่า เพราะความรักในที่ทำงาน จะทำอย่างไรดีคะ

26.09.2018
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

3 Mins. Read
  • อย่าไปยึดติดกับตัวเองมากว่า “ฉันเป็นคนทำงานเก่ง เพราะฉะนั้นฉันจะล้มไม่ได้ ฉันจะมาพังกับความรักไม่ได้” ทำงานเก่งก็เรื่องหนึ่ง แต่คนเก่งไม่ได้แปลว่าเขาไม่เคยล้ม ทว่าคือคนที่ล้มแล้วลุกขึ้นใหม่ได้พร้อมกับเรียนรู้จากการล้มครั้งนั้น เพราะฉะนั้น ทำงานเก่งอยู่แล้วเป็นเรื่องดี แต่อย่าลืมว่าน้องเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่เสียใจได้ และก็หายเสียใจได้ พังไม่พังนี่มันอยู่ที่ว่าตอนเดินต่อน้องเดินไปในขณะที่เราพร้อมจะเดินหรือยัง ถ้ายังไม่พร้อมดันทุรังไปก็พังได้นะ ไม่ใช่พังเพราะความรัก แต่พังเพราะเราโหดกับหัวใจตัวเองเกินไป
  • เราต้องค่อยๆ ลดบทบาทและอิทธิพลที่เขามีต่อหัวใจของเราลง ไม่ได้อยู่ด้วยกันอย่างคนรักแล้วก็มองเขาในฐานะมนุษย์ร่วมโลกคนหนึ่งก็พอ เจอก็ทักเขาเหมือนมนุษย์ทำงานด้วยกัน ถ้าต้องร่วมงานกันก็ทำหน้าที่ของเราไป เรามาทำงานในฐานะคนทำงาน ไม่ได้มาทำงานในฐานะแฟนเก่าเขา
  • ลองมองเห็นคุณค่าของตัวเองแล้วมีความสุขกับเงื่อนไขในชีวิต ไม่มองว่าตัวเอง ‘ขาด’ แล้วต้องคอยให้คนอื่นมาคอยเติมส่วนที่พร่อง แต่มองว่าเรา ‘มี’ มากพอที่จะแบ่งปันให้คนอื่น เพราะฉะนั้น เวลาที่คนมองมาที่เรา เขาจะไม่เห็นคนขาดๆๆๆ แล้วโหยหาความสุข แต่เขาจะเห็นคนที่มีความสุขที่อยากทำให้คนอื่นมีความสุขไปด้วย

Q: มีแฟนที่มาเจอกันเพราะทำงานที่เดียวกัน เราคบกันได้ปีกว่าก็เลิกรากันไป ปรากฏว่าเขาไปมีแฟนใหม่ ซึ่งเป็นคนในที่ทำงานเดียวกัน หนูเลยเจอเขาสองคนอยู่ทุกวัน ไม่อยากไปทำงานเลย เห็นทีไรก็เจ็บ หนูเกลียดตัวเองเหลือเกินที่อ่อนแอ หนูเป็นคนทำงานเก่ง แต่มาแพ้เพราะความรัก หนูร้องไห้ พังไม่เป็นท่าเลยค่ะพี่ หนูควรทำอย่างไรดีคะ

 

A: เราเปลี่ยนจากการตอบปัญหาเรื่องงานมาตอบปัญหาหัวใจในที่ทำงานกันบ้างดีกว่านะครับ มา! พี่แท่งอ้อยจะตอบให้ เอ้ย!

 

ใครกันนะบอกว่าเราไม่ควรมีความรักในที่ทำงาน แหม…ของแบบนี้มันห้ามกันได้ที่ไหน ลำพังหาแฟนก็ยากอยู่แล้ว (หรือคนอื่นเขาหากันง่ายยกเว้นตัวพี่เอง ฮ่าๆ) ยังจะให้ตัดโอกาสการเจอแฟนในที่ทำงานอีกเหรอ

 

ความรักในที่ทำงานมีได้นะครับ (แต่แล้วแต่บุญแต่กรรมนะครับว่าจะได้มีไหม ฮ่าๆ) แต่ต้องมีให้เป็น มีแล้วต้องไม่ให้งานเสีย พี่คิดแบบนี้นะครับว่า เราต้องทำให้ชีวิตเราดีก่อนแล้วให้เรื่องแฟนเป็นโบนัส ถ้าเรามีแฟนแปลว่าเขาเป็นโบนัส ถ้าไม่มีไม่ได้แปลว่าเราขาด เพราะชีวิตเราดีอยู่แล้วตั้งแต่แรก เราไม่ได้พร่อง แต่มีแล้วต้องแปลว่าชีวิตเราดีขึ้น ถ้ามีแล้วไม่ดีก็กลับไปจุดเดิมที่ว่าชีวิตเราดีอยู่แล้ว เขาคือส่วนเสริม ไม่มีก็ไม่เป็นไร มีแล้วไม่ดีก็ไม่ต้องมี ชีวิตเราก็ดีอยู่แล้ว

 

ถ้าเราตั้งต้นด้วยความคิดแบบนี้ว่า ชีวิตเราดีอยู่แล้ว เราดูแลตัวเองได้ เราเห็นคุณค่าตัวเองอยู่เสมอ เราจะไม่หวั่นไหว (มาก) กับการที่เราไม่มีแฟน หรือมีแล้วกลายเป็นไม่มี เพราะชีวิตเราดีอยู่แล้วตั้งแต่ต้นนี่นา

 

บทเรียนหนึ่งที่น้องน่าจะได้เรียนรู้จากชีวิตจริงก็คือ ไม่มีอะไรแน่นอน เห็นไหม วันก่อนยังรักกันอยู่ วันนี้เขารักคนอื่นแล้ว วันหน้าก็ไม่รู้แล้วจะเป็นอย่างไร พี่คิดว่าการเลิกรากับแฟนสอนเรื่องนี้กับเราได้ดี คนคนเดิมแค่เวลาเปลี่ยนก็เป็นอีกคนแล้ว ตัวเราก็เช่นกันครับ เวลาเปลี่ยน เราก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน

 

พอเราเข้าใจว่า ไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีอะไรไม่เปลี่ยนแปลง กลับมาที่ตัวน้องเช่นกัน วันนี้น้องเศร้า แต่วันต่อไปข้างหน้าความรู้สึกน้องก็จะเปลี่ยนไปแล้ว พอคิดแบบนี้เราก็จะรู้สึกมีกำลังใจขึ้นนะว่า ที่เศร้าจัง เจ็บจังอยู่นี้ ความรู้สึกนี้จะไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป วันหนึ่งมันก็จะหายไป — เดี๋ยวมีให้เจ็บได้อีกหลายรอบเลยล่ะ ฮ่าๆ

 

แต่ทุกครั้งที่เราอกหัก เราก็ได้เรียนรู้นะ แล้วหนูดูนะ พอเจ็บครั้งต่อๆ ไปเราจะมีภูมิต้านทานมากขึ้น พี่ไม่รับประกันหรอกว่าน้องจะเจ็บน้อยลงในครั้งถัดๆ ไป แต่ที่แน่ๆ มันมีให้เจ็บอีกเยอะในชีวิตเรา และมันธรรมดามากที่เราจะเสียใจ ใครๆ ก็ต้องเสียใจ เมื่อชีวิตมันไม่เป็นไปอย่างที่เราต้องการ เราก็แค่ต้องยอมรับมัน และก็เรียนรู้ว่าเราจะไม่ได้ทุกอย่างในชีวิตตามที่เราต้องการทั้งหมดหรอก

 

วันก่อนพี่เอาหนังเรื่อง Inside Out มาดูอีกรอบ พี่ได้เรียนรู้จากหนังเรื่องนี้อย่างหนึ่งก็คือ ชีวิตเรามีแต่ความสุขอย่างเดียวไม่ได้ ความเศร้าก็โคตรมีประโยชน์เลย มันคือการอนุญาตให้เราล้มลงได้ เหนื่อยได้ พักได้ อ่อนแอได้ ไม่เห็นเป็นไรเลย เดี๋ยวลุกขึ้นมาใหม่ เหนื่อยใหม่ก็พักใหม่

 

เพราะฉะนั้น ถ้าตอนนี้เศร้า เศร้าไปเลยน้อง อยากร้องไห้ก็ร้อง ร้องแล้วมันสบายใจดีนะ แต่เศร้าแบบควบคุมตัวเองให้อยู่ พี่เรียกว่าเศร้าแบบมีลิมิต อย่าไปร้องไห้ในเวลาที่ไม่ควร อย่างที่บอกครับว่า เราต้องประคองอย่าให้งานเสียไปเพราะความรักอย่าล้มเป็นโดมิโนพาเรื่องอื่นๆ เสียไปด้วย

 

อย่าไปยึดติดกับตัวเองมากว่า “ฉันเป็นคนทำงานเก่ง เพราะฉะนั้นฉันจะล้มไม่ได้ ฉันจะมาพังกับความรักไม่ได้” อย่าไปตึงขนาดนั้น ทำงานเก่งก็เรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องน่ายินดีเลยล่ะ แต่คนเก่งไม่ได้แปลว่าเขาไม่เคยล้ม ทว่าคือคนที่ล้มแล้วลุกขึ้นใหม่ได้พร้อมกับเรียนรู้จากการล้มครั้งนั้น เพราะฉะนั้น ทำงานเก่งอยู่แล้วเป็นเรื่องดี แต่อย่าลืมว่าน้องเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่เสียใจได้ และก็หายเสียใจได้ พังไม่พังนี่มันอยู่ที่ว่าตอนเดินต่อน้องเดินไปในขณะที่เราพร้อมจะเดินหรือยัง ถ้ายังไม่พร้อมจะเดินต่อแล้วดันทุรังไปก็พังได้นะ ไม่ใช่พังเพราะความรักแล้วล่ะทีนี้ แต่พังเพราะเราโหดกับหัวใจตัวเองเกินไป พังเพราะเรายึดติดว่าฉันต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ตลอดเวลา

 

พี่ว่าเห็นเขากับคนใหม่ทุกวัน มันเจ็บนะ แต่ดีจัง น้องมีบททดสอบให้ตัวเองอยู่ทุกวัน มีโจทย์มาประลองฝีมือน้องทุกวัน ผ่านไปได้น้องก็เก่งขึ้น ถ้ายังผ่านไปไม่ได้ก็ลองใหม่ ลุยใหม่ วันหนึ่งโจทย์นี้ก็จะไม่ยากไปสำหรับน้องแล้ว เจ็บหรือไม่เจ็บมันอยู่ที่ว่าเราให้ความสำคัญกับเขาไหม ถ้าเราลดทอนความสำคัญเขาลง เขาจะอยู่ตรงนั้น เราก็จะไม่เห็นเขาอยู่ดี เราต้องค่อยๆ ลดบทบาทและอิทธิพลที่เขามีต่อหัวใจของเราลง ไม่ได้อยู่ด้วยกันอย่างคนรักแล้วก็มองเขาในฐานะมนุษย์ร่วมโลกคนหนึ่งก็พอ เจอก็ทักเขาเหมือนมนุษย์ทำงานด้วยกัน ถ้าต้องร่วมงานกันก็ทำหน้าที่ของเราไป เรามาทำงานในฐานะคนทำงาน ไม่ได้มาทำงานในฐานะแฟนเก่าเขา พี่คิดว่าถ้าเราทำงานของเราได้ดี มีความภูมิใจในตัวเอง ความรู้สึกว่าเราขาดหายอะไรไปมันจะน้อยลง เพราะเรามีเรื่องใหม่ๆ ดีๆ ในชีวิตแล้ว

 

ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นดีเสมอครับ เลิกกับแฟนก็เป็นเรื่องดีได้ ถ้าเรามองเห็นว่าเลิกกันแล้วเรากำลังจะไปมีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น โอกาสอยู่ข้างหน้าแล้ว หายเศร้าแล้วจะเห็นว่ามีคนดีๆ อีกมาก ซึ่งถ้าเรามัวมายึดติดกับคนเดิมอยู่ เราก็อดสิน้อง ฮ่าๆ เพราะฉะนั้น ถึงตรงนี้พี่แสดงความยินดีกับน้องก่อนเลยดีกว่า เพราะน้องกำลังจะมีชีวิตใหม่ เย้!

 

หลักการในชีวิตของพี่ก็คือ มองเห็นคุณค่าของตัวเองแล้วมีความสุขกับเงื่อนไขในชีวิตที่มีมาให้เราในทุกขณะ ไม่มองว่าตัวเอง ‘ขาด’ แล้วต้องคอยให้คนอื่นมาคอยเติมส่วนที่พร่อง แต่มองว่าเรา ‘มี’ มากพอที่จะแบ่งปันให้คนอื่น เพราะฉะนั้น เวลาที่คนมองมาที่เรา เขาจะไม่เห็นคนขาดๆๆๆ แล้วโหยหาความสุข แต่เขาจะเห็นคนที่มีความสุขที่อยากทำให้คนอื่นมีความสุขไปด้วย

 

และถ้าเมื่อไรรู้สึกว่า ไม่อยากตื่นขึ้นมาทำงานเลย พี่อยากชวนน้องคิดถึงคำนี้ครับ “แล้วจะเอาอะไรกิน”

 

ท้องไม่ได้อิ่มได้ด้วยความรัก ปากท้องมาก่อนอกหักเนอะฮ่าๆ

 

เป็นกำลังใจให้ครับ

 

*ส่งคำถามดราม่าในที่ทำงานที่คุณสงสัยมาได้ที่อีเมล [email protected] หรืออินบ็อกซ์ไปที่ FB: ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ 

 

ภาพประกอบ: Nisakorn Rittapai

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

RELATED STORIES

MOST POPULAR