สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ออกมาตรการรองรับผู้ใช้สิทธิบัตรทองที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและ 5 จังหวัดปริมณฑล โดยเน้นย้ำผู้ป่วยฟอกไตและโรคเรื้อรังห้ามหยุดการรักษาด้วยตนเอง
ประเด็นสำคัญ
พร้อมเปิดช่องทางพบแพทย์ออนไลน์สำหรับผู้ป่วยทั่วไป และประสานสายด่วน 1330 เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียงตลอด 24 ชั่วโมง
พ.ท. ทพ.ธนศักดิ์ ถัมภ์บรรฑุ ผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจสำนักงานสาขาพื้นที่กรุงเทพมหานคร และรองโฆษก สปสช. เปิดเผยเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ว่า จากสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องและน้ำท่วมขังในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม
สปสช. ได้เตรียมทางเลือกในการเข้ารับบริการสุขภาพสำหรับประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางไปรับการรักษาตามนัดได้ เพื่อให้การดูแลสุขภาพเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
กำชับผู้ป่วยไตและโรคเรื้อรังรับการรักษาต่อเนื่อง
สำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ต้องฟอกไตทางเส้นเลือด หากเส้นทางน้ำท่วมจนไม่สามารถไปหน่วยบริการเดิมได้ ขอให้รีบติดต่อหน่วยบริการที่รักษาอยู่เพื่อประสานการรับบริการ ห้ามหยุดหรือเลื่อนการรักษาด้วยตนเอง
โดยข้อมูลล่าสุดพบหน่วยไตเทียมแจ้งปิดให้บริการชั่วคราว 2 แห่ง จาก 35 แห่ง และคาดว่าจะกลับมาเปิดได้ในวันที่ 28 กันยายน 2569 ซึ่ง สปสช. จะเร่งสำรวจความพร้อมและประกาศข้อมูลผ่านเว็บไซต์ภายในวันอาทิตย์นี้ (27 กันยายน)
ส่วนผู้ป่วยที่ล้างไตทางช่องท้อง หากน้ำยาล้างไตใกล้หมด การจัดส่งติดขัด หรือสภาพที่พักไม่เอื้ออำนวย ให้รีบแจ้งหน่วยบริการโดยเตรียมข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล สิทธิการรักษา หน่วยบริการประจำ วันนัดครั้งถัดไป และปัญหาที่พบ เพื่อความรวดเร็วในการประสานงาน ขณะที่ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ยาใกล้หมดหรือพลาดนัดแพทย์ ขอให้แจ้งหน่วยบริการหรือสายด่วน สปสช. 1330 เพื่อหาแนวทางรักษาที่เหมาะสม โดยไม่ควรหยุดยาเอง
ปรับเกณฑ์เบิกจ่าย-เพิ่มช่องทางแพทย์ทางไกล
กรณีเจ็บป่วยทั่วไป ประชาชนสามารถเข้ารับบริการได้ 2 ช่องทางหลัก ได้แก่
- เข้ารับบริการที่หน่วยบริการใกล้บ้าน โดย สปสช. กทม. ได้อนุโลมให้เบิกจ่ายจากกองทุนผู้ป่วยนอกกรณีอุบัติเหตุและฉุกเฉิน (OPAE) เป็นกรณีเฉพาะกิจสำหรับสถานการณ์น้ำท่วม ระหว่างวันที่ 25-28 กันยายน 2569
- ใช้บริการการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ผ่านแอปพลิเคชัน Clicknic หรือ LINE @clicknic และแอปพลิเคชัน Mordee หรือ LINE @mordeeapp ซึ่งหากแพทย์ประเมินว่าจำเป็นต้องใช้ยา จะมีการจัดส่งยาให้ถึงบ้านตามเงื่อนไขพื้นที่ให้บริการ
การช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงและกรณีฉุกเฉิน
สำหรับผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงที่ต้องการการดูแลหรือเคลื่อนย้ายไปยังโรงพยาบาล สามารถประสานผ่านสายด่วน 1330 ซึ่ง สปสช. จะทำงานร่วมกับศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างปลอดภัย
ในกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน ผู้มีสิทธิบัตรทองสามารถเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนในระบบที่ใกล้ที่สุดได้ทันที โดยแจ้งสิทธิก่อนรับบริการ หากไม่แน่ใจสามารถโทรสอบถาม 1330 แต่หากเป็นกรณีฉุกเฉินวิกฤต ให้โทรสายด่วน 1669 เพื่อใช้สิทธิ UCEP เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยไม่ต้องสำรองจ่ายจนกว่าจะพ้นวิกฤตหรือสามารถเคลื่อนย้ายได้ปลอดภัย (ไม่เกิน 72 ชั่วโมง)
ทั้งนี้ อาการที่เข้าข่ายฉุกเฉินวิกฤต 6 ลักษณะ ซึ่งควรรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์โดยด่วน ได้แก่
- หมดสติ ไม่รู้สึกตัว หรือไม่หายใจ
- หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง
- ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือมีอาการชัก
- เจ็บแน่นหน้าอกเฉียบพลันรุนแรง
- แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก หรือพูดไม่ชัด
- มีอาการอื่นที่กระทบต่อการหายใจ ระบบไหลเวียนโลหิต หรือสมอง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต


