×

ปลัดมหาดไทย สั่งสังคายนามูลนิธิคนดัง ทำผิดต้องหนาวๆ ร้อนๆ ขีดเส้น ‘มูลนิธิองค์กรทำดี’ ส่งบัญชีภายใน 10 พ.ย. ให้ตำรวจสอบเส้นเงิน

โดย THE STANDARD TEAM
06.11.2026
อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีตรวจสอบมูลนิธิคนดังและมูลนิธิองค์กรทำดี

วันนี้ (6 พฤศจิกายน) เวลา 09.45 น. อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีกรมการปกครองเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับมูลนิธิองค์กรทำดีว่า การจดทะเบียนมูลนิธิมีสำนักสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการกลั่นกรองและรวบรวมเรื่อง ก่อนเสนอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยในฐานะนายทะเบียนพิจารณา ส่วนการจดทะเบียนสมาคมมีอธิบดีกรมการปกครองเป็นนายทะเบียน ขณะที่ในส่วนภูมิภาคมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนายทะเบียน

 

อรรษิษฐ์กล่าวว่า ก่อนเกิดปัญหาเคยย้ำแล้วว่า ตามระเบียบมูลนิธิต้องจัดส่งบัญชีรายรับ-รายจ่ายและงบดุลประจำปี เพื่อรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกปี แต่เมื่อไม่มีการรายงานเป็นเวลานาน ปัญหาก็สะสมจนกลายเป็นดินพอกหางหมู กระทั่งเกิดเรื่องขึ้นและเข้าไปตรวจสอบ จึงพบความผิดปกติ

 

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบมูลนิธิต่างๆ โดยเฉพาะมูลนิธิที่มีบุคคลมีชื่อเสียงเป็นผู้จดทะเบียน เนื่องจากบางกรณีพบว่ามีการนำเงินบริจาคเข้าบัญชีส่วนตัว ซึ่งเป็นปัญหาเพราะผู้บริจาคอาจไม่ทราบว่าเงินถูกนำไปไว้ที่ใด ก่อนจะปรากฏเป็นประเด็นเมื่อเกิดเรื่องขึ้น

 

อรรษิษฐ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้กรมการปกครองได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง กรณีการเรี่ยไรเงินที่ไม่ถูกต้อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมูลนิธิองค์กรทำดีเดิมมีสถานที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ก่อนย้ายไปจังหวัดปทุมธานี จึงมอบหมายให้จังหวัดปทุมธานีเข้าตรวจสอบ หากพบการกระทำผิดก็ต้องดำเนินคดีกับผู้ที่เป็นกรรมการมูลนิธิด้วย

 

ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวอีกว่า มูลนิธิส่วนใหญ่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินงานด้านสังคมสงเคราะห์ เช่น มูลนิธิองค์กรทำดีที่มีวัตถุประสงค์นำเงินไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย โรงพยาบาล และโรงเรียนที่ขาดแคลน ซึ่งเป็นการดำเนินงานเพื่อการกุศล แต่ต้องแยกให้ออกระหว่างวัตถุประสงค์ของมูลนิธิกับการกระทำของผู้บริหาร

 

“วัตถุประสงค์ดี แต่ผู้บริหารทำไม่ดี ก็ต้องแยกกัน เมื่อทำไม่ดีก็ต้องดำเนินการทางกฎหมาย เพราะไม่ได้ทำตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้”

 

เมื่อถามถึงกรอบเวลาที่กำหนดให้มูลนิธิองค์กรทำดีจัดส่งบัญชีรายรับ-รายจ่ายและงบดุลประจำปีภายในวันที่ 10 พฤศจิกายน หลังถูกแจ้งความดำเนินคดีแล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อ อรรษิษฐ์กล่าวว่า มูลนิธิไม่ได้มีบุคคลเพียงคนเดียว แต่มีกรรมการหลายคนที่ต้องร่วมกันรับผิดชอบ และมีหน้าที่จัดส่งเอกสารตามกำหนด

 

ส่วนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการนำเงินมูลนิธิไปใช้ส่วนตัวนั้น เป็นเรื่องของกระบวนการสอบสวนที่จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามที่ปรากฏเป็นข่าวหรือไม่

 

เมื่อถามว่ากระทรวงมหาดไทยมีอำนาจตรวจสอบเพิ่มเติมได้มากกว่านี้หรือไม่ อรรษิษฐ์กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้เข้าแจ้งความหลังพบปัญหาแล้ว โดยหน้าที่หลักของกระทรวงคือการรับรายงานบัญชีและงบการเงินประจำปีของมูลนิธิ ซึ่งหากมีการจัดส่งรายงานอย่างต่อเนื่อง ก็จะสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงและตรวจพบความผิดปกติได้

 

อย่างไรก็ตาม การดำเนินคดีเป็นอำนาจหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องสอบสวนต่อไป โดยเฉพาะการตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าเงินบริจาคถูกนำไปใช้หรือโอนต่อให้บุคคลใดบ้าง

 

“ตอนนี้เราต้องมีการสังคายนามูลนิธิทั้งหมดที่เป็นคนดังๆ ใครก็ตามที่เราได้เห็น ไม่ต้องเอ่ยชื่อ ทุกคนก็รู้ ถ้าทำถูกก็ไม่ต้องกลัว ถ้าทำผิดก็ต้องหนาวๆ ร้อนๆ แล้ว” อรรษิษฐ์กล่าว


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories