×

ณัฐพงษ์แจงกรณีผลักกล้าธรรมพ้นฝ่ายค้าน เหตุกลับลำโหวตหนุนรัฐบาล หากปล่อยไปคงทำงานลำบาก

โดย THE STANDARD TEAM
23.09.2026
  • LOADING...
ภาพ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน

หลังปรากฏข่าวการปรับพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบของคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน อย่างเป็นทางการ พร้อมการจับตาว่าพรรคภูมิใจไทยจะเทียบเชิญ สส. 58 เสียง ของพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนในประเด็นดังกล่าว

 

 
 

ยืนยันหารือกับกล้าธรรมแล้ว ก่อนปรับพ้นฝ่ายค้าน

 

ณัฐพงษ์ระบุถึงหลักการว่า การทำงานในระบบรัฐสภา ใครที่ไม่ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลย่อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านทั้งหมด สิ่งที่เราคาดหวังคือการทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ จริงๆ เราอาจจะเห็นการออกมาแสดงความเห็น จากตัวแทนพรรคกล้าธรรมว่า เราดำเนินการไปเลยโดยที่ไม่มีการพูดคุยกันมาก่อน ดูเหมือนเสียมารยาททางการเมือง ไม่ได้ให้เกียรติพรรคกล้าธรรมหรือไม่ ซึ่งยืนยันว่า พรรคประชาชนไม่ได้ทำแบบนั้น

 

ณัฐพงษ์ยืนยันว่า พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ดำเนินการประสานงานกับพรรครวมฝ่ายค้านทุกพรรค โดยเฉพาะพรรคกล้าธรรม ซึ่งมีการแจ้งความคืบหน้ากับพรรคประชาชนโดยตลอด

 

ขณะที่กรณี อรรถกร ศิริลัทยากร สส. ฉะเชิงเทรา โฆษกพรรคกล้าธรรม เปิดเผยว่า สส. ของพรรคหลายคนแจ้งมาว่ามีความไม่สบายใจ ณัฐพงษ์ระบุว่า ตนเองก็ไม่สามารถจะรับรู้ได้ว่า การประสานภายในพรรคกล้าธรรมเป็นอย่างไร แต่ยืนยันโดยหลักการว่า เราอยากเห็นพรรคฝ่ายค้านทุกพรรคทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ในฐานะฝ่ายค้าน ไม่ใช่รัฐบาล

 

ส่วนจะถูกมองว่าเป็นการเติมเสียง สส. ให้พรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น ณัฐพงษ์กล่าวว่า จะดูว่าเสียงฝั่งไหนเพิ่มขึ้น ควรไปถามพรรคกล้าธรรมโดยตรงว่าจะเพิ่มเสียงให้ฝั่งไหน และส่วนตัวมองว่า ปัจจัยสำคัญคือเรื่องการเคารพการทำงานของวิปฝ่ายค้านด้วยกัน

 

“เราพูดคุยกันมาตลอดว่าจะลงมติอย่างไรในร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ แต่พอมาถึงหน้างานจริง กลับมีการอ้างว่ามีการพูดคุยกันในพรรคกล้าธรรม แล้วเปลี่ยนกันในวันนั้นเลย ซึ่งผมมองว่า ไม่ใช่กระบวนการที่ถูกต้อง ในฐานะประธานซึ่งในฐานะประธานวิป และในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ก็จะทำงานลำบาก” ณัฐพงษ์กล่าว

 

2 เหตุผลขับกล้าธรรม หนุนงบรัฐบาล-ไม่ชัดเจนยื่นซักฟอก

 

ด้านพริษฐ์กล่าวเสริมว่า หลังพรรคกล้าธรรมลงมติร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายปี 2570 ซึ่งขัดต่อมติวิปฝ่ายค้าน ประกอบกับความไม่ชัดเจน ของท่าทีพรรคกล้าธรรมที่จะร่วมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ จึงเป็นเหตุให้ตนได้หารือกับตัวแทนพรรคกล้าธรรมว่าจะหาทางออกร่วมกันอย่างไรดี และนำมาสู่ข้อสรุปการปรับสัดส่วนวิปฝ่ายค้าน

 

“ต้องย้ำว่าไม่ใช่ความขัดแย้งอะไรกัน เป็นการแยกกลไกการทำงานอย่างชัดเจน องค์ประกอบของวิปฝ่ายค้าน เช่น โควตากระทู้ถามสด เราก็มองว่า ควรถูกจัดสรรให้กับพรรคการเมืองที่มีความประสงค์จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน แต่กลไกใดก็ตามที่เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของ สส. เช่น สัดส่วนเวลาในการอภิปรายวาระต่างๆ การหารือปัญหาในพื้นที่ อย่างไรก็เป็นสิทธิ์ของพรรคกล้าธรรมอยู่แล้ว ในฐานะพรรคการเมืองที่มี สส. ที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนมา 50 กว่าคน“ พริษฐ์กล่าว

 

พริษฐ์กล่าวด้วยว่า ฝ่ายค้านพร้อมเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ต่อ หมุดหมายสำคัญคือ การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจะจัดทำญัตติให้เสร็จภายในเดือนนี้ และยื่นอภิปรายโดยไม่ชักช้า ซึ่งที่ผ่านมาพรรคกล้าธรรมก็ให้ความร่วมมือประชุม และในการประชุมและประสานงานมาโดยตลอด

 

“แต่ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ คือการลงมติที่ขัดต่อมติฝ่ายค้าน ซึ่งเหตุผลที่บอกว่า อยากให้ประเทศมีงบประมาณนั้นก็ไม่ได้สมเหตุสมผลทั้งหมด เพราะในมุมของฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชนที่ลงมติไม่เห็นด้วย ก็ไม่ได้หมายความว่า ไม่เห็นชอบที่ประเทศจะมีงบประมาณ แต่ไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรงบประมาณแบบนี้ รวมไปถึงฝ่ายค้านก็พยายามมีมติรองรับ ความเห็นที่แตกต่างได้ โดยให้โหวตงดออกเสียง” พริษฐ์กล่าว

 

พริษฐ์ระบุต่อไปว่า เหตุผลที่สองคือท่าทีความไม่ชัดเจน ว่าจะมีการร่วมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ หรือแม้กระทั่งลงไปแล้ว จะมีมีมติอย่างไร เราใช้เกณฑ์นี้เป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจ ไม่ได้เอาองค์ประกอบอื่น ที่เราก็รับรู้อยู่แล้วตั้งแต่ต้น มาเป็นเกณฑ์หลัก พยายามจะยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising