FAQ รวมทุกข้อสงสัย ‘การเรียกร้องสินไหมทดแทน’ จากกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
ทำความเข้าใจขั้นตอนและเงื่อนไขการเรียกร้องสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ตั้งแต่ใครมีสิทธิได้รับเงินชดเชย ต้องยื่นเรื่องอย่างไร ไปจนถึงข้อสงสัยที่ควรรู้ก่อนเคลมประกันภัยพิบัติ
ประเด็นสำคัญ
- Q1: เมื่อเกิดภัยพิบัติและได้รับความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย หรือมีผู้เสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุที่เกิดจากภัยพิบัติ จะสามารถแจ้งเคลมได้ที่ใด?
- Q2: ขั้นตอนการแจ้งเคลมผ่านช่องทางออนไลน์เป็นอย่างไร?
- Q3: ต้องเตรียมเอกสารอะไรไปแจ้งเคลม?
- Q4: หลักฐานที่แสดงกรรมสิทธิ์ หมายถึง สิ่งใดบ้าง?
- Q5: คำแนะนำในการถ่ายภาพความเสียหาย
- Q6: หากไม่มีสมาร์ทโฟน ไม่สามารถใช้ LINE หรือไม่มีอินเทอร์เน็ตจะสามารถแจ้งเคลมได้หรือไม่?
- Q7: จะได้รับค่าสินไหมทดแทนผ่านช่องทางใดและภายในกี่วัน?
- Q8: หากไม่มีบัญชีพร้อมเพย์จะได้รับค่าสินไหมทดแทนอย่างไร?
- Q9: สามารถตรวจสอบสถานะเคลมได้อย่างไร?
- Q10: บริษัทจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ใด?
- Q11: หากเจ้าของกรรมสิทธิ์ต้องการมอบอำนาจให้ผู้เช่ารับเงินค่าสินไหมทดแทนแทน ต้องทำอย่างไรบ้าง?
- Q12: กรณีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนไม่ได้รับอนุมัติเกิดจากสาเหตุใด และสามารถขอทบทวนผลการพิจารณาได้หรือไม่?
- Q13: หากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เอาประกันภัยจะดำเนินการอย่างไร?
- Q14: หากผู้เสียหายไม่เห็นด้วยกับจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทน สำนักงาน คปภ. สามารถรับเรื่องร้องเรียนได้หรือไม่?
- Q15: กรณีผู้สูญหายไปกับน้ำ จะต้องรอให้ศาลมีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญก่อนหรือไม่ จึงจะยื่นเคลมได้?
Q1: เมื่อเกิดภัยพิบัติและได้รับความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย หรือมีผู้เสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุที่เกิดจากภัยพิบัติ จะสามารถแจ้งเคลมได้ที่ใด?
A1: สามารถแจ้งเคลมผ่านช่องทางของโครงการ ได้แก่ LINE Official Account: @Thainatcat, เว็บไซต์ www.thainatcat.org รวมถึงช่องทาง Call Center โทร 02 012 5555 กรณีไม่สะดวกดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ สามารถติดต่อขอรับบริการ ณ จุดแจ้งเคลมในพื้นที่ตามที่โครงการกำหนด
Q2: ขั้นตอนการแจ้งเคลมผ่านช่องทางออนไลน์เป็นอย่างไร?
A2: ผู้เอาประกันภัยสามารถแจ้งเคลมด้วยตนเอง หรือมอบหมายให้ผู้อื่นแจ้งเคลมแทน โดยมีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้:
1. เข้าสู่ระบบ: เข้า LINE Official Account: @Thainatcat หรือเว็บไซต์ www.thainatcat.org แล้วเลือกเมนู “แจ้งเคลมใหม่”
2. ยืนยันตัวตน: ยืนยันตัวตนผ่านระบบ ThaID หรือกรอกข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบบกำหนด พร้อมแนบเอกสารประกอบ เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน
3. ส่งข้อมูลและหลักฐานความเสียหาย: กรอกข้อมูลที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหาย พร้อมแนบหลักฐานเกี่ยวกับสิทธิในที่อยู่อาศัย (เช่น เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์) และหลักฐานแสดงความเสียหาย (เช่น ภาพถ่ายทรัพย์สินที่เสียหาย) จากนั้นส่งข้อมูลผ่านระบบ
4. รับเลขติดตามสถานะ: เมื่อแจ้งเคลมเรียบร้อยแล้ว ระบบจะออก “เลขที่รับแจ้งเคลม” เพื่อใช้สำหรับติดตามสถานะการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนต่อไป
ทั้งนี้ การแจ้งเคลมและเอกสารประกอบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่โครงการกำหนด
กรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุที่เกิดจากภัยพิบัติ
ผู้มีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน แจ้งเคลมโดยดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้:
1. แจ้งเคลมและนำส่งหลักฐาน: แจ้งเคลมทันทีผ่านเว็บไซต์ www.thainatcat.org และนำส่งหลักฐานภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เสียชีวิต หรือวันที่แพทย์ลงความเห็นว่าทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เว้นแต่จะแสดงให้เห็นว่ามีเหตุจำเป็นอันสมควรที่ไม่สามารถแจ้งเคลมภายในระยะเวลาดังกล่าวได้ โดยต้องดำเนินการแจ้งเคลมโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะกระทำได้
2. ยืนยันตัวตน: ดำเนินการยืนยันตัวตนผ่านระบบ ThaID หรือกรอกข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบบกำหนด
3. จัดเตรียมและส่งเอกสารประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
- กรณีเสียชีวิต: เช่น สำเนาใบมรณบัตร, สำเนารายงานชันสูตรพลิกศพหรือรายงานการตรวจศพ, สำเนาทะเบียนบ้านที่มีการจำหน่ายการตายของผู้เอาประกันภัย, หลักฐานยืนยันตัวตนของผู้รับผลประโยชน์หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ เป็นต้น
- กรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง: แบบฟอร์มการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน, สำเนาบัตรประชาชน และรายงานแพทย์ที่ยืนยันการทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง
ทั้งนี้ บริษัทประกันภัยจะตรวจสอบความครบถ้วนและความถูกต้องของเอกสาร รวมถึงอาจขอข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติมหากจำเป็น
Q3: ต้องเตรียมเอกสารอะไรไปแจ้งเคลม?
A3:
กรณีความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย
เอกสารสำหรับการขอรับค่าสินไหมทดแทนส่วนที่ 1 ควรจัดเตรียมข้อมูลและหลักฐานประกอบการแจ้งเคลม ดังนี้:
- บัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีสิทธิ
- เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย
- ทะเบียนบ้านของที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหาย (ถ้ามี)
- ภาพถ่ายแสดงความเสียหายของที่อยู่อาศัย
- ข้อมูลบัญชีธนาคารหรือสมุดบัญชีธนาคาร สำหรับกรณีที่ไม่สามารถรับเงินผ่านพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชนได้
กรณียืนยันตัวตนผ่านระบบ ThaID แล้ว อาจไม่จำเป็นต้องแนบภาพบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามขั้นตอนและเงื่อนไขที่ระบบกำหนด
เอกสารสำหรับการขอรับค่าสินไหมทดแทน ส่วนที่ 2 กรณีขอรับค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมตามความเสียหายจริง ให้จัดเตรียมหลักฐานประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม ได้แก่
- ภาพถ่ายแสดงรายละเอียดความเสียหายเพิ่มเติม
- รายการทรัพย์สินหรือส่วนของที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหาย
- ใบเสนอราคา ใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม (ถ้ามี)
- เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่บริษัทประกันภัยหรือโครงการร้องขอเพิ่มเติม
ทั้งนี้ การพิจารณาค่าสินไหมทดแทนจะเป็นไปตามมูลค่าความเสียหายจริง ภายใต้วงเงินและเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย
กรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุที่เกิดจากภัยพิบัติกรณีเสียชีวิต
ผู้รับประโยชน์หรือตัวแทน แล้วแต่กรณี ต้องแจ้งให้ผู้รับประกันภัยทราบถึงการเสียชีวิตทันที และส่งหลักฐานภายใน 30 วัน นับแต่วันเสียชีวิต โดยหลักฐานในการเรียกร้องค่าทดแทน ประกอบด้วย:
- สำเนาใบมรณบัตร หรือหลักฐานรับรองการตายที่ออกโดยหน่วยงานราชการ สถานพยาบาล หรือหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจหน้าที่ในการออกเอกสารดังกล่าว
- สำเนารายงานชันสูตรพลิกศพ หรือสำเนารายงานการตรวจศพที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- สำเนาบันทึกประจำวันและรายงานสรุปการสอบสวนเกี่ยวกับคดี (ถ้ามี)
- หลักฐานในการยืนยันตัวตนที่ออกโดยหน่วยงานราชการ และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับประโยชน์ หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยแต่ละราย
- สำเนาทะเบียนบ้านที่มีการจำหน่ายการตายของผู้เอาประกันภัย
- รายงานแพทย์ กรณีเสียชีวิตที่โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล (ถ้ามี)
กรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง
ผู้เอาประกันภัยหรือตัวแทน แล้วแต่กรณี ต้องส่งหลักฐานให้บริษัทภายใน 30 วัน นับจากวันที่แพทย์ลงความเห็นว่าทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง โดยหลักฐานประกอบด้วย:
- แบบฟอร์มการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
- รายงานแพทย์ที่ยืนยันการทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- เอกสารอื่นๆ เช่น หนังสือมอบอำนาจ กรณีผู้เอาประกันภัยไม่ยื่นเคลมด้วยตนเอง
ทั้งนี้ การไม่ส่งหลักฐานภายในระยะเวลาที่กำหนดไม่ทำให้สิทธิในการเรียกร้องเสียไป หากแสดงให้เห็นได้ว่ามีเหตุอันสมควรที่ไม่สามารถส่งหลักฐานภายในระยะเวลาดังกล่าวได้ แต่ได้ดำเนินการส่งโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะกระทำได้
Q4: หลักฐานที่แสดงกรรมสิทธิ์ หมายถึง สิ่งใดบ้าง?
A4: หลักฐานที่ใช้แสดงกรรมสิทธิ์ในตัวบ้านหรือสิ่งปลูกสร้างอาจมีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับลักษณะการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ โดยอาจประกอบด้วยเอกสาร ดังนี้
1.เอกสารสัญญาที่ทำต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดิน เมื่อมีการซื้อขายหรือโอนโฉนด สิ่งปลูกสร้างจะถูกระบุรวมอยู่ในเอกสารเหล่านี้ด้วย
- หนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง (ทด.13): เป็นเอกสารที่กรมที่ดินออกให้เมื่อมีการซื้อขาย บ้านพร้อมที่ดินร่วมกัน ถือเป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่าใครเป็นเจ้าของตัวบ้าน
- หนังสือสัญญาให้ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง (ทด.14): ใช้ในกรณีที่มีการยกทรัพย์สินให้โดยเสน่หา (เช่น พ่อแม่อุทิศให้ลูก)
- หนังสือสัญญาขายฝากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง (ทด.15): เอกสารสัญญาสำหรับการทำธุรกรรมขายฝาก
2. หลักฐานการก่อสร้าง (กรณีสร้างบ้านเอง) หากเป็นคนสร้างบ้านหลังนั้นขึ้นมาเองบนที่ดินผืนเดิม เอกสารที่จะช่วยยืนยันกรรมสิทธิ์ประกอบด้วย
- ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (แบบ อ.1): ใบอนุญาตที่ออกโดยทางราชการ (อบต. หรือ สำนักงานเขต) ซึ่ง จะระบุชื่อผู้ขออนุญาตปลูกสร้างอาคารอย่างชัดเจน
- ใบรับรองการก่อสร้างอาคาร (แบบ อ.6): ใบอนุญาตแสดงว่าอาคารสร้างเสร็จตรงตามระเบียบและพิมพ์ ชื่อผู้เป็นเจ้าของโครงการหรือผู้ก่อสร้างไว้
- หนังสือรับรองกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้าง: เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น (เช่น อบต. หรือ เทศบาล) เพื่อรับรองว่าบุคคลนั้นเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินแปลงดังกล่าวจริง
- หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2): สำหรับผู้ที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียมเอกสารนี้จะแสดงกรรมสิทธิ์ทั้ง ในส่วนของห้องชุดและส่วนควบในทรัพย์ส่วนกลางทั้งหมด
- พินัยกรรมหรือคำสั่งศาล: ในกรณีที่ได้รับบ้านมาโดยมรดกตกทอด
Q5: คำแนะนำในการถ่ายภาพความเสียหาย
A5: ควรถ่ายภาพให้เห็นสภาพและรายละเอียดความเสียหายของที่อยู่อาศัยอย่างชัดเจน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน โดยแนะนำให้มีภาพ ดังนี้
1.ภาพภายนอกที่อยู่อาศัย ให้เห็นตัวบ้านและบริเวณโดยรอบอย่างชัดเจน และหากสามารถทำได้ ควรถ่ายให้เห็น เลขที่บ้านประกอบด้วย และเห็นว่าที่อยู่อาศัยน้ำท่วมจริง
2.ภาพภายในที่อยู่อาศัย ให้เห็นลักษณะและระดับความเสียหาย เช่น ระดับน้ำหรือคราบน้ำที่ปรากฏบนผนังหรือส่วน ต่าง ๆ ของบ้าน
3.ภาพบริเวณหรือทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย ให้เห็นรายละเอียดของความเสียหายอย่างชัดเจน
4.ภาพเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่สามารถแสดงขอบเขตและระดับความเสียหาย เพื่อประกอบการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน
กรณีต้องการแสดงระดับน้ำหรือความสูงของคราบน้ำ ควรถ่ายภาพให้มีจุดอ้างอิง
ที่สามารถประเมินระดับความสูงได้ อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และคำแนะนำ
Q6: หากไม่มีสมาร์ทโฟน ไม่สามารถใช้ LINE หรือไม่มีอินเทอร์เน็ตจะสามารถแจ้งเคลมได้หรือไม่?
A6: กรณีไม่สะดวกดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ ผู้ได้รับความคุ้มครองสามารถติดต่อแจ้งเคลมเพื่อขอรับความช่วยเหลือ ในการแจ้งเคลม ณ จุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่โดยเจ้าหน้าที่จะให้คำแนะนำและช่วยดำเนินการให้ ทั้งนี้ ควรนำบัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน และภาพถ่ายแสดงความเสียหาย เอกสารหรือหลักฐานที่
เกี่ยวข้อง กับการมีกรรมสิทธิ์ไปยื่นประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
Q7: จะได้รับค่าสินไหมทดแทนผ่านช่องทางใดและภายในกี่วัน?
A7: บริษัทประกันภัยจะชำระค่าสินไหมทดแทนผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนของผู้มีสิทธิ์รับเงินตามกรมธรรม์ โดยจะดำเนินการภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารและหลักฐานครบถ้วนตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
Q8: หากไม่มีบัญชีพร้อมเพย์จะได้รับค่าสินไหมทดแทนอย่างไร?
A8: กรณีไม่มีบัญชีพร้อมเพย์ อาจสามารถแจ้งบัญชีธนาคารของผู้มีสิทธิ์เพื่อใช้รับค่าสินไหมทดแทนโดยต้องจัดส่งข้อมูล หรือหลักฐานบัญชีตามที่กำหนด
Q9: สามารถตรวจสอบสถานะเคลมได้อย่างไร?
A9: สามารถตรวจสอบสถานะการดำเนินการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ผ่านช่องทางออนไลน์ที่โครงการกำหนด ได้แก่ เว็บไซต์ www.thainatcat.org โดยใช้ข้อมูล หรือเลขที่รับแจ้งเคลมสำหรับการตรวจสอบสถานะ นอกจากนี้ สามารถติดต่อสอบถามสถานะผ่านเจ้าหน้าที่สายด่วนของโครงการ โทร 02 012 5555 โดยควรเตรียมเลขที่รับแจ้งหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการตรวจสอบ
Q10: บริษัทจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ใด?
A10: กรณีความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย
จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ ซึ่งหมายถึง ผู้เอาประกันภัย หรือผู้ครอบครองทรัพย์สินที่เอาประกันภัยซึ่งได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยโดย ผู้เอาประกันภัย หมายถึง
- เจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เอาประกันภัยที่เป็นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนราษฎร หรือ
- ผู้ครอบครองบ้านที่พักอาศัยแต่ไม่มีบ้านเลขที่ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนราษฎร แต่ได้รับการรับรองว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีคนอยู่อาศัยประจำจากผู้มีอำนาจตามกฎหมาย
กรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุที่เกิดจากภัยพิบัติ
กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดจากภัยพิบัติจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ ซึ่งได้แก่ ทายาทโดยธรรมของผู้เอาประกันภัย
กรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุที่เกิดจากภัยพิบัติจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ ผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นผู้ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง
Q11: หากเจ้าของกรรมสิทธิ์ต้องการมอบอำนาจให้ผู้เช่ารับเงินค่าสินไหมทดแทนแทน ต้องทำอย่างไรบ้าง?
A11: เจ้าของกรรมสิทธิ์จะต้องกรอกเอกสารยินยอมให้ผู้เช่าเป็นผู้รับเงินค่าสินไหมทดแทน และผู้เช่าจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าว เพื่อใช้ในการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทน
Q12: กรณีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนไม่ได้รับอนุมัติเกิดจากสาเหตุใด และสามารถขอทบทวนผลการพิจารณาได้หรือไม่?
A12: กรณีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนไม่ได้รับอนุมัติ อาจเกิดจากข้อมูลหรือเอกสารประกอบไม่ครบถ้วน ความเสียหายไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์หรือเหตุอื่นตามผลการพิจารณาของบริษัทประกันภัย
ผู้แจ้งควรตรวจสอบเหตุผลหรือรายละเอียดที่ได้รับแจ้ง หากมีข้อมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านช่องทางที่โครงการกำหนด เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อมูลหรือพิจารณากรณีดังกล่าวเพิ่มเติม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่กำหนด
Q13: หากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เอาประกันภัยจะดำเนินการอย่างไร?
A13: กรณีมีเหตุอันควรสงสัยหรือข้อโต้แย้งเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เอาประกันภัย ผู้รับประกันภัยสามารถเสนอเรื่องให้คณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากสำนักงาน คปภ. / ปภ. / สมาคมประกันวินาศภัยไทย / กรมการปกครอง และหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้พิจารณาและวินิจฉัย ทั้งนี้ หากคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่าย หนึ่งไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ คู่สัญญาฝ่ายนั้นมีสิทธินำข้อพิพาทเข้าสู่การพิจารณาโดยอนุญาโตตุลาการ
Q14: หากผู้เสียหายไม่เห็นด้วยกับจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทน สำนักงาน คปภ. สามารถรับเรื่องร้องเรียนได้หรือไม่?
A14: ได้ การรับเรื่องร้องเรียนเป็นหน้าที่ตามปกติของสำนักงาน คปภ.ส่วนกลาง ภาคและจังหวัด นอกจากนี้ หากเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ผู้มีสิทธิเรียกร้องสามารถเลือกระงับข้อพิพากโดยวิธีอนุญาโตตุลาการตามระเบียบของสำนักงาน คปภ. ได้
Q15: กรณีผู้สูญหายไปกับน้ำ จะต้องรอให้ศาลมีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญก่อนหรือไม่ จึงจะยื่นเคลมได้?
A15: ใช่ ต้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายให้แล้วเสร็จก่อน และมีเอกสารหรือคำสั่งของศาลตามที่กฎหมายกำหนด จึงจะสามารถยื่นเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิตได้

