×

สมาคมการตลาดฯ​ เผยกลยุทธ์สร้าง National Branding พร้อมเปิดเทรนด์ธุรกิจยุคใหม่ เป็นยุคแห่งเมตตาไมตรี รายใหญ่ต้องพึ่งพารายเล็ก

23.11.2022
  • LOADING...

สมาคมการตลาดฯ​ เผยกลยุทธ์สร้าง National Branding พร้อมเปิดเทรนด์ธุรกิจยุคใหม่ เป็นยุคแห่งเมตตาไมตรี รายใหญ่ต้องพึ่งพารายเล็ก สร้างการเติบโตร่วมกัน พร้อมมองหาธุรกิจใหม่กระจายความเสี่ยง

 

ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากสถานการณ์โควิดทั่วโลกคลี่คลายลง ประกอบกับการเปิดประเทศ ทำให้ภาคการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาฟื้นตัว ภาครัฐและเอกชนมีความเคลื่อนไหวให้การสนับสนุน SMEs เพื่อเดินหน้าสู่ New S-Curve ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับประเทศ

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาเงินเฟ้อ สงครามยูเครน-รัสเซีย รวมถึงโรคระบาดที่ยังไม่หายไปซึ่งมีผลต่อภาวะเศรษฐกิจและการจับจ่ายของผู้บริโภคที่เริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปและมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยคาดการณ์ว่าปี 2566 อาจไม่ได้เห็นสัญญาณบวกมากนัก 

 

ดังนั้น ในมุมภาคธุรกิจและผู้ประกอบการต้องปรับตัวและเฝ้าระวังกับความไม่แน่นอน เพราะยังอยู่ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ต้องเฝ้าระวังทั้งในเชิงเศรษฐกิจ Geopolitics เทคโนโลยี และความมั่นคงทางพลังงาน อาหาร สุขภาพ ซึ่งเชื่อว่าการตลาดจะยังคงมีบทบาทสำคัญที่จะเสริมความสามารถและเพิ่มขีดการแข่งขันให้กับประเทศ

 

ดร.บุรณิน ฉายภาพต่อถึงเทรนด์การเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจยุคใหม่ โดยระบุว่าต้องเริ่มจากการทำตลาดที่ไม่แบ่งกั้น 

 

“เราจะไม่พูดถึง Above the Line, Below the Line, Offline หรือ Online แต่เส้นตรงเหล่านั้น จะมาเชื่อมกันเป็นวงกลมที่มีลูกค้าอยู่ตรงกลาง จนกลายเป็น On-live Marketing”

 

ถัดมาคือ ปัจจุบันนักการตลาดจะไม่ใช่แค่ชื่อตำแหน่งอีกต่อไป ทุกคนสามารถเป็นนักการตลาดได้ทั้งหมด และนักการตลาดจะกลายมาเป็นหัวใจหลักของทุกองค์กร

 

รวมถึงปัจจัยเรื่องอายุงาน ต่อไปจะไม่ได้เป็นตัวกำหนดหน้าที่หรือตำแหน่ง โดยบทบาทหลักจะขึ้นอยู่กับความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยในกระบวนการทำงาน ซึ่งจะเริ่มเห็นคนรุ่นใหม่ขึ้นไปตำแหน่งระดับผู้บริหาร และจะเห็นคนวัยเกษียณที่มีการอัปสกิลตัวเองให้ได้ทำงานในบทบาทอื่นมากขึ้น

 

ยิ่งไปกว่านั้น ขนาดขององค์กรไม่ได้เป็นตัวกำหนดความสำเร็จ ปัจจุบันองค์กรใหญ่ต้องเรียนรู้จากองค์กรเล็ก องค์กรเล็กต้องเรียนรู้จากองค์กรใหญ่ ตามด้วยการสร้างคุณค่าในยุคนี้ Value Creation สำคัญมาก โดยคุณค่านี้ตีความได้ทั้งในมิติของสินค้าและบริการ ซึ่งการแข่งขันทางราคาไม่ได้แปลว่าต้องถูกที่สุด แต่ต้องคุ้มค่าที่สุด

 

นอกจากนี้ คนและเทคโนโลยีต้องทำงานร่วมกัน ภายใต้การบริหารข้อมูลรวดเร็ว แม่นยำ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานและนวัตกรรมใหม่ และสุดท้ายนอกจาก Metaverse แล้ว ในอีกมุมหนึ่งเรากำลังก้าวสู่ยุคแห่งความเป็นมิตรและการพึ่งพากัน หรือเรียกว่ายุคแห่งเมตตาและไมตรี เป็นการตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่ต้องพึ่งพารายเล็กให้เติบโตไปด้วยกัน

 

สำหรับแกนหลักๆ ของการเปลี่ยนแปลงแบบ Game Changer ประกอบด้วย 4 กลยุทธ์ ได้แก่

 

  1. Perspective Changer ต้องมีมุมมองและแนวคิดชัดเจน
  2. Practice Changer เปลี่ยนวิธีการทำงานเพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ใหม่ๆ 
  3. Platform Changer เราไม่ได้อยู่ในยุค Online หรือ Offline อีกต่อไป แต่เราก้าวเข้าสู่ยุคของ Blended Experiences in Multi Distribution Channel ลูกค้ามองหาประสบการณ์ที่มีความต่อเนื่อง 
  4. Planet Changer กระแสรักษ์โลกไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ดังนั้นแบรนด์ต้องให้ความสำคัญไปพร้อมๆ กัน

 

สำหรับสมาคมการตลาดมองว่าถึงจุดที่ต้องสร้างความเปลี่ยนแปลง โดยมุ่งที่จะทรานส์ฟอร์มตัวเอง จากการเป็นแค่แพลตฟอร์มหรือพื้นที่ให้แลกเปลี่ยนเรียนรู้มาเป็นผู้ผลักดันและเพิ่มศักยภาพให้นักการตลาดไทย

 

โดยมีแผนการดำเนินงานหลักเพื่อสร้าง National Branding ประกอบด้วยการสนับสนุนนักการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามด้วยการรวมรวมและเผยแพร่ความรู้ด้านธุรกิจและการตลาดที่ถูกต้อง และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กลุ่มผู้บริหาร ผู้ประกอบการ และนักการตลาดไทย โดยได้พยายามดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาเสริมทีมมากขึ้น

 

ทั้งนี้เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของประเทศ ที่ผ่านมาการทำธุรกิจในไทยส่วนใหญ่ต้องเป็นคนไทยเท่านั้น แต่วันนี้เริ่มมีต่างประเทศเข้ามาลงทุน เพราะต้นทุนพลังงานถูกกว่าแถบยุโรป ค่าครองชีพถูก จึงต้องดึงจุดแข็งของประเทศมาเชื่อมกับเทรนด์การตลาด เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมธุรกิจให้เติบโตขึ้น 

 

อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น ธุรกิจต้องระวังเรื่องซัพพลายเชนที่มีความผันผวน รวมไปถึงการขึ้นดอกเบี้ย ลามไปจนถึงค่าเงิน และที่สำคัญการทำธุรกิจเดียวอาจมีความเสี่ยง ยกตัวอย่าง รถไฟฟ้า (EV) แต่ภายใต้รถ EV คือมีคอมพิวเตอร์ทำงานอยู่ ซึ่งอนาคตเราไม่ได้มองว่ารถ EV จะช่วยลดโลกร้อนอย่างเดียว แต่จะช่วยสร้างความสะดวกและจะทำให้เกิดธุรกิจใหม่ เช่น ธุรกิจการผลิตแบตเตอรี่และชิป จึงต้องพยายามสร้างฐานให้เกิดดีมานด์ แล้วซัพพลายก็จะตามมา พอโลกเปลี่ยน เราก็หนีไม่พ้นที่ต้องปรับตัว

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising