เราอยากจะใช้พื้นที่ในบ้านทุกอย่างให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะพวกขยะอาหาร เรารู้สึกว่าอยากจะจัดการหรือว่าใช้เขาให้มันเกิดประโยชน์สูงสุด ลุงรีย์-ชารีย์ บุญญวินิจ, Uncleree Farm
บนพื้นที่เล็กๆ ในบ้านหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่บนซอยเพชรเกษม 46 กรุงเทพมหานคร มีฟาร์มเห็ดและร้านอาหารขนาดเล็กซ่อนตัวอยู่ในชื่อ Uncleree Farm ที่มีจุดเริ่มต้นจากความต้องการกำจัดขยะอาหารในบ้าน สู่ร้านอาหารจากเห็ดชื่อดัง และตั้งใจที่จะสานต่อที่แห่งนี้ให้กลายเป็น Community ที่จะชวนทุกคนใกล้ชิดกับโลกมากขึ้นผ่านขยะรอบตัว
Eco-Curious ตอนล่าสุด ขอพาไปคุยกับ ‘ลุงรีย์-ชารีย์ บุญญวินิจ’ เกษตรกรผู้ก่อตั้งฟาร์มเห็ดกลางเมือง เขามีวิธีการคิดในการกำจัดขยะหลากหลายรูปแบบในบ้านอย่างไรให้กลายเป็นธุรกิจที่เชื่อมโยงผู้คนในชุมชนไว้ และสิ่งนี้สามารถส่งต่อให้ผู้คนที่เข้ามารู้สึกชื่นชมถึงขยะที่พวกเขามองข้ามได้อย่างไร – เพียงแค่คุณเปลี่ยนวิธีคิด ขยะธรรมดาก็กลายเป็นสิ่งที่สวยงามจนคุณต้องเอ่ยปากชม
View this post on Instagram
What is Uncleree Farm?
Uncleree Farm เป็นฟาร์มเล็กๆ ในซอยเพชรเกษม 46 ของกรุงเทพมหานคร ที่มีชื่อเสียงเรื่องเห็ดและคอร์สโอมากาเสะ ที่นี่ไม่ใช่ฟาร์มทั่วไปแบบที่หลายคนคุ้นเคย ไม่มีพื้นที่เกษตรขนาดใหญ่ ไม่มีแปลงผักเรียงเป็นระเบียบ มีเพียงโซนเพาะเห็ดไม่กี่ตารางเมตร พื้นที่จัดการขยะ ร้านอาหารเล็กๆ ไปจนถึงโซนเวิร์กช็อปที่เปลี่ยนขยะพลาสติกให้กลายเป็นวัสดุใหม่ หากอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ Uncleree Farm คือ ‘บ้านของคนเมืองคนหนึ่ง’ ที่พยายามใช้ทุกทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และตั้งคำถามกับสิ่งเล็กๆ รอบตัวอยู่เสมอ ทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่ทดลองชีวิต ระบบนิเวศขนาดย่อม และคอมมูนิตี้ของคนที่สนใจเรื่องเดียวกัน
“เราอยากจะใช้พื้นที่ในบ้านทุกอย่างให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะพวกขยะอาหาร เรารู้สึกว่าอยากจะจัดการหรือว่าใช้เขาให้มันเกิดประโยชน์สูงสุด”
ก่อนจะมาเป็นฟาร์ม ลุงรีย์เริ่มต้นจากการตั้งคำถามกับสิ่งใกล้ตัวที่สุดอย่าง ‘ขยะอาหารในบ้าน’ เขามองว่ากรุงเทพฯ อาจไม่ได้มีอะไรดีกว่าต่างจังหวัดมากนัก ยกเว้นปริมาณขยะที่มหาศาล และนั่นกลายเป็น pain point แรกที่เขาอยากลองจัดการให้ได้ จากความสนใจนี้ เขาเริ่มศึกษาเรื่องดิน ปุ๋ย และการเลี้ยงไส้เดือน จนพบว่าจุดตั้งต้นของเกษตรทั้งหมดอาจไม่ใช่พืชหรือพื้นที่ แต่คือ ‘ดินที่ดี’ และดินที่ดีสามารถเริ่มได้จากขยะในครัวของเราเอง
“จะทำเกษตร ต้องเริ่มจากดิน ผมไปบวช เจ้าอาวาสเห็นว่าไอ้นี่มีแวว เลยหนีบไปทั่ว แล้วก็ไปเจอกับไส้เดือนดิน ผมชอบมากเลยศึกษาเพิ่มเติม พอลาสึกมาคุณแม่ก็ชวนไปเข้าคลาสเลี้ยงไส้เดือน ผมก็คิดว่าสิ่งนี้เป็นทางออก ผมรู้สึกว่ากรุงเทพฯ ขยะเยอะมาก ถ้าผมแปลงขยะพวกนั้นเป็นปุ๋ยได้”




เมื่อมีปุ๋ยแล้ว ความท้าทายต่อมาของลุงรีย์คือปลูกอะไรดีในพื้นที่จำกัดของเมือง ที่ทั้งไม่มีแดด ไม่มีเวลา และไม่เอื้อให้ทำเกษตรแบบดั้งเดิม คำตอบของลุงรีย์คือ ‘เห็ด’ วัตถุดิบที่ใช้พื้นที่น้อย ไม่ต้องรดน้ำมาก และสามารถควบคุมรอบการเติบโตได้อย่างแม่นยำ จากการทดลองเล็กๆ ในบ้าน ค่อยๆ กลายเป็นฟาร์มเห็ด และในที่สุดก็พัฒนาไปสู่รูปแบบที่มากกว่าการปลูกเพื่อกินเอง
“7 วันคือ 7 วัน เห็ดมันออกตรงเวลา เราไม่ต้องเฝ้า”
เมื่อปลูกเห็ดแล้วหลายคนให้ความสนใจ สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาไม่ใช่แผนธุรกิจ แต่เป็นการตอบสนองต่อคนที่เข้ามาหา หลายคนอยากรู้ อยากลอง และอยากกินเห็ดสดจากฟาร์ม ลุงรีย์จึงเริ่มเปิดโต๊ะเล็กๆ ในบ้าน เพื่อเล่าเรื่องเห็ดผ่านอาหาร ก่อนจะพัฒนาเป็น Omagahed ประสบการณ์การกินเห็ดหลากรูปแบบที่ไม่ได้มีเมนูตายตัว แต่เปลี่ยนไปตามวัตถุดิบในแต่ละวัน เมนูจำนวนมากไม่ได้มาจากสูตร แต่เกิดจากการลองผิดลองถูก ฟีดแบ็กลูกค้า และประสบการณ์ของลุงรีย์





How sustainable is it?
สำหรับลุงรีย์ ความยั่งยืนไม่ใช่คำที่ต้องนิยามให้เหมือนกันทุกคน แต่คือสิ่งที่ ‘พอดีกับตัวเอง’ และสามารถทำต่อไปได้จริง ฟาร์มของเขาไม่ได้สมบูรณ์แบบ ไม่ได้มีทุกอย่างครบ แต่เป็นระบบที่เชื่อมโยงกันระหว่างขยะ อาหาร และชีวิตประจำวัน ขยะอาหารถูกเปลี่ยนเป็นปุ๋ย ปุ๋ยกลายเป็นเห็ด เห็ดและของเหลือกลายเป็นอาหารสัตว์ และสุดท้ายทุกอย่างหมุนเวียนกลับมาเป็นทรัพยากรใหม่
นอกจากฟาร์มเห็ดและร้านอาหารเล็กๆ ที่นี่ยังมีอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่เติบโตขึ้นมาควบคู่กับฟาร์มคือ ‘Uncleree Re-Thing’ การนำขยะพลาสติกอย่างถุงหรือบับเบิลแร็ปมาสร้างเป็นวัสดุใหม่ ไม่ใช่ในฐานะของการรีไซเคิลแบบเดิม แต่เป็นการให้ ‘ชีวิตที่สอง’ กับสิ่งของเหล่านี้ ผ่านการออกแบบและงานคราฟต์ที่ทำได้แม้กระทั่งในระดับครัวเรือน จากของที่เคยถูกมองว่าไร้ค่า กลายเป็นวัสดุที่มีคุณค่าในบริบทใหม่ และในวันนี้ โปรเจกต์นี้กลับกลายเป็นอีกหนึ่งรายได้สำคัญของฟาร์ม
“ด้วยความที่ภรรยาของผม ‘ลิน’ เขาทำเรื่องของการลดใช้พลาสติก แล้วเวลาเราไปเอาขยะในบางครั้ง ขยะอาหารต้องถูกแยกระหว่างขยะอาหารกับขยะพลาสติก เราเห็นดังนั้นก็เลยปิ๊งไอเดีย ถ้าเราจัดการกับขยะอาหารได้ เราก็น่าจะจัดการกับขยะพลาสติกได้เช่นกัน โปรเจกต์ Re-Think เลยถูกคิดขึ้นมา” ลุงรีย์กล่าว
“ตอนนี้เราทำเรื่องเกี่ยวกับคัดแยกพวกถุงพลาสติกแล้วก็บับเบิล หรือว่าสิ่งที่เราเรียกกันว่าขยะกำพร้า เอาเขามาทำให้มี Second life สร้างออกมาเป็นงานคราฟต์ทำแพตเทิร์นผ้า สร้างแมตทีเรียลใหม่ขึ้นมา อย่างเราชอบทำเรื่องเกี่ยวกับพวก stationery สมุด ปากกา” – ลิน


สุดท้ายแล้ว Uncleree Farm อาจไม่ใช่ฟาร์มในความหมายที่เราคุ้นเคย ไม่ใช่ร้านอาหาร ไม่ใช่เวิร์กช็อป หรือแม้แต่ธุรกิจที่เติบโตตามสูตรสำเร็จ แต่คือการทดลองของคนคนหนึ่งที่พยายามทำความเข้าใจโลกผ่านสิ่งเล็กๆ รอบตัว และตั้งคำถามกับทุกอย่างที่ถูกมองว่า ‘ไร้ค่า’ ว่าจริงๆ แล้วยังมีศักยภาพอะไรซ่อนอยู่บ้าง และบางที ความยั่งยืนในแบบของลุงรีย์ อาจไม่ใช่การทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ แต่คือการทำให้ทุกอย่าง ‘ไม่เสียเปล่า’ มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ใครอยากสอบถามข้อมูล ‘Uncleree Farm’ เชิญได้ที่ https://www.facebook.com/unclereefarm หรือ https://www.instagram.com/unclereefarm

