ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ฟีดของเราอาจเต็มไปด้วยภาพและคลิปจากคอนเสิร์ต The Weeknd: After Hours Til Dawn Tour ที่ทำเอาสนามราชมังคลากีฬาสถานลุกเป็นไฟตลอด 3 วัน และเราเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ได้ไปสัมผัสบรรยากาศนั้นด้วยตัวเอง
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้คอนเสิร์ตจะจบลงแล้ว หลายคนก็ยังไม่พร้อมจะมูฟออน บางคนยังเปิดเพลง The Weeknd วนไป ดูคลิปที่ถ่ายไว้ซ้ำๆ หรือยังรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่นึกถึงโมเมนต์ในคืนนั้น
ทำไมประสบการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงถึงยังส่งผลต่อความรู้สึกของเราได้อีกหลายวัน? บางทีสิ่งที่เราได้กลับมาจากคอนเสิร์ต…อาจมีอะไรมากกว่าที่คิด

1. Collective Effervescence: เมื่อพลังของคนทั้งฮอลล์กลายเป็นพลังของเรา
หนึ่งในโมเมนต์ที่ทำให้เราขนลุกคือช่วงเพลง ‘One of the Girls’ เมื่อ Abel เปิดโอกาสให้แฟนเพลงทั้งสนามร้องสดไปพร้อมกัน การได้ยินเสียงคนหลายหมื่นคนร้องเพลงเดียวกันก้องไปทั่วสนาม เป็นความรู้สึกที่ทั้งทรงพลังและยากจะอธิบายเป็นคำพูด

ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อคนจำนวนมากมารวมตัวกันและสนุกไปกับช่วงเวลาเดียวกันนี้ อธิบายได้ด้วยแนวคิด Collective Effervescence ของ Émile Durkheim นักสังคมวิทยา ซึ่งใช้อธิบายพลังทางอารมณ์และความรู้สึกเชื่อมโยงที่เกิดขึ้นเมื่อผู้คนมีประสบการณ์ร่วมกันในคอนเสิร์ต เราอาจไม่รู้จักคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เลย แต่กลับร้องเพลง กระโดดโลดเต้น และสนุกไปพร้อมกันได้
งานวิจัยเกี่ยวกับดนตรีสดยังพบว่า ประสบการณ์ Collective Effervescence เชื่อมโยงกับความเพลิดเพลินและความรู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย
บางทีความพิเศษของคอนเสิร์ตจึงไม่ได้อยู่แค่การได้เห็นศิลปินที่เราชื่นชอบบนเวที แต่อยู่ที่การได้แบ่งปันช่วงเวลานั้นกับผู้คนอีกนับหมื่น จนคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันกลับรู้สึกเชื่อมโยงกันได้ผ่านเสียงเพลงเดียวกัน
2. Social Modeling: เมื่อเห็นคนอื่นเป็นตัวเอง เราก็กล้าเป็นตัวเองมากขึ้น
อีกสิ่งหนึ่งที่กระแทกตาและใจเรามากคือสไตล์การแต่งตัวของผู้คนที่ไปงาน เหมือนเราได้เห็นงานศิลปะบนเรือนร่าง และพลังที่แต่ละคนส่งออกมาอย่างมั่นใจ จนย้อนกลับมามองเห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของตัวเอง
เมื่อเห็นผู้คนหลากหลายแต่งตัวในแบบที่ชอบ เต้นอย่างเต็มที่ และสนุกกับตัวเองโดยไม่ต้องคอยกังวลกับสายตาคนอื่น เราอาจเริ่มตั้งคำถามกับข้อจำกัดที่เคยมีต่อตัวเองว่า ทำไมต้องรอให้หุ่นดีก่อนถึงจะใส่ชุดที่ชอบ? ทำไมต้องเต้นเก่งก่อนถึงจะกล้าเต้น? หรือทำไมถึงไม่กล้าร้องเพลงดังๆ เพียงเพราะกลัวร้องเพี้ยน?
สิ่งนี้เชื่อมโยงกับแนวคิด Social Modeling ของ Albert Bandura นักจิตวิทยาที่ศึกษาเรื่องการเรียนรู้ผ่านการสังเกตผู้อื่น เมื่อเราเห็นคนอื่นทำสิ่งที่ไม่เคยกล้าทำ เราอาจเริ่มมองเห็นว่าตัวเองก็มีทางเลือกเช่นเดียวกัน
คอนเสิร์ตจึงอาจเป็นพื้นที่ที่ทำให้เรากล้าก้าวออกจากข้อจำกัดเดิมๆ และค้นพบว่า บางสิ่งที่เคยคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ อาจเป็นเพียงสิ่งที่เรายังไม่เคยลองทำเท่านั้น
3. Music-Evoked Memory: เมื่อคอนเสิร์ตจบแล้ว แต่ความสุขยังกลับมาได้อีก
ทำไมเราถึงยังเปิดเซ็ตลิสต์เดิมขณะขับรถ หรือนอนดูคลิปที่ถ่ายไว้แล้วก็ยิ้มอยู่คนเดียว? ส่วนหนึ่งเป็นเพราะดนตรีมีความเชื่อมโยงกับความทรงจำส่วนตัวอย่างใกล้ชิด
งานวิจัยของ Belfi, Karlan และ Tranel (2016) พบว่า เพลงสามารถกระตุ้นความทรงจำส่วนตัวที่ชัดเจนและมีรายละเอียดด้านการรับรู้ได้ เมื่อเรากลับไปฟังเพลงที่เคยได้ยินในคอนเสิร์ต เราจึงอาจนึกถึงภาพเวที เสียงของผู้ชม หรือความรู้สึกในช่วงเวลานั้นขึ้นมาอีกครั้ง
นอกจากความทรงจำที่ถูกกระตุ้นด้วยเสียงเพลงแล้ว ประสบการณ์นี้ยังอาจเชื่อมโยงกับแนวคิด Savoring ของ Fred B. Bryant และ Joseph Veroff ซึ่งอธิบายถึงการตั้งใจชื่นชมและดื่มด่ำกับประสบการณ์เชิงบวก รวมถึงการย้อนกลับไปนึกถึงช่วงเวลาดีๆ ในอดีต
การเปิดเพลงหรือดูคลิปคอนเสิร์ตซ้ำๆ จึงอาจเป็นมากกว่าการย้อนนึกถึงความทรงจำ แต่ยังเป็นวิธีที่ช่วยให้เราได้ดื่มด่ำกับช่วงเวลาดีๆ อีกครั้ง แม้คอนเสิร์ตจะจบไปแล้วก็ตาม

ความสุข…ไม่จำเป็นต้องจบพร้อมคอนเสิร์ต
เราอาจกลับจากคอนเสิร์ตพร้อมความทรงจำที่ชัดเจน เพลงที่ฟังแล้วรู้สึกต่างไปจากเดิม หรือมุมมองใหม่ๆ ที่มีต่อตัวเอง แม้ความรู้สึกเหล่านี้จะค่อยๆ จางลง แต่ประสบการณ์ในคืนนั้นก็อาจยังทิ้งบางอย่างไว้ให้เรา แม้ในวันที่ชีวิตกลับเข้าสู่กิจวัตรเดิม
แล้วชาว LIFE ที่ไปคอนเสิร์ต The Weeknd ครั้งนี้ล่ะ กลับมาแล้วรู้สึกว่าได้อะไรจากงานบ้าง?
ภาพ: Sebastien Nagy
อ้างอิง:
- https://www.healthline.com/health/collective-effervescence
- https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/39417534/
- https://www.frontiersin.org/journals/psychology/articles/10.3389/fpsyg.2021.771698/full
- https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/26259098/
- https://www.albertbandura.com/albert-bandura-modeling-and-observational-learning.html

