×

‘โจ ไบเดน’ เล็งเก็บภาษีคนรวยเพิ่ม 20% หวังสร้างหลักประกันว่าเหล่าเศรษฐีจะเสียภาษีไม่น้อยกว่าคนทั่วไป

28.03.2022
  • LOADING...
Joe Biden

สถานีโทรทัศน์ CNBC รายงานว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ เตรียมเสนอแผนเก็บภาษีฉบับใหม่ ระหว่างการเสนอร่างงบประมาณประจำปี 2023 ซึ่งจะพุ่งเป้าไปที่บรรดามหาเศรษฐีชาวอเมริกัน ด้วยการจัดเก็บภาษีบรรดาคนรวยเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20%

 

รายงานอ้างอิงข้อมูลจากทำเนียบขาวที่ระบุถึงการจัดเก็บ ‘ภาษีรายได้ขั้นต่ำอภิมหาเศรษฐี’ หรือ ‘Billionaire Minimum Income Tax’ ที่จะกำหนดให้ครัวเรือนชาวอเมริกันที่มีรายได้มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐต้องจ่ายภาษีอย่างน้อย 20% ของรายได้เต็ม 

 

โดยทำเนียบข่าวระบุว่า ภาษีขั้นต่ำดังกล่าวเป็นการสร้างหลักประกันด้านความเป็นธรรมที่ชาวอเมริกันที่ร่ำรวยที่สุดจะไม่จ่ายภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าครูและพนักงานดับเพลิงอีกต่อไป เบื้องต้นประเมินว่ามีครัวเรือนที่เข้าข่ายมาตรการภาษีใหม่อยู่ราว 700 ครัวเรือน

 

ทั้งนี้ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว รัฐบาลประธานาธิบดีไบเดนได้เปิดเผยผลการศึกษาที่พบว่า ระหว่างปี 2010-2018 มีครัวเรือนเศรษฐีระดับพันล้านชาวอเมริกันถึง 400 ครัวเรือน ที่เสียภาษีเฉลี่ยแค่ 8.2% ของรายได้ ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าครัวเรือนทั่วไปชาวอเมริกันส่วนใหญ่

 

นอกจากนี้ ภาษีดังกล่าวยังตั้งเป้าไปที่กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงในมูลค่าสินทรัพย์สภาพคล่อง เช่น หุ้น ซึ่งปัจจุบันไม่ต้องเสียภาษีจนกว่าจะขาย

 

อย่างไรก็ตาม มาตราภาษีชุดใหม่จำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรสของสหรัฐฯ เพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมาย โดยมีการคาดการณ์ว่า หากได้รับการอนุมัติ ภาษีดังกล่าวจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับรัฐมากถึง 360,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในระยะเวลา 10 ปี

 

แม้ว่าจะพยายามทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ แต่ดูเหมือนว่าผลงานจะไม่เข้าตาชาวอเมริกันส่วนใหญ่ โดยคะแนนความนิยมของประธานาธิบดีไบเดนยังคงลดต่ำลงเรื่อยๆ เพราะส่วนใหญ่มองว่า ผู้นำสหรัฐฯ รายนี้กำลังนำพาประเทศไปผิดทาง

 

ทั้งนี้ ผลสำรวจความเห็นของ NBC News พบว่า มีชาวอเมริกันเพียง 40% เท่านั้นที่เห็นชอบกับผลงานของประธานาธิบดีไบเดน นับเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ที่เจ้าตัวเข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศเมื่อปีที่แล้ว

 

การสำรวจชาวอมริกัน 1,000 คนผ่านทางออนไลน์ครั้งนี้พบว่า มีชาวอเมริกันมากกว่าครึ่งที่ไม่พอใจการทำงานของประธานาธิบดีไบเดน โดยส่วนใหญ่ไม่พอใจแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการรับมือกับภาวะเงินเฟ้อสูงของรัฐบาล ตามด้วยประเด็นเรื่องสงครามความขัดแย้งในยูเครน และประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศต่างๆ ที่นอกเหนือจากชาติพันธมิตร

 

ทั้งนี้ คะแนนความนิยมของประธานาธิบดีไบเดนเริ่มลดลงตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2021 หลังวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิดในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น ตามด้วยความวุ่นวายจากคำสั่งถอนทหารสหรัฐฯ ออกจากอัฟกานิสถาน

 

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าคะแนนความนิยมที่ลดลงเรื่อยๆ นี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนสำหรับพรรคเดโมแครตที่พยายามจะรักษาเสียงส่วนใหญ่ในสภาคองเกรสไว้ให้ได้ ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้

 

อ้างอิง: 

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising