×

EU จับมือ UN ดันโครงการ ‘PROTECT’ คุ้มครองแรงงานข้ามชาติหญิงและเด็กในอาเซียน

โดย THE STANDARD TEAM
28.03.2024

สหภาพยุโรป (EU) ประกาศให้ทุนสนับสนุนกว่า 13 ล้านยูโร (ราว 500 ล้านบาท) แก่องค์การสหประชาชาติ (UN) ภายใต้โครงการความร่วมมือใหม่ที่มีชื่อว่า ‘PROTECT’ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเสริมสร้างสิทธิแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะผู้หญิง เด็ก และกลุ่มที่มีความเสี่ยงในกัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย

 

เดวิด เดลี เอกอัครราชทูตผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ผู้คนทั่วโลกถูกบีบบังคับให้ต้องทิ้งบ้าน เพื่อเสาะหาโอกาสและชีวิตที่ดีกว่าเดิม ในการเดินทางข้ามพรมแดน และที่จุดหมายปลายทาง แรงงานข้ามชาติหญิงและเด็กมีความเสี่ยงที่สูงกว่ากลุ่มอื่นๆ 

 

“สหภาพยุโรปมีความภาคภูมิใจที่จะสนับสนุนภาคีสหประชาชาติในโครงการใหม่ที่มุ่งแก้ปัญหาซึ่งเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกนี้ในระดับภูมิภาค เราจะทำงานร่วมกับประเทศไทยและประเทศภาคีอื่นๆ ในภูมิภาค เพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้หญิงและเด็ก เสริมสร้างการบริหารจัดการเกี่ยวกับการย้ายถิ่นแรงงาน แก้ปัญหาการค้ามนุษย์และการลักลอบนำแรงงานข้ามชาติเข้าประเทศ รวมถึงพัฒนาช่องทางทางกฎหมาย สำหรับนโยบายการย้ายถิ่นของแรงงานที่ยั่งยืน”

 

ในกลุ่มประเทศอาเซียน มีผู้ย้ายถิ่นประมาณ 10.6 ล้านคน เกือบครึ่งหนึ่งเป็นผู้หญิง และอีก 1.3 ล้านคนเป็นเด็ก แรงงานข้ามชาติโดยเฉพาะกลุ่มอาชีพที่ได้รับค่าจ้างต่ำเผชิญกับปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น การแสวงหาประโยชน์ด้านแรงงาน การค้ามนุษย์ ความรุนแรง และการคุกคาม 

 

แรงงานหญิงข้ามชาติส่วนใหญ่ทำงานในภาคเศรษฐกิจนอกระบบ ซึ่งมักเป็นงานชั่วคราวและได้รับการคุ้มครองทางสังคมเพียงเล็กน้อยหรือแทบไม่ได้รับการคุ้มครองทางสังคมเลย ขณะที่เด็กๆ ที่ติดตามแรงงานข้ามชาติก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญกับการละเมิด การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และการค้ามนุษย์ รวมถึงการเข้าถึงการบริการเพื่อการคุ้มครองเด็กที่ไม่เพียงพอ

 

โครงการ PROTECT ดำเนินงานภายใต้ 4 หน่วยงานของ UN ไม่ว่าจะเป็นองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO), UN Women, UNODC และ UNICEF ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี โดยจะมุ่งส่งเสริมงานที่มีคุณค่าและลดความเปราะบางของกลุ่มที่มีความเสี่ยงด้วยการส่งเสริมสิทธิแรงงาน การป้องกันและการรับมือกับความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก การค้ามนุษย์ และการลักลอบนำแรงงานข้ามชาติเข้าประเทศ

 

กีต้า ซับฮาร์วาล ผู้ประสานงานประจำ UN ชี้ว่า ความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างรัฐบาลไทย, EU และ UN ถือว่าเป็น ‘หลักสำคัญ’ ด้านสิทธิของผู้ย้ายถิ่น ขณะที่ ชิโฮโกะ อาซาดะ มิยากาวะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ และผู้อำนวยการ ILO ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ระบุว่า “การย้ายถิ่นของแรงงานถือเป็นตัวขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในประเทศต้นทางและประเทศปลายทาง สร้างประโยชน์ให้กับแรงงานข้ามชาติ ชุมชน และนายจ้าง”

 

ด้าน อาเลีย เอล-ยาสซีร์ ผู้อำนวยการสำนักงานภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก UN Women ระบุว่า “เราจะส่งเสริมสิทธิต่างๆ ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีของแรงงานข้ามชาติหญิงผ่านโครงการความร่วมมือนี้ เพื่ออนาคตที่แรงงานข้ามชาติหญิงทุกคนสามารถใช้ชีวิตและทำงานโดยปราศจากความหวาดกลัวและการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ” ส่วน เดโบรา โคมินี ผู้อำนวยการสำนักงานภาคพื้นภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก UNICEF ชี้ว่า “เด็กข้ามชาติมีความเปราะบางอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการย้ายถิ่นของแรงงาน เด็กทุกคนจะต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิและประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าสถานภาพด้านการย้ายถิ่นของเด็กเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร” 

 

มาซุด คาริมิพัวร์ ผู้แทน UNODC เน้นย้ำว่า “เพื่อทำลายวงจรการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบและการละเมิด การคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และแรงงานข้ามชาติที่ถูกลักลอบพาเข้าเมืองก่อนและระหว่างกระบวนการยุติธรรมทางอาญาถือเป็นสิ่งสำคัญ”

 

โครงการ PROTECT จะดำเนินการจนถึงเดือนธันวาคม 2026 โดยต่อยอดจากผลการดำเนินโครงการและบทเรียนต่างๆ จากโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก EU ในปีที่ผ่านๆ มาสองโครงการ ได้แก่ โครงการ ‘ปลอดภัยและยุติธรรม: การทำให้สิทธิและโอกาสของแรงงานข้ามชาติหญิงเป็นจริงในภูมิภาคอาเซียน’ ที่ดำเนินโครงการโดย ILO, UN Women, UNODC ระหว่างปี 2018-2023 และ ‘การคุ้มครองเด็กที่ได้รับผลกระทบจากการย้ายถิ่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียกลาง’ ที่ดำเนินโครงการโดย UNICEF ระหว่างปี 2018-2022

 

แฟ้มภาพ: Catastrophe_OL / Shutterstock

อ้างอิง:


READ MORE





Latest Stories

Close Advertising