ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ให้มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แทน พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ ซึ่งถูกโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรี (เทียบเท่าระดับซี 11) ได้ก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวสำคัญต่อทิศทางการสืบสวนคดีทางการเมืองระดับชาติ
รายงานข่าวจากภายในกระทรวงยุติธรรมระบุว่า การโยกย้ายครั้งนี้มีนัยสำคัญทางการเมือง โดยมีสาเหตุจากความไม่พอใจของฝ่ายการเมืองต่อการทำงานของ DSI ในคดีพิเศษที่ 24/2568 หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. หลังพบว่าเนื้อหาในสำนวนคดี คำให้การของพยานปากสำคัญ และพยานเอกสาร ได้หลุดรอดไปสู่บุคคลภายนอก อาทิ iLaw (โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน) และ พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน พรรคประชาชน
ข้อมูลดังกล่าวถูกนำไปใช้เผยแพร่สู่สาธารณะ และประเมินว่าอาจถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อบุคคลระดับแกนนำทั้งในและนอกพรรคภูมิใจไทย
กระแสข่าวยังระบุว่า เป้าหมายของการเปลี่ยนตัวอธิบดี DSI คือความต้องการวางแนวทางและกำกับควบคุมสำนวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. อย่างใกล้ชิด เนื่องจากก่อนหน้านี้ DSI ได้สั่งฟ้องผู้ต้องหากลุ่มแรกไปเพียง 8 ราย แต่อัยการคดีพิเศษมีความเห็นแย้งว่าคดีนี้มีการทำเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำชัดเจน จึงมีคำสั่งให้ DSI กลับไปสอบสวนเพิ่มเติมใน 7 กลุ่มเป้าหมาย
- กลุ่มบุคคลผู้มีอำนาจตัดสินใจ
- กลุ่มบุคคลผู้วางแผนและจัดวางระบบปฏิบัติการโปรแกรมออฟไลน์
- กลุ่มกรรมการบริหารของคณะบุคคล
- กลุ่มผู้ปฏิบัติจัดหาผู้สมัคร สว.
- กลุ่มผู้ได้รับเลือกเป็น สว. ที่มีชื่อและหมายเลขในโพย (จำนวน 141 ราย)
- กลุ่มผู้สมัคร สว. ประเภทโหวตเตอร์
- กลุ่มติวเตอร์ผู้ทำโพย
นอกจากนี้ อัยการยังสั่งให้นำความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีมติยกคำร้องคดีฮั้ว สว. ก่อนหน้านี้ เข้ามาประกอบในสำนวนคดีด้วย
ล่าสุด (23 กันยายน) มีรายงานว่า การเปลี่ยนผ่านตำแหน่งอธิบดี DSI ส่งผลกระทบโดยตรงให้ความคืบหน้าของคดีอาญาอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ส่อเค้าชะงักงันลงทันที จากเดิมที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวน มีกำหนดการเตรียมประชุมในช่วงสิ้นเดือนกันยายนนี้ เพื่อวางกรอบรวบรวมพยานหลักฐานตามคำสั่งอัยการที่ตีกลับสำนวน แต่เมื่อ พ.ต.ต. ยุทธนา ซึ่งมีฐานะเป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนถูกโยกย้าย ส่งผลให้การประชุมนัดแรกต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
ปัจจุบัน คณะพนักงานสอบสวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. จำเป็นต้องรอจนกว่า ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล จะได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี DSI อย่างเป็นทางการ และเข้าปฏิบัติหน้าที่เพื่อมอบนโยบาย รวมถึงกำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติในการสืบสวนสอบสวนให้ชัดเจน ก่อนที่จะดำเนินการสรุปสำนวนส่งอัยการคดีพิเศษได้อีกครั้ง


