×

Living 101: รู้ไว้ใช่ว่า… จัดพิธีศพอย่างไรให้คนเสียชีวิตจากโควิด-19

28.03.2020
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

  • งานศพตามหลักศาสนาสามารถกระทำได้ภายใต้เงื่อนไขสำคัญว่า ‘ห้ามเปิดถุงซิปเด็ดขาด’ งดการอาบน้ำศพ รดน้ำศพ และฉีดยาศพทุกกรณี

ทุกครั้งที่เกิดโรคระบาดใหญ่ซึ่งไม่อาจควบคุมได้ ย่อมตามมาด้วยยอดผู้เสียชีวิต การจัดการศพให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม พร้อมทั้งพิธีกรรมทางศาสนาอย่างถูกหลักอนามัยจึงเป็นสิ่งที่เราควรรู้ (แม้ไม่อยากรู้ก็เถอะ) อย่างที่ทราบกันดีว่าร่างของผู้เสียชีวิตจากโรคระบาดนั้นไม่สามารถจัดการศพตามปกติได้ มีหลายขั้นตอนถูกเพิ่มเข้ามา และหลายขั้นตอนถูกตัดทอนออกไปเพื่อให้ถูกหลักอนามัย THE STANDARD POP รวบรวมมาให้แล้ว ทุกข้อเบื้องต้นที่คุณควรรู้

 

จัดงานศพได้หรือเปล่า

ตามประวัติศาสตร์ชาติไทย เกิดโรคระบาดแต่ละครั้ง ร่างของผู้เสียชีวิตจากโรคระบาดมักไม่ได้จัดพิธีฌาปนกิจตามหลักศาสนา เนื่องจากมีจำนวนผู้เสียชีวิตมากเกินกว่ารับไหว หลายคนเลือกละทิ้งบ้านเมืองอพยพไปอยู่ที่อื่น หรือปล่อยศพทิ้งไว้ที่วัดดื้อๆ จนกลายเป็นตำนาน ‘อีแร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์’ ที่เราคุ้นเคยกันดี 

 

ปัจจุบันประเทศไทยมีระบบสาธารณูปโภคที่ดี วิทยาการทางการแพทย์ไม่แพ้ใครในใต้หล้า การจัดการศพผู้เสียชีวิตจากโรคระบาดจึงเต็มไปด้วย ‘ความรู้’ มากกว่า ‘ความไม่รู้’ ซึ่งประเด็นนี้สถาบันบำราศนราดูร ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในสังกัดกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ความกระจ่างว่า สามารถจัดงานศพได้ตามปกติ ทว่ามีบางขั้นตอนต้องลดทอนออกไป เอ๊ะ… แล้วอะไรบ้างที่เราควรรู้และจัดการ

 

 

 

ขั้นตอนการจัดการร่างผู้เสียชีวิต

หลังแพทย์วินิจฉัยและประกาศเวลาการเสียชีวิต แพทย์จะเชิญญาติผู้เสียชีวิตมาระบุตัวตนก่อนบรรจุศพลงถุงซิปล็อก เจ้าหน้าที่จะเตรียมถุงซิปใส่ร่างผู้เสียชีวิต 3 ถุง อุปกรณ์ฆ่าเชื้อ และแอลกอฮอล์ 70% โดยมีเจ้าหน้าที่ 4 คน และผู้ทำหน้าที่ฉีดสเปรย์น้ำยาฆ่าเชื้อโรค 1 คน ทุกคนสวมชุดป้องกันตนเองตามหลักปฏิบัติขององค์การอนามัยโลก ราวกับฉากในหนังที่คุณเคยดูไม่ผิดเพี้ยน 

 

การจัดการร่างจะเริ่มต้นด้วยการปิดทวารทั้ง 9 ด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์ 70% แล้วพ่นยาฆ่าเชื้อทั่วร่าง จากนั้นนำใส่ถุงซิปชั้นที่ 1 พ่นยาฆ่าเชื้อให้ทั่วถุง จบขั้นตอนนี้ ผู้ที่นำร่างใส่ถุงซิปต้องเปลี่ยนชุดและเปลี่ยนถุงมือ ก่อนนำร่างที่อยู่ในถุงซิปชั้นที่ 1 มาใส่ถุงซิปที่ 2 และทำซ้ำขั้นตอนเดิมเพื่อใส่ถุงซิปชั้นที่ 3 พร้อมป้ายแสดงสัญลักษณ์และใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคทาด้านนอกถุง ก่อนนำส่งเข้าตู้เย็นตามมาตรฐาน โดยทุกขั้นตอนจะมีพยาบาลควบคุมโรคติดเชื้อดูแลกำกับอย่างใกล้ชิด

 

สำหรับการเคลื่อนย้ายศพจะไม่มีการเปิดถุงซิปใดๆ และงานศพตามหลักศาสนาสามารถกระทำได้ภายใต้เงื่อนไขสำคัญว่า ‘ห้ามเปิดถุงซิปเด็ดขาด’ งดการอาบน้ำศพ รดน้ำศพ และฉีดยาศพทุกกรณี

 

 

พิธีศพตามหลักศาสนาพุทธ

โดยปกติงานพิธีศพแบบชาวไทยพุทธแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนใหญ่ๆ ได้แก่ ขั้นตอนการอาบน้ำศพ การบำเพ็ญกุศลและการสวดอภิธรรมศพ การฌาปนกิจ และการเก็บอัฐิเป็นอันเสร็จสิ้น ทว่าเมื่อโรคระบาดมา ประกอบกับมีกฎห้ามเปิดถุงซิปอย่างเด็ดขาด การจัดพิธีศพตามหลักชาวพุทธจึงต้องละเว้นขั้นตอนการอาบน้ำศพ และเข้าสู่การบำเพ็ญกุศลเลย 

 

การบำเพ็ญกุศลแนะนำว่าไม่ควรเกิน 3 วัน และทางที่ดีควรจัดการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด อาจทำบุญในช่วงเช้า สวดอภิธรรมช่วงบ่าย และทำพิธีฌาปนกิจเลยในช่วงเย็น แม้ทางการแพทย์จะออกมาบอกว่าสามารถทำพิธีกรรมทางศาสนาได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณสมควรตั้งศพได้นาน และเพราะอย่างไรก็ดี ร่างของผู้เสียชีวิตจากโรคระบาดยังคงสามารถแพร่เชื้อได้ในทางทฤษฎี นั่นคือเหตุผลว่าทำไมถึงมีกฎเหล็กว่าห้ามเปิดถุงซิป ซึ่งหากคุณตัดสินใจไม่ได้ว่าจะตั้งศพกี่วัน ลองปรึกษาแพทย์หรือทางวัดเพื่อคำแนะนำประกอบ

 

สำหรับขั้นตอนการเผา สามารถทำพิธีเผาได้เลยตามปกติ งดการเปิดถุงซิปล็อกดูหน้าผู้เสียชีวิตก่อนเผา วัดในประเทศไทยส่วนใหญ่ใช้ระบบการเผาแบบปิด และมีอุณหภูมิประมาณ 800-1,000 องศาเซลเซียส ระหว่างการเผา ทำให้เชื้อโรคตายและไม่แพร่กระจาย ปลอดภัยแน่นอน 

 

 

พิธีศพตามหลักศาสนาอิสลาม

โดยปกติพิธีศพตามหลักศาสนาอิสลามจะเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง หลังเวลาเสียชีวิต ขั้นตอนคร่าวๆ คือ เมื่อมีผู้ล่วงลับ ชาวมุสลิมจะอาบน้ำทำความสะอาดศพ ห่อผ้าขาว  พร้อมสวดวิงวอนอุทิศแด่ผู้ล่วงลับ และนำไปฝังที่สุสาน หรือกุโบร์ ภายใน 24 ชั่วโมง

 

อ้างอิงจากประกาศของสำนักจุฬาราชมนตรี เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ลงนามวันที่ 21 มีนาคม 2563 ในกรณีที่เสียชีวิตจากโควิด 19 ให้ปฏิบัติตามนี้ 

 

  1. ให้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในการจัดการศพ ให้บุคคลที่เป็นมุสลิมทำการตะยัมมุม (อาบน้ำแบบแห้ง ตามทฤษฎีใช้ฝุ่นดินที่สะอาด แต่หากไม่สามารถหาได้ สามารถใช้แป้งฝุ่นที่ไม่ผสมน้ำหอมได้เช่นกัน) แทนการอาบน้ำศพในห้องปลอดเชื้อ หรือสถานที่ที่จัดเตรียมไว้เฉพาะ ทั้งนี้ให้ทำการตะยัมมุมก่อนบรรจุศพลงถุง โดยผู้ทำหน้าที่สวมชุดป้องกันการติดเชื้อ PPE และตบฝุ่นที่เตรียมไว้ครั้งที่ 1 เผื่อลูบใบหน้าศพ ตบครั้งที่ 2 ให้ลูบมือจนถึงข้อศอกทั้ง 2 ข้าง แล้วปิดถุงบรรจุศพ โดยถือถุงบรรจุศพเป็นกะฝั่น (ผ้าห่อศพ) และให้ทำการละหมาดให้แก่ศพ ณ สถานที่นั้น หลังจากนั้นให้นำศพไปฝังที่สุสาน

 

  1. ห้ามญาติและผู้มาเยี่ยม สัมผัส หรือจูบศพ

 

 

พิธีศพตามหลักศาสนาคริสต์

สำหรับขั้นตอนจัดพิธีงานศพแบบศาสนาคริสต์ หลักๆ โดยปกติมีด้วยกัน 4 ขั้นตอน ได้แก่ การสวดศพ การนำร่างผู้เสียชีวิตลงโลงศพ พิธีมิสซา และพิธีฝังศพที่สุสาน ทว่าในประเทศไทยมีการปรับบางขั้นตอนให้เข้าสภาพสังคมในบางพื้นที่ จากการฝังเป็นการเผา เนื่องจากการหาพื้นที่ทำสุสานตามเมืองใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย มีกฎหมายข้อบังคับและมีค่าใช้จ่ายสูงในการซื้อที่ดิน 

 

แม้จะยังไม่มีประกาศขั้นตอนอย่างเป็นทางสำหรับคริสตจักร เท่าที่ผู้เขียนสอบถามไป 3 แห่ง แต่เพื่อสุขอนามัยที่ดี แน่นอนว่าต้องยึดแนวทางปฏิบัติเดียวกันคือ ห้ามเปิดถุงซิปเด็ดขาด งดการอาบน้ำศพ รดน้ำศพ และฉีดยาศพ 

 

ในต่างประเทศ คริสตศาสนิกชนมีการจัดพิธีศพหลากหลายมาก แต่คล้ายคลึงกันคือ งดการจูบและสัมผัสศพ และทำพิธีทุกอย่างผ่านโลงศพที่ปิดมิดชิด บางประเทศเช่นออสเตรเลียมีกฎหมายให้ประชาชนร่วมงานศพได้ไม่เกิน 10 คน มีระบบถ่ายทอดงานพิธีออนไลน์ผ่านสตรีมมิง ลงทะเบียนและไว้อาลัยผ่านโซเชียลมีเดีย

 

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะคุณจะอยู่เชื้อชาติไหน ศาสนาอะไร องค์การสาธารณสุขยืนยันว่า เราสามารถจัดการได้ตามหลักศาสนา แต่มีข้อแม้อย่างเข้มงวดว่าต้องปฏิบัติตามกฎสาธารณสุข ‘ห้ามเปิดถุงซิปล็อกเด็ดขาด’ ทั้งหมดก็เพื่อความปลอดภัย และป้องกันการระบาดในอนาคตนั่นเอง

 

 

ภาพ: Shutterstock

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

FYI
  • ไม่ว่าจะศาสนาใด ก่อนจัดงานศพแนะนำให้ปรึกษาแพทย์และผู้นำทางศาสนา ถึงแนวทางการปฏิบัติ ทั้งผู้จัดและผู้เข้าร่วม ก่อนจัดพิธี
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories