×

รู้จัก แอนดี เบอร์แนม ว่าที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษคนใหม่ ผู้ประกาศนำ ‘การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สุดในรอบ 40 ปี’ มาสู่การเมืองอังกฤษ

21.07.2026
  • LOADING...
แอนดี เบอร์แนม ว่าที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษคนใหม่

แอนดี เบอร์แนม วัย 56 ปี ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.พรรคเลเบอร์ให้เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งจะทำให้เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 59 ของสหราชอาณาจักรในไม่ช้า

 

แอนดี เบอร์แนม ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 59 ของสหราชอาณาจักร วัย 56 ปีเตรียมเข้ารับตำแหน่งหลังจากที่ ส.ส.พรรคเลเบอร์ให้การสนับสนุนและเลือกเขาขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค

 

 
 

ชื่อของเบอร์แนม อาจไม่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติมากนัก แต่ผู้นำใหม่ของสหราชอาณาจักรคนนี้ ค่อนข้างโด่งดังและได้รับความนิยมไม่น้อยในประเทศ

 

โดยเขาเคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีของเกรตเตอร์ แมนเชสเตอร์ เขตมหานครทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหราชอาณาจักร และเป็นชาวเหนือคนแรกที่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นับตั้งแต่แฮโรลด์ วิลสัน ในช่วงทศวรรษ 1960 และ 1970

 

ขณะที่เบอร์แนมได้รับฉายาว่า “ราชาแห่งภาคเหนือ” จากการที่เคยกล่าวสุนทรพจน์ช่วงวิกฤตโควิดในปี 2020 โดยบอกอย่างตรงไปตรงมาต่อรัฐบาลกลาง ว่าเกรตเตอร์ แมนเชสเตอร์ จะไม่ยอมรับมาตรการจำกัดที่เข้มงวด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิดอีกต่อไป

 

เบอร์แนม เกิดที่หมู่บ้านเอนทรี ในเขตแลงคาเชอร์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ โดยมีพ่อแม่เป็นวิศวกรโทรศัพท์และพนักงานต้อนรับ

 

เขาย้ายไปเรียนในเมืองคัลเชธ และเข้าร่วมพรรคเลเบอร์เมื่ออายุ 15 ปี และศึกษาด้านภาษาอังกฤษที่วิทยาลัยฟิตซ์วิลเลียม มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

 

หลังจากจบการศึกษาจากเคมบริดจ์ เบอร์แนมทำงานเป็นนักวิจัยและที่ปรึกษาพิเศษของคริส สมิธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมขณะนั้น และต่อมาได้ย้ายลงใต้ไปอยู่ที่กรุงลอนดอน และได้รับเลือกตั้งเข้าสู่สภาครั้งแรกเมื่ออายุ 31 ปี ในฐานะ ส.ส.เขตในเมืองลีห์ ของพรรคเลเบอร์

 

เบอร์แนมเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาแล้วหลายตำแหน่ง ตั้งแต่หัวหน้าเลขาธิการกระทรวงการคลัง และต่อมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

 

สื่อ และกีฬา ภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี กอร์ดอน บราวน์

 

ในปี 2009 เขาได้รับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเขาทำหน้าที่รับมือการแพร่ระบาดของไข้หวัดหมูและเริ่มการสอบสวนอิสระเกี่ยวกับเรื่องอื้อฉาวของโรงพยาบาลสแตฟฟอร์ด

 

ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เบอร์แนมลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเลเบอร์สองครั้ง ครั้งแรกในปี 2010 และครั้งที่สองในปี 2015 โดยได้รับการเสนอชื่อโดยเพื่อน ส.ส.และเพื่อนสนิทอย่าง เคียร์ สตาร์เมอร์ แต่ก็แพ้ทั้งสองครั้ง

 

และในปี 2017 เขาได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีของเกรตเตอร์แมนเชสเตอร์ ซึ่งในเวทีการเมืองท้องถิ่น เขาได้สร้างชื่อเสียงจนเป็นที่รู้จักในระดับประเทศ

 

โดยระหว่างดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเขามีบทบาทในการพัฒนาและปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของเมืองแมนเชสเตอร์ เช่น การพัฒนาระบบรถโดยสารประจำทาง และมีส่วนโน้มน้าวรัฐบาลกลางให้ถ่ายโอนอำนาจด้านการศึกษาและที่อยู่อาศัยไปยังเมืองต่างๆ เช่น แมนเชสเตอร์ให้มากขึ้น และตอนนี้แมนเชสเตอร์ ได้กลายเป็นเมืองที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของสหราชอาณาจักร

 

บทบาทสำคัญระดับชาติในช่วงวิกฤตโควิด

 

ช่วงที่เกิดการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ในปี 2020 รัฐบาลกลางของสหราชอาณาจักรได้ปรับมาตรการล็อกดาวน์ให้เหมาะสมกับจำนวนผู้ติดเชื้อในแต่ละพื้นที่ และแมนเชสเตอร์ก็อยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวดกว่าเมืองอื่นๆ หลายแห่ง แต่กฎระเบียบต่างๆ มักสร้างความสับสน

 

ในเดือนตุลาคม 2020 ขณะที่เบอร์แนมแถลงข่าวทางโทรทัศน์ ผู้ช่วยได้ส่งโทรศัพท์ให้เขาพร้อมข่าวการล็อกดาวน์อีกครั้ง ทำให้เบอร์แนมแสดงปฏิกิริยาไม่พอใจและตำหนิรัฐบาลกลางอย่างรุนแรงระหว่างการถ่ายทอดสด

 

“นี่ไม่ใช่หนทางที่จะบริหารประเทศในช่วงวิกฤตระดับชาติ มันไม่ใช่ นี่ไม่ถูกต้อง” เบอร์แนมกล่าว และชี้ว่าข้อจำกัดเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อคนงานระดับล่างที่มีรายได้น้อยอย่างไม่เหมาะสม

 

การระเบิดอารมณ์ของเบอร์แนมกลายเป็นไวรัล และทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษของชาติในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนของวิกฤตโควิด

 

จะนำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สุดในรอบ 40 ปี มาสู่การเมืองอังกฤษ

 

นับตั้งแต่นั้นมา เบอร์แนมยังคงเป็นหนึ่งในนักการเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของอังกฤษ

 

อย่างไรก็ตาม การเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงเวลานี้ เขาจะต้องเผชิญกับความท้าทายหลายอย่างเช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับสตาร์เมอร์ ทั้งเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่ตกต่ำ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และแรงกดดันในการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม ท่ามกลางสงครามรัสเซีย-ยูเครน และความไม่แน่นอนของพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ

 

ขณะที่เบอร์แนม กล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกต่อประชาชนที่ถนนดาวนิงสตรีท โดยยืนยันว่าเขาต้องการนำ “การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 40 ปี” มาสู่การเมืองอังกฤษ

 

เขาประกาศความตั้งใจที่จะเปิดเผย ‘แผนยุทธศาสตร์ใหม่สำหรับสหราชอาณาจักร ระยะ 10 ปี’ ในช่วงปลายปีนี้ โดยอธิบายว่า แผนนี้จะวางเส้นทางไปสู่สิ่งที่เขาเชื่อว่า ประชาชนทุกคนต้องการให้สหราชอาณาจักรเป็น

 

ทั้งนี้ เบอร์แนม ยังให้สัญญาว่าจะประกาศมาตรการช่วยเหลือเรื่องค่าครองชีพต่างๆ ในสัปดาห์นี้ เพื่อช่วยให้ประชาชนมีเวลาหายใจได้คล่องขึ้น และอธิบายแนวทางว่าจะหาเงินงบประมาณมาสนับสนุนได้อย่างไร

 

เขายังเริ่มแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีหลังจากปลดรัฐมนตรีหลายกระทรวง ที่ภักดีต่ออดีตนายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ออกไป เช่น ราเชล รีฟส์ พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, เดวิด แลมมี พ้นจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และสตีฟ รีด พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงชุมชน

 

ภาพ : REUTERS/Isabel Infantes

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising