วานนี้ (28 กันยายน) ในการอภิปรายทั่วไปของการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 เชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ใช้สิทธิตอบโต้ (Right of Reply) เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและทิศทางความสัมพันธ์ทวิภาคีกับกัมพูชา ดังนี้
ประเด็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ กลุ่มที่ถูกอ้างว่าเป็น “ผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ (IDPs)” คือชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ไทยเปิดเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 และไม่ยอมเดินทางกลับกัมพูชา ซึ่งถือเป็นการรุกล้ำดินแดนของไทย
ส่วนเรื่องการยึดมั่นในสันติภาพและการทูต เขายืนยันว่า “การเจรจาและการทูตเป็นทางเลือกแรกของไทยในการแก้ไขข้อพิพาทเสมอมา” และ “ไทยยึดมั่นต่อข้อตกลงหยุดยิงและแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568”
สำหรับการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ ไทยเสนอใช้การเจรจาทวิภาคีเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเล แต่กัมพูชาได้เลือกเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ ซึ่งไทยพร้อมเข้าร่วมในกระบวนการดังกล่าวอย่างสร้างสรรค์เพื่อเป็นมาตรการสร้างความไว้วางใจ
ขณะที่อีกสิ่งสำคัญคือการเรียกร้องความจริงใจที่แท้จริง โดยทูตเชิดชายกล่าวว่า การก้าวไปข้างหน้าร่วมกันต้องอาศัยการแสดงความปรารถนาดีในเวทีระหว่างประเทศ ละเว้นการยั่วยุบริเวณชายแดน และการผลักดันความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมและการร่วมมือกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งรวมถึงออนไลน์สแกมเมอร์
ทั้งนี้ เขายืนยันว่า ประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะเปิดบันทึกหน้าใหม่ เพื่อให้พื้นที่ชายแดนเป็นพื้นที่แห่งความมั่งคั่ง โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจซึ่งกันและกันและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
“ไทยและกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านกัน เราเปลี่ยนภูมิศาสตร์ไม่ได้ แต่เราเลือกได้ว่าจะเป็นเพื่อนบ้านกันอย่างไร”


