Menu
116814

เบื้องหลังเพลงในอัลบั้ม Sweetener ของ Ariana Grande คือแง่มุมของอาการป่วยที่เธอต้องเผชิญ

06.09.2018
  • LOADING...
  • Loading...

HIGHLIGHTS

4 Mins. Read
  • หลังเหตุการณ์วางระเบิดในแมนเชสเตอร์ อะรีอานา กรานเด ต้องรับมือกับสภาวะป่วยทางจิตใจเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างร้ายแรง หรือ Post-Traumatic Stress Disorder (PTSD) อยู่ระยะหนึ่ง
  • ชื่ออัลบั้ม Sweetener หมายถึง สิ่งที่เข้ามาทำให้อะไรๆ ดีขึ้น มีรสชาติดีขึ้น ประกอบไปด้วยเพลงทั้งหมด 15 แทร็ก ซึ่งนับเป็นสตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 4 ของนักร้องสาววัย 25 ปีคนนี้ สิ่งที่เธอพยายามบอกเล่าผ่านบทเพลงคือการที่เธอต้องเผชิญหน้ากับอาการป่วยจากสภาวะดังกล่าว
  • อะรีอานา กรานเดให้สัมภาษณ์ที่รายการ The Tonight Show ของพิธีกรชื่อดังอย่าง จิมมี ฟอลลอน เกี่ยวกับเพลง Breathin ว่า ระหว่างกำลังเข้าห้องอัด เธอเกิดอาการวิตกกังวลขึ้น ถึงขนาดที่เธอต้องออกไปสูดอากาศข้างนอกและใช้เวลาอยู่เงียบๆ ระยะหนึ่ง

แฟนเพลงของ อะรีอานา กรานเด (Ariana Grande) คงจะได้ฟังบทเพลงจากอัลบั้มใหม่ของเธอในชื่อ Sweetener ไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากปล่อยสตรีมมิงและวางขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา อันเป็นวันครบรอบ 1 ปีกับการเข้ามาแสดงคอนเสิร์ตครั้งแรกในประเทศไทยอีกด้วย และแฟนเพลงก็ต่างตื่นเต้นกับบทเพลงใหม่ๆ ของเธอที่แสดงศักยภาพก้าวไปอีกขั้น ทั้งในแง่งามของภาษาเพลง หรือแง่มุมของดนตรีที่เติบโตขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่เธอได้เคลือบซ่อนไว้ในอัลบั้มนี้คือเรื่องราวที่เธอต้องเผชิญอารมณ์และความรู้สึกหลังเหตุการณ์วางระเบิดระหว่างการทัวร์คอนเสิร์ตของเธอในเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา

 

เหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจของเธออย่างมากในครั้งนั้น ส่งผลอย่างไรกับชีวิตและจิตใจของเธอตอนนี้ และอะรีอานานำเรื่องราวเหล่านั้นมาผลิตเป็นผลงานอย่างไร

 

 

หลังเหตุการณ์วางระเบิดในแมนเชสเตอร์ครั้งนั้น อะรีอานาต้องเผชิญกับสภาวะป่วยทางจิตใจเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างร้ายแรง หรือที่เรียกกันว่า Post-Traumatic Stress Disorder (PTSD) โดยเธอได้ให้สัมภาษณ์ไว้อย่างเข้มข้นในนิตยสาร British Vogue ฉบับกรกฎาคมที่ผ่านมาว่า สภาวะดังกล่าวส่งผลต่อความเครียดของเธออย่างมาก

 

“ฉันคิดว่าผู้คนในปัจจุบันต่างมีความเครียด มีความวิตกกังวลกันมากขึ้น และฉันเองก็มี แต่ฉันไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ เพราะฉันคิดว่ามนุษย์ทุกคนก็คงมีเรื่องเครียดนี้กันเป็นปกติ แต่พอกลับมาจากการทัวร์ ฉันพบว่ามันรุนแรงมาก รุนแรงที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอ” นักร้องสาวเจ้าของผมหางม้าตรงสวยกล่าว

 

Photo: Twitter @ArianaGrande

 

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสภาวะ Post-Traumatic Stress Disorder (PTSD) ตามข้อมูลและคำแนะนำของ อาจารย์แพทย์หญิงแสงศุลี ธรรมไกรสร ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล คือ สภาวะดังกล่าวมักจะเกิดกับบุคคลที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างร้ายแรง อาทิ ภัยพิบัติ อุทกภัย แผ่นดินไหว การก่อการจลาจล การฆาตกรรม สงคราม การปล้นฆ่า ข่มขืน เป็นต้น ซึ่งบุคคลที่ผ่านเหตุการณ์นั้นๆ ต่างรอดชีวิตมาได้ หรืออาจเป็นบุคคลที่สูญเสียผู้เป็นที่รักในเหตุการณ์นั้นๆ จนทำให้เกิดความเครียดทางจิตใจชนิดรุนแรงมาก จนทุกข์ทรมาน ส่งผลเลยเถิดให้เกิดความบกพร่องในหน้าที่การงานและการใช้ชีวิตประจำวันต่างๆ ตามมา

 

อาการดังกล่าวจะมีลักษณะอาการที่สำคัญ เช่น เห็นภาพเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นนั้นตามมาหลอกหลอนอยู่บ่อยๆ ผุดขึ้นมาซ้ำๆ หรือฝันเห็นบ่อยครั้ง เกิดความตื่นตัว เห็นเหตุการณ์นั้นๆ กำลังจะเกิดขึ้นกับเรา เกิดอารมณ์หงุดหงิด โมโหง่าย ก้าวร้าว นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย ตกใจง่าย ใจสั่น ความดันโลหิตสูง ไม่มีสมาธิ และสามารถเครียดกับสิ่งต่างๆ ได้รอบตัว ซึ่งอาการเหล่านั้นส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับอารมณ์ในเชิงลบ ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าชีวิตตัวเองหม่นหมอง ทั้งตัวเองและสิ่งรอบข้าง คิดว่าตัวเองคงไม่มีความสุขได้อีกต่อไปแล้ว เป็นต้น

 

Photo: Twitter @ArianaGrande

 

ในอัลบั้มใหม่ที่ชื่อว่า Sweetener เธอได้ให้ความหมายของคำว่า Sweetener ไว้ว่า  สิ่งที่เข้ามาทำให้อะไรๆ ดีขึ้น มีรสชาติดีขึ้น ประกอบไปด้วยเพลงทั้งหมด 15 แทร็ก นับเป็นสตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 4 ของนักร้องสาววัย 25 ปีคนนี้ และสิ่งที่เธอพยายามจะบอกเล่าผ่านบทเพลงคือการที่เธอจะต้องเผชิญอาการป่วยจากสภาวะที่เรากล่าวไปข้างต้น โดยเฉพาะในแทร็กลำดับที่ 9 ในอัลบั้มนี้ที่ชื่อว่า Breathin คือแทร็กที่อะรีอานาได้คอนเฟิร์มกับแฟนๆ ของเธอทางทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า แทร็กนี้ได้รับแรงบันดาลใจในการเขียนเนื้อมาจากภาวะวิตกกังวล (Anxiety) ของเธอ ซึ่งเธอได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ The Tonight Show ของพิธีกรชื่อดังอย่าง จิมมี ฟอลลอน เกี่ยวกับเพลงนี้ว่า ระหว่างกำลังเข้าห้องอัด เธอเกิดความวิตกกังวลเกิดขึ้น ถึงขนาดที่เธอต้องออกไปสูดอากาศข้างนอกและใช้เวลาอยู่เงียบๆ ระยะหนึ่ง รวมไปถึงในเนื้อเพลงเองก็ยังได้กล่าวถึงเรื่องราวก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นคำแนะนำจากคนรอบตัวที่บอกให้เธอควรรีบไปหาแพทย์และรักษาอาการดังกล่าว ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนไกลเลย พีท เดวิดสัน คู่หมั้นของเธอนั่นเอง

 

Photo: Twitter @ArianaGrande

 

ตัวเพลงเองมีธีมแข็งแรงในเรื่อง ‘การหายใจ’ กับท่อนฮุคที่ร้องซ้ำไปซ้ำมาว่า Just keep breathin’ and breathin’ and breathin’ and breathin’ I know I gotta keep, keep on breathin’ ซึ่งเป็นการบำบัดอาการวิตกกังวลด้วยการหายใจ ถือเป็นวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย นี่เป็นเทคนิคที่จะทำให้ผู้ป่วยนั้นสามารถควบคุมความเครียดหรือวิตกกังวลของตัวเองได้ เรื่องนี้อะรีอานาเคยให้สัมภาษณ์ไว้กับนิตยสาร Shape เมื่อปี 2011 ว่า เธอก็เข้ารับวิธีการบำบัดด้วยการหายใจอยู่เสมอมาตลอดอยู่แล้ว นอกจากนี้ตัวบทเพลงยังแสดงถึงอาการของภาวะวิตกกังวลไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกเหมือนเวียนหัวหรือ ‘บ้านหมุน’

 

นอกเหนือจากความหมายของเพลงที่สอดแทรกภาวะวิตกกังวลของเธอไว้แล้วนั้น เพลง Breathin’ เองก็กำลังไต่ชาร์ตในสตรีมมิงอยู่อย่างน่าสนใจ ด้วยความที่เป็นเพลงที่มีบีตและเมโลดี้ที่น่าจดจำ ทำให้ติดหูได้ไม่ยาก

 

Photo: Twitter @ArianaGrande

 

“เมื่อฉันเริ่มต้นที่จะดูแลตัวเองให้มากขึ้น ตัวฉันเองก็เริ่มรู้สึกถึงสมดุลของชีวิต มีอิสระ และความสุข ซึ่งมันเอ่อล้นออกมาจากบทเพลงของฉัน” อะรีอานากล่าวกับนิตยสาร Time ครั้งที่เธอได้ขึ้นปกในฐานะหนึ่งใน ‘Next Generation Leaders’ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา “ฉันหยิบยกเอาไอเดียเรื่องการหาพื้นที่ยืนของตัวเองไม่ได้มาพูดถึง แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนได้กลับมายืนด้วยตัวเองอีกครั้ง” จากภาพในมิวสิกวิดีโอเพลง No Tears Left to Cry อันเป็นซิงเกิลลำดับแรกของอัลบั้มใหม่นี้ เธอเหมือนล่องลอย เหาะเหินเดินอากาศ หัวคะมำ ไม่รู้พื้นรู้ฟ้า ซึ่งเป็นอาการที่สืบเนื่องมาจากการป่วยเช่นเดียวกัน เธอเองรู้สึกเสมือนว่าความรู้สึกทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด

 

Photo: Twitter @ArianaGrande

 

ส่วนอีกบทเพลงที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะถือเป็นไฮไลต์สำคัญของอัลบั้มนี้เลยคือ แทร็กลำดับท้ายสุดที่ชื่อว่า Get Well Soon ซึ่งถือเป็นการเขียนเพลงสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตเธอ ล่าสุดในการให้สัมภาษณ์ของเธอกับเพื่อนศิลปินที่ร่วมงานกันอย่าง ทรอย ซีวาน ในนิตยสาร Paper ทรอยบอกกับอะรีอานาว่า เพลงนี้ทำให้เขารู้สึก ‘จุกท้อง’ ซึ่งอะรีอานาเองก็ยังเล่าให้เขาฟังว่า ระหว่างที่เธอกำลังเผชิญหน้ากับอาการป่วยอยู่นั้น โปรดิวเซอร์ของเธออย่าง ฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์ แกมจะบังคับเธอให้เขียนมันออกมาเป็นเพลงเพื่อเยียวยาความรู้สึก “ฉันเครียดเสมอ และพีกมากขึ้นเรื่อยๆ มันเริ่มส่งผลกับกายภาพของฉัน ฉันไม่ออกไปไหนเลย และฉันรู้สึกเหมือนจิตใจไม่อยู่กับตัว ฉันต้องทนรู้สึกกับภาพเดจาวูที่เกิดขึ้นตลอดเวลาเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น ฟาร์เรลล์จึงบอกให้ฉันเขียน เขียนออกมา และมันจะเยียวยาฉันได้

 

“มันก็ช่วยได้ไม่มากนักหรอก แต่มันก็รู้สึกดีขึ้นมาก ฉันใช้เวลาหลายสัปดาห์หลังจากเขียนเพลงนี้เพื่อรู้สึกดีขึ้น มันเป็นเพลงที่สำคัญต่อฉันมากที่สุดเพลงหนึ่งที่ฉันเคยเขียนมา” อะรีอานาตัดสินใจใส่ช่วงเงียบในเพลงดังกล่าวของเธอเข้าไปนานถึง 40 วินาที เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับผู้เคราะห์ร้ายในเหตุการณ์แมนเชสเตอร์ ฉะนั้นความยาวของเพลงจริงๆ จึงกลายเป็น 5.22 วินาที อันหมายถึงวันที่และเดือนที่เกิดเหตุดังกล่าว

 

Photo: Twitter @ArianaGrande

 

ในวินาทีนี้คงปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า อะรีอานา กรานเด คือศิลปินหญิงที่ควรค่าแก่การได้รับคำยกย่อง ทั้งในเรื่องผลงาน ความคิดสร้างสรรค์ ศักยภาพการร้อง รวมไปถึงความเข้มแข็งของตัวเธอเองที่กล้าออกมาเผชิญหน้ากับอาการป่วยอย่างตรงไปตรงมา เราจึงยินยอมให้อัลบั้ม Sweetener นี้เข้ามาเติมเต็มความรู้สึกดีๆ ในชีวิต เพราะบทเพลงเหล่านี้ไม่ได้เขียนขึ้นจากแค่อาการป่วย หากแต่ยังหมายรวมถึงเลือดเนื้อและจิตใจของมนุษย์ตัวเล็กๆ คนหนึ่งได้อย่างยอดเยี่ยม

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

FYI
  • ในวันที่อัลบั้ม Sweetener ของอะรีอานา กรานเดปล่อยออกมาให้ฟังเป็นวันแรก เธอได้ทุบสถิติอัลบั้มศิลปินหญิงเดี่ยวที่มีผู้ฟังสูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา ใน ‘วันแรก’ โดยมีคนฟังอัลบั้มนี้ของเธอถึง 15.1 ล้านครั้งผ่าน Spotify
  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US