วันนี้ (6 พฤศจิกายน 2569) แม่น้ำเจ้าพระยาจะเป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญอีกครั้ง เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
ขบวนเรือพระราชพิธีครั้งนี้ประกอบด้วยเรือ 52 ลำ จัดกระบวนเป็น 5 ริ้ว 3 สาย ใช้กำลังพลจากกองทัพเรือ 2,200 นาย โดยมีเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เป็นเรือพระที่นั่งหลัก พร้อมเรือพระที่นั่งสำคัญอีก 3 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ และเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ซึ่งเชิญผ้าพระกฐิน ขบวนเรือมีความยาวประมาณ 1,280 เมตร และจะเคลื่อนผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาบนเส้นทางระยะทาง 3.9 กิโลเมตร โดยเริ่มเสด็จพระราชดำเนินจากท่าวาสุกรี เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป
สำหรับประชาชนที่อยากชมขบวนเรือพระราชพิธีด้วยตัวเอง มีพื้นที่เปิดให้ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยารวม 16 จุด โดยเราได้รวบรวมพิกัดและข้อมูลสำคัญที่ควรทราบก่อนออกจากบ้านมาให้แล้ว
16 จุดชมขบวนเรือพระราชพิธีริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ตามประกาศอย่างเป็นทางการ ประชาชนสามารถเข้าชมและร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จได้ในพื้นที่ที่กำหนด 16 จุด ซึ่งกระจายอยู่ทั้งฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี ดังนี้
ฝั่งพระนคร
- วัดราชาธิวาส
- วัดเทวราชกุญชร
- ธนาคารแห่งประเทศไทย
- ศูนย์การเรียนรู้ ธนาคารแห่งประเทศไทย
- สวนสันติชัยปราการ
- พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
- สวนนาคราภิรมย์
ฝั่งธนบุรี
- สถานีตำรวจนครบาลบวรมงคล
- วัดคฤหบดี
- ใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี
- ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า
- สวนสุขภาพโรงพยาบาลศิริราช
- อุทยานสถานภิมุข
- วัดระฆังโฆสิตาราม
- หอประชุมกองทัพเรือ
จุดชมไฮไลต์ พร้อมพื้นที่รองรับประชาชนกว่า 7,400 ที่นั่ง
สำหรับใครที่กำลังเลือกว่าจะไปชมขบวนเรือจากจุดไหนดี กรุงเทพมหานครได้จัดเตรียมพื้นที่รองรับประชาชนใน 6 จุด รวม 7,400 ที่นั่ง ได้แก่
- ใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี: 4,000 ที่นั่ง
- สวนสันติชัยปราการ: 1,500 ที่นั่ง
- สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บริเวณโรงพยาบาลศิริราช: 1,000 ที่นั่ง
- ศูนย์การเรียนรู้ ธนาคารแห่งประเทศไทย: 400 ที่นั่ง
- วัดระฆังโฆสิตาราม: 300 ที่นั่ง
- ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า: 200 ที่นั่ง
นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งจอ LED ถ่ายทอดสดรวม 5 จอ ใน 4 พื้นที่ ได้แก่ สวนสันติชัยปราการ อุทยานสถานภิมุขบริเวณโรงพยาบาลศิริราช ลานทัศนาภิรมย์ หอประชุมกองทัพเรือ และใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามพระราชพิธีได้อย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ จุดชมทั่วไปและพื้นที่นั่งชมที่จัดสรรบัตรล่วงหน้าอาจมีเงื่อนไขแตกต่างกัน โดยเฉพาะราชนาวีสโมสรและลานทัศนาภิรมย์ หอประชุมกองทัพเรือ ซึ่งเคยเปิดให้ลงทะเบียนรับบัตรที่นั่งไว้ก่อนหน้านี้ ผู้ที่ไม่ได้สำรองบัตรควรตรวจสอบสิทธิ์เข้าพื้นที่กับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง
แต่งกายอย่างไรให้เหมาะสม
สำหรับประชาชนที่ต้องการร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ ขอความร่วมมือแต่งกายด้วยชุดสุภาพและเหมาะสม โดยเลือกสวมเสื้อมีแขน ไม่รัดรูป กางเกงขายาวหรือกระโปรงคลุมเข่า และรองเท้าหุ้มส้นสุภาพ งดเสื้อแขนกุด กางเกงขาสั้น และรองเท้าแตะแบบคีบ
นอกจากนี้ ควรสำรวมกิริยาเมื่อขบวนเรือพระที่นั่งเคลื่อนผ่าน ไม่ปีนป่ายสิ่งปลูกสร้างเพื่อถ่ายภาพ และห้ามใช้อากาศยานไร้คนขับหรือโดรนในพื้นที่พระราชพิธี รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
วางแผนการเดินทางให้ดี
ใครที่วางแผนเดินทางไปชม ควรเผื่อเวลาเดินทางและไปถึงจุดชมก่อนเวลา 15.00 น. เนื่องจากคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จเป็นจำนวนมาก และบางพื้นที่อาจมีการคัดกรองความปลอดภัยหรือจำกัดจำนวนผู้เข้าชม
ที่สำคัญ กรมเจ้าท่าจะควบคุมการจราจรทางน้ำในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป จนกว่าภารกิจจะแล้วเสร็จ โดยห้ามเรือทุกชนิดผ่านบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงสะพานกรุงธนบุรีถึงสะพานพระพุทธยอดฟ้าหรือสะพานพระปกเกล้า ส่งผลให้การเดินเรือโดยสารและเรือข้ามฟากบางเส้นทางต้องปรับเปลี่ยนการให้บริการ
ส่วนใครที่ต้องการใช้บริการขนส่งสาธารณะ ขสมก. ได้จัดรถ Shuttle Bus ให้บริการฟรีในเส้นทางวงกลมเชื่อมต่อท่าเรือพายัพ ตั้งแต่เวลา 11.00-18.00 น. หรือจนกว่าประชาชนจะออกจากพื้นที่หมด
สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางไปชมด้วยตัวเอง ยังสามารถติดตามการถ่ายทอดสดพระราชพิธีผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยได้เช่นกัน

