คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร มีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ เรียกตัวผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสเข้าชี้แจงด้วยตนเองในวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ พร้อมเรียกขอเอกสารรายงานการใช้อาวุธปืนของกองทัพเรือ ในคดีลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ
ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร วันนี้ (5 พฤศจิกายน) ซึ่งมี รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาศึกษาและตรวจสอบการอำนวยความยุติธรรมในกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ
ในการพิจารณาครั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้เชิญบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูลหลายภาคส่วน ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี, ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.), ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9, ผู้กำกับการตำรวจภูธรบาเจาะ, อัยการจังหวัดนราธิวาส, ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส, เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน, เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.), ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
อธิบดีกรมศุลกากร, อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รวมถึงผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าหน่วยงานส่วนใหญ่ส่งตัวแทนเข้ามาชี้แจงแทน
จากกรณีดังกล่าว กรรมาธิการหลายคนมีความเห็นตรงกันว่าต้องการให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงเดินทางมาชี้แจงด้วยตนเอง รังสิมันต์จึงได้ขอมติจากที่ประชุมเพื่อใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. 2568
ผลการลงมติปรากฏว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เห็นชอบให้ใช้อำนาจเรียก บุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2569
นอกจากนี้ ยังมีมติเรียกขอเอกสารสำคัญจากผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย คำพิพากษาของ สุนทร พรหมภักดี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว, สำนวนการสอบสวนทางวินัยที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสสั่งสอบกรณีการใช้รถยนต์ของทางราชการ และรายงานการสอบข้อเท็จจริงกรณีอาวุธปืนของกองทัพเรือ
ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า ในการลงมติเห็นชอบให้ใช้อำนาจเรียกดังกล่าว กรรมาธิการสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี และ ณัฎฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา ได้ร่วมลงมติเห็นชอบตามมติดังกล่าวด้วยเช่นกัน

