วานนี้ (5 พฤศจิกายน) ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เขตหลักสี่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดปฏิบัติการสงครามยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นการขานรับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยมีผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ ปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส. กทม., พล.ต.ต. ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต. เดชรพี คงดี ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 และ พญ.ดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย
ชัชชาติ เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงาน ป.ป.ส. กทม., กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เพื่อขับเคลื่อนปฏิบัติการสงครามยาเสพติด ระยะเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 ถึงเดือนเมษายน 2570 เพื่อแก้ไขปัญหาให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากปัจจุบัน กทม. มีชุมชนจัดตั้งถึง 1,991 แห่งใน 50 เขต ปัญหายาเสพติดจึงเป็นวาระสำคัญที่กระทบต่อทั้งความมั่นคง ความปลอดภัย สุขภาพจิต และคุณภาพชีวิตของประชาชน
สำหรับการปฏิบัติงานในครั้งนี้ กทม. มุ่งใช้ ‘กลไกชุมชน’ เป็นฐานในการขับเคลื่อนผ่าน 4 มาตรการหลัก เริ่มจากการป้องกันและเฝ้าระวังเชิงรุก โดยผนึกกำลังคณะกรรมการชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) และเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมกันสอดส่องและค้นหาผู้เสพ รวมถึงผู้มีอาการทางจิตเวช เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง บำบัดรักษา และฟื้นฟู ผ่านศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง และศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมทั้ง 50 เขต เพื่อมอบโอกาสให้ผู้ก้าวพลาดสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างปลอดภัย
ควบคู่ไปกับการจัดระเบียบพื้นที่เสี่ยง โดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจออกตรวจตราสถานบริการ ผับ บาร์ และจุดเสี่ยงมั่วสุม หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ ยังได้เปิดช่องทางผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ให้ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสการค้ายาหรือจุดเสี่ยงมั่วสุม ซึ่งข้อมูลจะถูกส่งตรงถึงสำนักงานเขตเพื่อประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบอย่างทันท่วงที
ในส่วนของการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้มีการกำหนดมาตรการคู่ขนานที่เข้มข้นขึ้น ได้แก่ การสกัดกั้น ปราบปราม และขยายผลยึดอายัดทรัพย์สินเครือข่ายค้ายาเสพติดทุกระดับ การเร่งนำผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่ระบบบำบัด ตลอดจนการดำเนินการลงโทษขั้นเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือปล่อยปละละเลย โดยจะมีการประเมินผลสัมฤทธิ์อย่างต่อเนื่องเมื่อสิ้นสุดปฏิบัติการ 6 เดือน
ภายหลังพิธีเปิดปฏิบัติการ ผู้ว่าฯ กทม. และคณะ ได้ลงพื้นที่ชุมชนหลังแฟลตร่วมพัฒนา เขตหลักสี่ เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชน พร้อมรณรงค์ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง โดยชัชชาติเน้นย้ำว่า ความสำเร็จของการแก้ปัญหายาเสพติดไม่ได้พึ่งพาเพียงการบังคับใช้กฎหมาย แต่ต้องอาศัยการสร้างชุมชนที่ปลอดภัย มีสภาพแวดล้อมที่ดี และเพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเยาวชน ทั้งนี้ ประชาชนที่พบเห็นเบาะแสยาเสพติดหรือต้องการคำปรึกษา สามารถติดต่อสายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

