สำนักงบประมาณจัดการประชุมสัมมนาวิชาการเพื่อรับฟังความคิดเห็นก่อนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 (Pre-Budget Consultation) เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 โดยมีตัวแทนจากหลายภาคส่วน รวมถึง สส. และตัวแทนจากพรรคประชาชน เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่เสนอให้ปรับโครงสร้างการจัดทำงบประมาณของประเทศให้โปร่งใส สอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมผลักดันพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิธีการงบประมาณฉบับใหม่เพื่อวางระบบอย่างยั่งยืน
เสนอเปิดข้อมูลคำขอ ตัดปัญหาจัดสรรงบลงเฉพาะพื้นที่
ณัฐพงษ์ระบุถึงแนวทางการปฏิรูปกระบวนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับโครงสร้างการจัดทำงบประมาณให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ทั้งในรูปแบบจากบนลงล่างและการจัดทำงบประมาณแบบรวบยอด พร้อมเสนอให้รัฐบาลนำภาระทางการคลังอื่นๆ ที่อยู่นอกนิยามหนี้สาธารณะ เช่น หนี้สินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหนี้สินของรัฐวิสาหกิจ เข้ามาระบุไว้ในเอกสารงบประมาณอย่างครบถ้วน เพื่อให้สภาสามารถตรวจสอบและพิจารณาภาพรวมการคลังได้อย่างรอบคอบ
ณัฐพงษ์เน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญของการปฏิรูปคือการสร้างความโปร่งใส ด้วยการเปิดเผยข้อมูลคำของบประมาณของทุกหน่วยรับงบประมาณ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนและทุกภาคส่วนร่วมตรวจสอบได้ และลดปัญหาข้อครหาเรื่องการจัดสรรงบประมาณแบบกระจุกตัวเฉพาะพื้นที่ทางการเมือง
ทั้งนี้ พรรคประชาชนได้เสนอร่าง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณฉบับใหม่เข้าสู่สภาแล้ว เพื่อทำให้กระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าและการกำหนดกรอบงบประมาณกลายเป็นระบบที่ยั่งยืน ไม่ผันแปรตามนโยบายของฝ่ายบริหารในแต่ละยุคสมัย
ณัฐพงษ์ยังเสนอวิสัยทัศน์ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยแนะให้ใช้งบประมาณเป็นกลไกผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการประมวลผลสะอาด (Green Compute Hub) ในยุค AI ผ่านแนวคิด 3 สร้าง ได้แก่
- การสร้างตลาดแรก ผ่านงบจัดซื้อ Smart Meter และ Smart Grid
- การสร้างซัพพลายเชนในประเทศ ด้วยการออกแบบมาตรการส่งเสริมและเงินอุดหนุนเพื่อดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมแบตเตอรี่โซเดียมไอออน (แบตเตอรี่เกลือ) ซึ่งใช้วัตถุดิบจากแร่เกลือในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- การสร้างเทคโนโลยี ผ่านการสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อเพิ่มรอบการชาร์จ ลดต้นทุนไฟฟ้าต่อหน่วย และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก
ชี้เป้าแก้ปัญหางบเกษตร-ปรับโครงสร้างพื้นฐานเน้นระบบราง
ทางด้าน เดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเดิมในการจัดทำนโยบายงบประมาณด้านการเกษตรที่กระจัดกระจายและเม็ดเงินไม่สมดุลกับปัญหา ขาดการติดตามผลผลิต โดยเสนอให้กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เน้นผลสัมฤทธิ์ระยะยาว 2-3 ปี พร้อมดึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาร่วมจัดทำงบประมาณแบบบูรณาการ และจัดทำ ‘ปฏิทินผลผลิต’ เพื่อให้งบประมาณสอดคล้องกับวิถีการเกษตรจริง รวมถึงเสนอให้ตั้งกองทุนฉุกเฉินรับมือภัยพิบัติและโรคพืชระบาดใหม่
เดชรัต ยังระบุถึง 5 ประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ ได้แก่ การจัดการน้ำนอกเขตชลประทาน, การสร้างเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรผ่านกลไกกองทุน, การลดต้นทุนการผลิต, การขยายตลาดต่างประเทศ และการสนับสนุนเกษตรกรรุ่นใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าอย่างยั่งยืน
ขณะที่ สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนงบประมาณหลักแสนล้านบาทจากการสร้างถนน มาเน้นการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะและระบบราง พร้อมเสนอให้จัดทำแผนแม่บท กำหนดกรอบวงเงินขั้นต้น และจัดลำดับความสำคัญของโครงการอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้โครงการสร้างถนนที่มีมูลค่าตั้งแต่ 600 ล้านบาทขึ้นไป ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อสร้างการแข่งขันที่โปร่งใสและตัดวงจรการฮั้วประมูลของผู้รับเหมารายเดิม
ยกระดับทุนมนุษย์วัยเด็ก-จัดสวัสดิการถ้วนหน้า
ในมิติของการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ณัฐยา บุญญาภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอให้มุ่งเน้นการยกระดับ ‘ทุนมนุษย์’ ตั้งแต่ช่วงปฐมวัย (0-6 ปี) ซึ่งเป็นช่วงที่คุ้มค่าที่สุดในการวางรากฐานชีวิต แต่กลับได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยที่สุด พร้อมเสนอให้มีการติดตามงบประมาณด้านการพัฒนาเด็กจากทุกหน่วยงาน เพื่อให้สภาและประชาชนตรวจสอบได้ และให้นำตัวชี้วัดด้านพัฒนาการสมวัยกลับมาใช้วัดผลลัพธ์
ณัฐยายังเสนอให้นำงบประมาณที่ประหยัดได้จากอัตราเด็กเกิดใหม่ที่ลดลง มาจัดสรรเป็นเงินปันผลประชากรเพื่อยกระดับสวัสดิการ โดยเฉพาะเงินอุดหนุนเด็กเล็กแบบถ้วนหน้า รวมถึงการนำงบกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) บรรจุลงในเอกสารงบประมาณหลักในฐานะสิทธิขั้นพื้นฐาน แทนการรอจัดสรรจากงบกลางซึ่งไม่มีความแน่นอน
มอง Pre-Budget เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่เวลาแสดงความเห็นน้อยไป
ในช่วงท้าย ตัวแทนและ สส.พรรคประชาชน ระบุร่วมกันว่า การที่รัฐบาลจัดกระบวนการ Pre-Budget Consultation เพื่อรับฟังความคิดเห็นก่อนเริ่มจัดทำงบประมาณ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและเป็นสิ่งที่พรรคผลักดันมาตลอด อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อบกพร่องเรื่องระยะเวลาการเปิดรับฟังความคิดเห็นที่น้อยเกินไป ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลได้รับข้อมูลไม่รอบด้าน
ทั้งนี้ พรรคประชาชนยืนยันว่า การเข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้ไม่ใช่การรับรองหรือเห็นชอบต่อการจัดทำงบประมาณของรัฐบาล แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นเพื่อให้กระบวนการมีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อสถานการณ์ของประเทศ โดยทางพรรคจะติดตามการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2571 ของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด ก่อนที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวาระแรกต่อไป











